27/06/2026
อ้อเพิ่งตัดสินใจทำประกันโรคร้ายแรงตัวใหม่ค่ะ
และหวังว่าจะ “ขาดทุน”
หวังว่าจะจ่ายเบี้ยไปทุกปี
โดยไม่ต้องใช้สิทธิ์นั้นเลย
เพราะถ้าวันไหนต้องใช้…
แปลว่าวันนั้นคงไม่ใช่วันที่เราอยากเจอ
แต่ถ้าวันหนึ่งเราเลือกไม่ได้
แล้วเกิดเจ็บป่วยหนักขึ้นมาจริง ๆ
อย่างน้อยก็ขอให้มีเงิน
เอาไว้รักษาตัวเอง
โดยไม่ต้องหยิบเงินที่เก็บมาทั้งชีวิต
เงินที่ตั้งใจเก็บไว้ให้ลูก
เงินที่ตั้งใจเก็บไว้ใช้ในวันที่เกษียณ
มาแลกกับค่ารักษาพยาบาล
สำหรับอ้อ…
การซื้อประกัน
คือการเอาเงินก้อนเล็กที่เราควบคุมได้
ไปแลกกับความเสี่ยงก้อนใหญ่
ที่เราไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่
ใช่ค่ะ…
ค่าเบี้ยประกันคือเงินที่ “เสียแน่นอน”
แต่เป็นการเสียที่เราวางแผนได้
จัดการได้
และยอมรับได้
ต่างจากการเจ็บป่วยร้ายแรง
ที่ต่อให้มีเงินรักษา
ก็อาจต้องใช้เงินเก็บของทั้งบ้าน
หรือทำให้เป้าหมายหลายอย่างต้องหยุดลง
หลายคนไม่ซื้อประกัน
ไม่ใช่เพราะไม่เห็นความสำคัญ
แต่เพราะเสียดายเงิน
และหวังว่าเรื่องร้ายคงไม่เกิดกับตัวเอง
ซึ่งอ้อก็เข้าใจนะคะ
เพราะความหวัง
เป็นกำลังใจที่ทำให้เราใช้ชีวิตต่อไป
แต่ในอีกมุมหนึ่ง…
ถ้าเราใช้ “ความหวัง”
แทน “การเตรียมตัว”
วันหนึ่งเมื่อเหตุการณ์ไม่คาดคิดมาถึง
คนที่ต้องรับผล
อาจไม่ใช่แค่ตัวเรา
แต่อาจเป็นทั้งครอบครัว
สุดท้ายแล้ว…
การซื้อหรือไม่ซื้อประกัน
ไม่มีคำตอบที่ถูกสำหรับทุกคน
มันเป็น “ทางเลือก”
แต่ไม่ว่าเราจะเลือกทางไหน
ขอให้เป็นการเลือก
หลังจากเข้าใจความเสี่ยงของตัวเองแล้ว
ไม่ใช่เลือกเพียงเพราะคิดว่า
“เรื่องร้ายคงไม่เกิดกับเรา”
นั่นล่ะ ด้วยรักและหวังดีเสมอ
===
แผนที่อ้อเพิ่งทำไป คือ
ประกันที่ดูแลเกี่ยวกับโรคสมอง และระบบประสาทไปยาวๆ
จ่ายเป็นเงินก้อนให้เราไปใช้ชีวิตต่อ  ไปดูแลรักษาตัวเอง 
จ่ายให้เราทุกปีไปจนกว่าจะเสียชีวิต
เผื่อใครกำลังมองหา
อ้อจะแปะข้อมูลไว้ให้ในคอมเมนต์นะคะ
#แม่อ้อพาจัดการเงิน
#ประกันสุขภาพ
#ประกันโรคร้ายแรง