The Balance House Co., Ltd.

The Balance House Co., Ltd. ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก The Balance House Co., Ltd., บริการเตรียมแบบภาษี, 199/130 หมู่บ้าน พฤษาวิลล์ 70 หม่ที่ 5 ซอย บางไผ่7 ถนนบางไผ่ ตำบลบางไผ่ อำเภอเมืองนนทบุรี, Nonthaburi.

รับทำบัญชี, วางแผนภาษี,วางระบบบัญชี ,งานประกันสังคม ,นำเข้า-ส่งออก ,นิติบุคคล-บุคคลธรรมดา ,ภาษีงานแม่ค้าออนไลน์ tiktok shopee ฯลฯ ปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย
THE BALANCE HOUSE CO., LTD.

ใครเป็นมนุษย์เงินเดือน และอยากเริ่มลงทุน และที่ทำงานมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่แล้ว ให้ลองเริ่มศึกษาและเริ่มจากตรงนี้ก่อน...
23/05/2026

ใครเป็นมนุษย์เงินเดือน และอยากเริ่มลงทุน และที่ทำงานมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่แล้ว ให้ลองเริ่มศึกษาและเริ่มจากตรงนี้ก่อนก็ได้
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) คืออะไร? ลดหย่อนภาษีได้แค่ไหน? แล้วถ้าออกจากงานจะมีทางเลือกยังไงบ้าง?
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund – PVD) เป็นสวัสดิการที่ดีที่นายจ้างจัดให้กับลูกจ้างประจำ เพื่อส่งเสริมการออมระยะยาวและใช้เป็นเงินเกษียณในอนาคต
การเข้าร่วม PVD จะขึ้นอยู่กับความสมัครใจ และไม่ใช่ว่าทุกบริษัทจะมีนะ
📌 สมัครเข้า PVD แล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?
• พนักงานจะเลือกได้ว่าให้หักเงินเดือนกี่ % เข้า PVD (สูงสุดไม่เกิน 15%)
• นายจ้างจะสมทบเงินเพิ่มเข้าไปให้ตามเงื่อนไขบริษัท เช่น ออม 4% นายจ้างสมทบอีก 4% เหมือนได้เงินเพิ่มโดยอัตโนมัติเลย!
• บลจ. จะนำเงินไปลงทุนตามแผนที่เราเลือก เช่น ตราสารหนี้ หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ ฯลฯ ให้เกิดดอกผล (หรืออาจมีโอกาสขาดทุนได้เช่นกัน ตามความเสี่ยงของแผนที่เราเลือก)
📌 เงินใน PVD แบ่งออกเป็น 4 ส่วน:
1. เงินสะสม: เงินที่เราหักจากเงินเดือนเข้าไปทุกเดือน
2. ผลประโยชน์ของเงินสะสม: ดอกผลหรือกำไรที่เกิดจากเงินสะสมของเรา
3. เงินสมทบ: เงินที่นายจ้างสมทบเพิ่มให้เรา
4. ผลประโยชน์ของเงินสมทบ: กำไรที่เกิดจากเงินสมทบของนายจ้าง
เราจะเห็นทั้ง 4 ส่วนนี้แยกชัดเจนในใบรายงานกองทุนที่ส่งมาให้ตรวจสอบทุกปี
📌 สิทธิประโยชน์ด้านภาษี
• ลดหย่อนภาษีได้เฉพาะ “เงินสะสม” ไม่เกิน 15% ของรายได้ และเมื่อนับรวมกับ RMF + ประกันบำนาญ แล้ว ต้องไม่เกิน 500,000 บาท/ปี
• เป็นการออมแบบ DCA หักเงินอัตโนมัติทุกเดือน ช่วยสร้างวินัยทางการเงิน เมื่อเงินเดือนเราเพิ่มขึ้น เงินที่หักเข้ากองทุน และเงินที่นายจ้างสมทบให้ก็จะเพิ่มขึ้นตามสัดส่วน เพราะคิดเป็น % นะ
📌 3 เรื่องควรรู้เกี่ยวกับ PVD
1. แผนการลงทุนเลือกได้ตามใจเรา
หลายบริษัทมีแผนลงทุนหลากหลาย เช่น แผนตราสารหนี้เน้นความปลอดภัย หรือแผนผสมที่มีหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ และอสังหาริมทรัพย์
ใครที่เริ่มศึกษาเรื่องการลงทุน ลองใช้ PVD เป็นสนามในการเลือกแผนที่เหมาะกับระดับความเสี่ยงของตัวเองดู และเมื่อเวลาผ่านไปเราก็สามารถปรับเปลี่ยนแผนให้เหมาะสมกับช่วงอายุได้
2. ภาษีตอนออกจาก PVD ขึ้นกับเงื่อนไข
เราจะได้รับยกเว้นภาษีทั้งหมดเมื่อนำเงินออกมา ถ้า:
• ลาออกจากงาน + ลาออกจาก PVD ตอนอายุครบ 55 ปีเต็ม และเป็นสมาชิกมาไม่น้อยกว่า 5 ปี
• หรือ เสียชีวิต / ทุพพลภาพ
*แต่ถ้าไม่เข้าเงื่อนไขข้างต้นและเลือกถอนเงินสดออกมาเลย:* เงินส่วนที่เป็นเงินสมทบและผลประโยชน์ทั้งหมด (ยกเว้นเงินสะสมของเรา) จะต้องถูกนำไปคำนวณเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีในปีนั้นทันที
แม้ว่าประโยชน์ทางภาษีจากเงินสะสมที่เคยลดหย่อนไป สรรพากรจะไม่ทวงคืนย้อนหลัง (ต่างจาก RMF ที่ต้องคืนภาษีถ้าย้ายออกผิดเงื่อนไข) แต่การถอนเงินสดออกมา ก่อนเวลา ก็ทำให้เราเสียภาษีเงินก้อนกวนใจอยู่ดี
3. ลาออกจากงานเดิม... เงินออมไม่จำเป็นต้องสะดุด
สำหรับใครที่ลาออกจากงานเก่า แต่ไม่ได้มีความจำเป็นต้องรีบใช้เงินก้อนนี้ อยากเก็บเงินเพื่อการเกษียณต่อ และไม่อยากเสียภาษี มี 3 ทางเลือกหลักๆ:
🟢 คงเงินไว้ในกอง PVD เดิม: ปล่อยให้ บลจ. เดิมบริหารต่อ โดยจ่ายค่าธรรมเนียมการคงเงินประมาณปีละ 500 บาท (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละกองทุน) เพื่อรอโอนย้ายในอนาคต
🟢 โอนไป PVD ของที่ทำงานใหม่ / กบข.: ถ้าย้ายไปบริษัทใหม่ที่มี PVD หรือย้ายไปเป็นข้าราชการ สามารถโอนยอดไปสะสมและนับอายุสมาชิกต่อเนื่องได้เลย
🟢 โอนไป RMF for PVD: ในกรณีที่ที่ทำงานใหม่ไม่มี PVD หรือออกมาทำธุรกิจส่วนตัว สามารถโอนเงินก้อนนี้เข้ากองทุน RMF ประเภทที่ "รองรับการโอนย้ายจาก PVD" ซึ่งจะช่วยให้เรานับอายุสมาชิกต่อเนื่องได้ ปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลาย บลจ. และหลากหลายสินทรัพย์เลย
*หมายเหตุ: เงินก้อนที่โอนย้ายมาจาก PVD นี้ ไม่สามารถนำมาใช้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีซ้ำได้นะ
อย่าลืมนะ... ก่อนเริ่มลงทุน ควรศึกษารายละเอียดให้เข้าใจและเลือกแผนที่ตอบโจทย์เป้าหมายวัยเกษียณของเราที่สุด เพื่ออนาคตทางการเงินที่มั่นคง 😊
#หมอยุ่งอยากมีเวลา #กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ #ลดหย่อนภาษี #มนุษย์เงินเดือน ดูน้อยลง

ใครเป็นมนุษย์เงินเดือน และอยากเริ่มลงทุน และที่ทำงานมีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่แล้ว ให้ลองเริ่มศึกษาและเริ่มจากตรงนี้ก่อนก็ได้

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) คืออะไร? ลดหย่อนภาษีได้แค่ไหน? แล้วถ้าออกจากงานจะมีทางเลือกยังไงบ้าง?
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund – PVD) เป็นสวัสดิการที่ดีที่นายจ้างจัดให้กับลูกจ้างประจำ เพื่อส่งเสริมการออมระยะยาวและใช้เป็นเงินเกษียณในอนาคต
การเข้าร่วม PVD จะขึ้นอยู่กับความสมัครใจ และไม่ใช่ว่าทุกบริษัทจะมีนะ
📌 สมัครเข้า PVD แล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?
• พนักงานจะเลือกได้ว่าให้หักเงินเดือนกี่ % เข้า PVD (สูงสุดไม่เกิน 15%)
• นายจ้างจะสมทบเงินเพิ่มเข้าไปให้ตามเงื่อนไขบริษัท เช่น ออม 4% นายจ้างสมทบอีก 4% เหมือนได้เงินเพิ่มโดยอัตโนมัติเลย!
• บลจ. จะนำเงินไปลงทุนตามแผนที่เราเลือก เช่น ตราสารหนี้ หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ ฯลฯ ให้เกิดดอกผล (หรืออาจมีโอกาสขาดทุนได้เช่นกัน ตามความเสี่ยงของแผนที่เราเลือก)
📌 เงินใน PVD แบ่งออกเป็น 4 ส่วน:
1. เงินสะสม: เงินที่เราหักจากเงินเดือนเข้าไปทุกเดือน
2. ผลประโยชน์ของเงินสะสม: ดอกผลหรือกำไรที่เกิดจากเงินสะสมของเรา
3. เงินสมทบ: เงินที่นายจ้างสมทบเพิ่มให้เรา
4. ผลประโยชน์ของเงินสมทบ: กำไรที่เกิดจากเงินสมทบของนายจ้าง
เราจะเห็นทั้ง 4 ส่วนนี้แยกชัดเจนในใบรายงานกองทุนที่ส่งมาให้ตรวจสอบทุกปี
📌 สิทธิประโยชน์ด้านภาษี
• ลดหย่อนภาษีได้เฉพาะ “เงินสะสม” ไม่เกิน 15% ของรายได้ และเมื่อนับรวมกับ RMF + ประกันบำนาญ แล้ว ต้องไม่เกิน 500,000 บาท/ปี
• เป็นการออมแบบ DCA หักเงินอัตโนมัติทุกเดือน ช่วยสร้างวินัยทางการเงิน เมื่อเงินเดือนเราเพิ่มขึ้น เงินที่หักเข้ากองทุน และเงินที่นายจ้างสมทบให้ก็จะเพิ่มขึ้นตามสัดส่วน เพราะคิดเป็น % นะ
📌 3 เรื่องควรรู้เกี่ยวกับ PVD
1. แผนการลงทุนเลือกได้ตามใจเรา
หลายบริษัทมีแผนลงทุนหลากหลาย เช่น แผนตราสารหนี้เน้นความปลอดภัย หรือแผนผสมที่มีหุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ และอสังหาริมทรัพย์
ใครที่เริ่มศึกษาเรื่องการลงทุน ลองใช้ PVD เป็นสนามในการเลือกแผนที่เหมาะกับระดับความเสี่ยงของตัวเองดู และเมื่อเวลาผ่านไปเราก็สามารถปรับเปลี่ยนแผนให้เหมาะสมกับช่วงอายุได้
2. ภาษีตอนออกจาก PVD ขึ้นกับเงื่อนไข
เราจะได้รับยกเว้นภาษีทั้งหมดเมื่อนำเงินออกมา ถ้า:
• ลาออกจากงาน + ลาออกจาก PVD ตอนอายุครบ 55 ปีเต็ม และเป็นสมาชิกมาไม่น้อยกว่า 5 ปี
• หรือ เสียชีวิต / ทุพพลภาพ
*แต่ถ้าไม่เข้าเงื่อนไขข้างต้นและเลือกถอนเงินสดออกมาเลย:* เงินส่วนที่เป็นเงินสมทบและผลประโยชน์ทั้งหมด (ยกเว้นเงินสะสมของเรา) จะต้องถูกนำไปคำนวณเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีในปีนั้นทันที
แม้ว่าประโยชน์ทางภาษีจากเงินสะสมที่เคยลดหย่อนไป สรรพากรจะไม่ทวงคืนย้อนหลัง (ต่างจาก RMF ที่ต้องคืนภาษีถ้าย้ายออกผิดเงื่อนไข) แต่การถอนเงินสดออกมา ก่อนเวลา ก็ทำให้เราเสียภาษีเงินก้อนกวนใจอยู่ดี
3. ลาออกจากงานเดิม... เงินออมไม่จำเป็นต้องสะดุด
สำหรับใครที่ลาออกจากงานเก่า แต่ไม่ได้มีความจำเป็นต้องรีบใช้เงินก้อนนี้ อยากเก็บเงินเพื่อการเกษียณต่อ และไม่อยากเสียภาษี มี 3 ทางเลือกหลักๆ:
🟢 คงเงินไว้ในกอง PVD เดิม: ปล่อยให้ บลจ. เดิมบริหารต่อ โดยจ่ายค่าธรรมเนียมการคงเงินประมาณปีละ 500 บาท (ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละกองทุน) เพื่อรอโอนย้ายในอนาคต
🟢 โอนไป PVD ของที่ทำงานใหม่ / กบข.: ถ้าย้ายไปบริษัทใหม่ที่มี PVD หรือย้ายไปเป็นข้าราชการ สามารถโอนยอดไปสะสมและนับอายุสมาชิกต่อเนื่องได้เลย
🟢 โอนไป RMF for PVD: ในกรณีที่ที่ทำงานใหม่ไม่มี PVD หรือออกมาทำธุรกิจส่วนตัว สามารถโอนเงินก้อนนี้เข้ากองทุน RMF ประเภทที่ "รองรับการโอนย้ายจาก PVD" ซึ่งจะช่วยให้เรานับอายุสมาชิกต่อเนื่องได้ ปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลาย บลจ. และหลากหลายสินทรัพย์เลย
*หมายเหตุ: เงินก้อนที่โอนย้ายมาจาก PVD นี้ ไม่สามารถนำมาใช้ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีซ้ำได้นะ
อย่าลืมนะ... ก่อนเริ่มลงทุน ควรศึกษารายละเอียดให้เข้าใจและเลือกแผนที่ตอบโจทย์เป้าหมายวัยเกษียณของเราที่สุด เพื่ออนาคตทางการเงินที่มั่นคง 😊
#หมอยุ่งอยากมีเวลา #กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ #ลดหย่อนภาษี #มนุษย์เงินเดือน

(SSF, RMF, TESG, TESGX,)
08/05/2026

(SSF, RMF, TESG, TESGX,)

🧾 การนับปีการถือครองกองทุนประหยัดภาษี
(SSF, RMF, TESG, TESGX,)
กองทุนประหยัดภาษีแต่ละประเภท มีวิธีการนับปีการถือครองต่างกัน ทั้งการ “นับเป็นก้อน” หรือ “นับเป็นชุด” รวมถึงบางกองทุนต้องอิงกับอายุผู้ถือครองด้วย มาดูกันทีละแบบ 👇
📌 SSF (Super Savings Fund)
• ใช้ลดหย่อนภาษีได้: ปี 2563 – 2567 ซึ่งไม่มีการต่ออายุการลดหย่อนของ SSF ใช้ลดหย่อนได้ถึงปี 67 เท่านั้น ซึ่งถึงแม้ไม่สามารถลดหย่อนภาษีด้วย SSF แล้วแต่ กอง SSF ที่เคยซื้อไว้ ก็ต้องถือจนครบเงื่อนไขคือ 10 ปี
• เงื่อนไขการถือครอง: 10 ปีเต็ม
• การนับเวลา: วันชนวัน ปีชนปี ของแต่ละก้อนที่ซื้อ
ตัวอย่าง
• ซื้อ 30 ม.ค. 67 → ขายได้ 31 ม.ค. 77
• ซื้อ 30 ต.ค. 67 → ขายได้ 31 ต.ค. 77
ส่วน SSFX ที่มีให้ซื้อลงทุนเฉพาะในปี 63 เท่านั้น การนับอายุการถือครองตามเงื่อนไข นับ 10 ปีเต็มเหมือน SSF นะ
📌 RMF (Retirement Mutual Fund)
• เป้าหมาย: เงินเกษียณ
• เงื่อนไขการขายคืน:
1. ผู้ถือมีอายุ ครบ 55 ปีขึ้นไป
และ 2. ถือครองมาแล้ว ไม่น้อยกว่า 5 ปี ลงทุนต่อเนื่องทุกปี (หรือเว้นได้ไม่เกิน 1 ปีติดต่อกัน)
• การนับเวลา: วันชนวัน ปีชนปี แต่นับเป็น “ชุด” โดยยึดวันที่เริ่มลงทุนครั้งแรก
ตัวอย่าง
• อายุครบ 55 ปี: 1 ม.ค. 68
• เริ่มลงทุนครั้งแรก: 1 ธ.ค. 62 และลงทุนต่อเนื่องทุกปี ปี 62, 63, 64, 65, 66, 67
• ครบ 5 ปี: 2 ธ.ค. 67
• 👉 ขายคืน RMF ได้ทั้งหมดทุกก้อนที่เคยซื้อมา ตั้งแต่ 2 ม.ค. 68 เพราะต้องอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปด้วย
📌 TESG (Thailand ESG Fund)
• ใช้ลดหย่อนภาษีได้: ปี 2566 – 2575
• การนับเวลา: วันชนวัน ปีชนปี ของแต่ละก้อน
• เงื่อนไขการถือครอง:
o ซื้อปี 67-69 → ถือเพียง 5 ปีเต็ม Z(ถ้าไม่มีการปรับช่วงพิเศษนี้เพิ่มเติม)
o ซื้อปี 66 และ 70-75 → ถือ 8 ปีเต็ม
ตัวอย่าง
• ซื้อ 14 ธ.ค. 66 → ขายได้ 15 ธ.ค. 74 (8 ปี)
• ซื้อ 15 ธ.ค. 67 → ขายได้ 16 ธ.ค. 72 (5 ปี)
• ซื้อ 28 ธ.ค. 68 → ขายได้ 29 ธ.ค. 73 (5 ปี)
📌 TESGX
• ออกใหม่: พ.ค. 68
• เงื่อนไขการถือครอง: 5 ปีเต็ม
• การนับเวลา: วันชนวัน ปีชนปี ของแต่ละก้อน (ซื้อใหม่หรือย้ายจาก LTF)
ตัวอย่าง
• ย้าย LTF ไป TESGX วันที่ 14 พ.ค. 68 → ขายได้ 15 พ.ค. 73
• ย้าย LTF ไป TESGX วันที่ 30 พ.ค. 68 → ขายได้ 31 พ.ค. 73
สำหรับ LTF (Long-Term Equity Fund) ใช้ลดหย่อนภาษีได้: ถึงปี 2562 เท่านั้น
• การนับเวลา: นับตามปีปฏิทิน (ต่างจากกองทุนอื่น)
• 👉 LTF ที่ซื้อปี 62 ขายได้ทั้งหมดตั้งแต่ 2 ม.ค. 68

✅ สรุปสั้นๆ
• SSF, TESG, TESGX → นับแต่ละก้อนที่เข้าไปลงทุน นับวันชนวัน ปีชนปี
• SSF ไม่มีให้ลดหย่อนภาษีแล้ว แต่ต้องถือให้ครบกำหนดอายุ 10 ปี เต็มจากวันที่ซื้อ
• RMF → นับการลงทุนแรกเป็นหลัก นับเป็นชุด วันชนวัน ปีชนปี + อิงอายุผู้ถือ
• LTF นับตามปีปฏิทิน ไม่มีให้ลดหย่อนภาษี และทั้งหมดทุกก้อนของ LTF ที่เคยมีมาครบกำหนดอายุ ตั้งแต่ 2 ม.ค. 68
#หมอยุ่งอยากมีเวลา #กองทุนรวม #ลดหย่อนภาษี #ภาษี #เงื่อนไขการถือครอง

มาค่า  หน้างบแล้ว แอดมิน ปั่นงานลูกค้า ทันไม่มีงบเลท ไม่มีค่าปรับ  แน่นอนค่า  😁😁❤️❤️
25/04/2026

มาค่า หน้างบแล้ว แอดมิน ปั่นงานลูกค้า ทันไม่มีงบเลท ไม่มีค่าปรับ แน่นอนค่า 😁😁❤️❤️

หลายคนส่งเงินสมทบทุกเดือน แต่อาจยังไม่รู้ว่าเรามีสิทธิประโยชน์อะไรบ้าง? วันนี้เราสรุปมาให้แล้วกับ 7 กรณีจากกองทุนประกันส...
25/04/2026

หลายคนส่งเงินสมทบทุกเดือน แต่อาจยังไม่รู้ว่าเรามีสิทธิประโยชน์อะไรบ้าง? วันนี้เราสรุปมาให้แล้วกับ 7 กรณีจากกองทุนประกันสังคมที่ผู้ประกันตนควรรู้!

แบ่งตามช่วงวัย ดังนี้:

👶 วัยแรกเกิด/วัยเด็ก
- กรณีคลอดบุตร: รับค่าคลอดเหมาจ่าย 15,000 บาท (ไม่จำกัดจำนวนครั้ง) พร้อมเงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อการคลอดบุตร 50% ของค่าจ้าง เฉลี่ย 90 วัน
- กรณีสงเคราะห์บุตร: รับเงินเหมาจ่าย 1,000 บาท/เดือน/บุตร 1 คน (คราวละไม่เกิน 3 คน จนบุตรอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์)

💼 วัยทำงาน
👉กรณีเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย (ไม่เนื่องจากการทำงาน):
- รักษาฟรี ณ สถานพยาบาลตามสิทธิ
- สิทธิทันตกรรม (ถอน, อุด, ขูดหินปูน, ผ่าฟันคุด) 900 บาท/ปี
- ตรวจสุขภาพประจำปี และฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ฟรี (ตามเงื่อนไข)
- เงินทดแทนการขาดรายได้ 50% ของค่าจ้าง (สูงสุดไม่เกิน 365 วัน/ปี)

👉กรณีทุพพลภาพ:
- สูญเสียไม่รุนแรง: รับเงินทดแทน 30% ของค่าจ้าง เป็นระยะเวลา 15 ปี
- สูญเสียรุนแรง: รับเงินทดแทน 50% ของค่าจ้าง "ตลอดชีวิต"
พร้อมค่าบริการทางการแพทย์ตามที่กำหนด

👉กรณีว่างงาน:
- ถูกเลิกจ้าง: รับเงินทดแทน 60% ของค่าจ้าง (ไม่เกิน 180 วัน)
- ลาออก/สิ้นสุดสัญญา: รับเงินทดแทน 30% ของค่าจ้าง (ไม่เกิน 90 วัน)

หมายเหตุ: ต้องขึ้นทะเบียนว่างงานและรายงานตัวผ่านเว็บ https://e-service.doe.go.th

👵 วัยชรา
กรณีชราภาพ:
- เงินบำนาญ (จ่ายรายเดือนตลอดชีวิต): สำหรับผู้จ่ายสมทบครบ 180 เดือนขึ้นไป เริ่มต้นที่ 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย
- เงินบำเหน็จ (เงินก้อนครั้งเดียว): สำหรับผู้จ่ายสมทบไม่ครบ 180 เดือน (รับเงินสมทบส่วนของผู้ประกันตน + นายจ้าง + ผลประโยชน์ตอบแทนตามระยะเวลา)

🕯️ กรณีเสียชีวิต (ไม่เนื่องจากการทำงาน)
- รับค่าทำศพ 50,000 บาท
- เงินสงเคราะห์กรณีตาย (จ่ายตามระยะเวลาการส่งเงินสมทบ)

💡 ประกันสังคมไม่ได้มีไว้แค่หาหมอตอนป่วยเท่านั้น แต่ดูแลเราตั้งแต่ลูกในท้องไปจนถึงตาย อย่าลืมรักษาสิทธิของตัวเองกันด้วยนะ!

“ประกันสังคม คุ้มครองทุกวัย ใส่ใจทุกคน”
📞 สอบถามข้อมูลประกันสังคมได้ที่ www.sso.go.th หรือโทรสายด่วน 1506 ให้บริการทุกวัน ตลอด 24 ชั่วโมง

ถ้าต้องการมีเงินใช้หลังเกษียณ เดือนละ 20,000 บ. ต้องมีเงินเก็บเท่าไหร่?🥰🥰
23/04/2026

ถ้าต้องการมีเงินใช้หลังเกษียณ เดือนละ 20,000 บ. ต้องมีเงินเก็บเท่าไหร่?
🥰🥰

ถ้าต้องการมีเงินใช้หลังเกษียณ เดือนละ 20,000 บ. ต้องมีเงินเก็บเท่าไหร่?
1 ล้าน 3 ล้าน หรือ 5 ล้านบาท ลองมาคิดกัน และดูว่ามี ตัวช่วยอะไรบ้าง
การเก็บเงินเพื่อเป้าหมายเกษียณ ควรเริ่มตั้งแต่อายุน้อย เนื่องจากเงินที่ต้องใช้มีจำนวนค่อนข้างมาก
วิธีคิดแบบง่าย ๆ คือ
ให้คิดว่า เราจะมีชีวิตหลังเกษียณกี่ปี และ ต้องใช้เงินเดือนละเท่าไหร่
โดยควรเผื่ออายุไว้อย่างน้อย 80 ปี เพราะปัจจุบันค่าเฉลี่ยอายุขัยอยู่ประมาณนี้

🧮 ตัวอย่างการคำนวณแบบง่าย
ถ้าต้องการใช้เงินหลังเกษียณ
เดือนละ 20,000 บาท
และคาดว่าจะมีชีวิตหลังเกษียณ 20 ปี
(อายุ 60 – 80 ปี)
เงินที่ต้องใช้ทั้งหมด
20,000 บาท × 20 ปี × 12 เดือน
= 4,800,000 บาท
ตัวเลขนี้
ยัง ไม่ได้ปรับเงินเฟ้อ (ประมาณ 2% ต่อปี)
ยัง ไม่ได้คิดผลตอบแทนจากการลงทุนหลังเกษียณ
ดังนั้นอาจควรมีเงินประมาณ อย่างน้อย 5 ล้านบาท
💡 แล้วจะเก็บเงินให้ถึงเป้าหมายนี้ได้อย่างไร
เราสามารถเลือก
ลงทุนเอง
หรือ
ใช้ ตัวช่วยการออมเพื่อเกษียณ
ซึ่งมีหลายรูปแบบ
👨‍💼 มนุษย์เงินเดือน
มีการออมภาคบังคับอยู่แล้ว คือ ประกันสังคม
ผู้ประกันตนจะมีสิทธิ เงินชราภาพ
หากส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน (15 ปี)
จะได้รับ เงินบำนาญรายเดือนตลอดชีวิต
ตัวอย่าง
ถ้าส่งเงินสมทบจากฐานเงินเดือน 17,500 บาท
(ฐานที่ปรับขึ้นสำหรับปี 2569–2571)
และส่งต่อเนื่อง 15 ปี (180 เดือน)
จะได้รับบำนาญประมาณ 3,500 บาท/เดือน
ทั้งนี้จำนวนจริงจะขึ้นกับ
ฐานค่าจ้าง
ระยะเวลาที่ส่งเงินสมทบ
หากส่งเกิน 180 เดือน
จะได้บำนาญเพิ่ม 1.5% ต่อปี
🏦 กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD)
เป็นการออม ภาคสมัครใจของมนุษย์เงินเดือน
ข้อดีคือ
เหมือนได้ เงินเดือนเพิ่มจากนายจ้าง เพื่อช่วยออมเกษียณ
เงินจาก PVD
หากครบเงื่อนไข
อายุ 55 ปีขึ้นไป
เป็นสมาชิก ไม่น้อยกว่า 5 ปี
สามารถเลือกรับ
เงินก้อน
หรือ
ทยอยรับเป็นงวด
และมี สิทธิยกเว้นภาษี หากเป็นไปตามเงื่อนไข
🏛 ข้าราชการ
จะมีกองทุน กบข.
ซึ่งจะถูกหักเงินสะสม ขั้นต่ำ 3% ของเงินเดือน
และสามารถสมัครใจเพิ่มได้สูงสุด 30% ของเงินเดือน
เมื่อออกจากราชการ ไม่ว่ากรณีใด
จะได้รับ
เงินสะสมของตนเอง
เงินสมทบของรัฐ
เงินผลประโยชน์จากการลงทุน
จำนวนเงินที่ได้จะขึ้นกับ
อัตราเงินสะสม
แผนการลงทุนที่เลือก

ส่วน บำเหน็จหรือบำนาญจากกระทรวงการคลัง
จะขึ้นกับ อายุราชการ
👩‍💻 Freelance / อาชีพอิสระ
สามารถส่ง ประกันสังคมมาตรา 40
หากเลือกส่ง
แบบที่ 2 หรือ 3
จะมีสิทธิ ชราภาพ
(แบบที่ 1 ไม่มีสิทธิชราภาพ)
เมื่ออายุครบ 60 ปี และสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน
จะได้รับ เงินบำเหน็จชราภาพเป็นเงินก้อน
ซึ่งคำนวณจาก
จำนวนเดือนที่ส่งเงินสมทบ
ผลตอบแทนของกองทุน
🏦 กอช. (กองทุนการออมแห่งชาติ)
เป็นอีกตัวช่วยสำหรับ freelance
โดยรัฐจะ ช่วยสมทบเงินออมเพิ่ม
เงื่อนไขการออม
ส่งขั้นต่ำ 50 บาท/ครั้ง
ไม่จำเป็นต้องส่งทุกเดือน
ส่งได้สูงสุด 30,000 บาท/ปี
และเงินที่ส่งสามารถ นำไปลดหย่อนภาษีได้
เมื่ออายุครบ 60 ปี
จะได้รับ บำนาญตลอดชีวิต
ก็ต่อเมื่อ
เงินออมทั้งหมดเมื่ออายุ 60 ปี
ถูกคำนวณแล้วให้รายได้รายเดือน ตั้งแต่ 600 บาทขึ้นไป
แต่ถ้าคำนวณแล้ว ไม่ถึง 600 บาท/เดือน
จะได้รับ เงินดำรงชีพรายเดือน เดือนละ 600 บาท
ไปเรื่อย ๆ จนกว่าเงินในบัญชีจะหมด
📊 สิทธิประโยชน์ด้านภาษี
เงินออมเพื่อเกษียณเหล่านี้
ประกันสังคม
PVD
กบข.
กอช.
สามารถ นำมาลดหย่อนภาษีได้
หากต้องการเพิ่มการออมเพื่อให้ถึงเป้าหมายเกษียณ
และลดภาษีเพิ่มเติม
ยังสามารถใช้
RMF
ประกันบำนาญ
ร่วมด้วยได้
"
📌 เพดานลดหย่อนภาษี
ประกันสังคม / กบข. / PVD / กอช.
➜ ลดหย่อนได้ ตามที่จ่ายจริง
RMF + ประกันบำนาญ + PVD/กบข./กอช.
รวมกันแล้ว ลดหย่อนได้ ไม่เกิน 500,000 บาท/ปี
#เก็บเงินเกษียณ #ลงทุน #เก็บออม #กอช #ประกันสังคม #สิทธิชราภาพ #กองทุนรวม #หมอยุ่งอยากมีเวลา

💡 ค่าใช้จ่าย vs ค่าลดหย่อน เหมือนกันไหม??พร้อมอธิบายเพิ่มว่า…เงินเดือน 40(1) ค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อนส่วนตัวทำไมไม่ต้องก...
26/03/2026

💡 ค่าใช้จ่าย vs ค่าลดหย่อน เหมือนกันไหม??
พร้อมอธิบายเพิ่มว่า…เงินเดือน 40(1) ค่าใช้จ่าย และค่าลดหย่อนส่วนตัวทำไมไม่ต้องกรอกอะไรเองตอนยื่นภาษี
หลายคนสับสนมากกับ 2 คำนี้
ไหนจะค่าใช้จ่าย ไหนจะค่าลดหย่อน
ต้องใช้ทั้งคู่ไหม? ต้องกรอกเองหรือเปล่า?
โพสต์นี้สรุปให้เข้าใจง่ายครบในที่เดียว 👇

🧮สูตรคำนวณภาษีบุคคลธรรมดา
รายได้ทั้งปี – ค่าใช้จ่าย – ค่าลดหย่อน = เงินได้สุทธิ
👉 เงินได้สุทธิ = ตัวเลขที่เอาไปคำนวณภาษีแบบขั้นบันได
เพื่อดูว่าสุดท้ายต้องเสียภาษีทั้งปีเท่าไหร่
และตอนท้ายจะเอาไปเทียบกับ
ภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้แล้วอีกครั้ง เพื่อออกมาว่า“จ่ายเพิ่ม” หรือ “ได้คืน”
📌 “ค่าใช้จ่าย” คืออะไร?
คือ ต้นทุนที่กฎหมายอนุญาตให้หักออกจากรายได้ ก่อนนำไปคิดภาษี
การหักค่าใช้จ่ายมี 2 แบบ
🔹 หักแบบเหมา
✅ ไม่ต้องใช้เอกสาร
✅ ระบบยื่นภาษีคำนวณให้เลยอัตโนมัติ
🔹 หักตามจริง
✅ ต้องมีเอกสารหลักฐาน เพื่อให้สรรพากรว่า เรามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง
แต่ละประเภทเงินได้เลือกหักได้ไม่เหมือนกัน
บางประเภทเลือกได้ บางประเภทเลือกไม่ได้
📊 เงินได้ 8 ประเภท (มาตรา 40) และการหักค่าใช้จ่าย
🔹 40(1) เงินเดือน โบนัส
🔹 40(2) ค่าจ้าง ค่านายหน้า
➡️ หักเหมา 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
❗ บังคับหักเหมาเท่านั้น หักตามจริงไม่ได้ และมีเพดานที่ 1 แสนบาทด้วย
🔹 40(3) ค่าลิขสิทธิ์
➡️ เหมา 50% (ไม่เกิน 100,000) หรือหักตามจริง
🔹 40(4) ดอกเบี้ย เงินปันผล
➡️ ❌ หักค่าใช้จ่ายไม่ได้
🔹 40(5) ค่าเช่าทรัพย์สิน
➡️ เหมา 10–30% (ตามประเภททรัพย์) หรือหักตามจริง
🔹 40(6) วิชาชีพอิสระ (แพทย์ ทนาย วิศวกร ฯลฯ)
➡️ เหมา 30–60% (แพทย์ 60%) หรือหักจริง
➡️ ไม่มีเพดาน
🔹 40(7) รับเหมา
➡️ เหมา 60% หรือหักจริง
🔹 40(8) ธุรกิจ พาณิชย์ เกษตร
➡️ เลือกเหมา หรือหักจริง
✅ สรุป: ค่าใช้จ่าย = หักตาม “ประเภทของรายได้”
📌 มนุษย์เงินเดือนต้องรู้ (สำคัญมาก)
รายได้ 40(1) และ 40(2)
✔ หักค่าใช้จ่ายได้แบบเหมาเท่านั้นที่ 50% ของเงินได้
✔ แต่ไม่เกิน 100,000 บาท/ปี
นี่คือเหตุผลที่มนุษย์เงินเดือนมักเสียภาษีเยอะ
เพราะหักค่าใช้จ่ายได้น้อยและมีเพดาน
💻 แล้วตอนยื่นภาษีออนไลน์ ต้องกรอกค่าใช้จ่ายไหม?

คำตอบคือ ❗ ไม่ต้องกรอก ถ้าเป็นหักเหมา
ระบบคำนวณให้อัตโนมัติทั้งหมด
เวลายื่น 40(1) ให้กรอกแค่
✅ รายได้ทั้งปี
✅ ภาษีหัก ณ ที่จ่ายไว้
✅ เลขผู้เสียภาษีของนายจ้าง
จากนั้นระบบจะคำนวณให้เองว่า
รายได้ → หักค่าใช้จ่าย 50% (เพดาน 1 แสนบาท)→ เหลือเท่าไหร่
ถ้าเลื่อนลงล่างจะมีปุ่ม
🟢 “ดูรายละเอียดวิธีคำนวณ” ให้ตรวจสอบได้ด้วย
📌 “ค่าลดหย่อน” คืออะไร?
ต่างจากค่าใช้จ่ายตรงที่…
ค่าลดหย่อน = สิทธิประโยชน์ที่กฎหมายให้เรานำมาลดภาระทางภาษีได้
เช่น
👤 ลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บ. (ทุกคนได้รับ)
👨‍👩‍👧‍👦 คู่สมรส / บุตร
🛡️ ประกันชีวิต
📈 กองทุน RMF / Thai ESG
🏥 ประกันสุขภาพ ฯลฯ
✔ ไม่ได้ขึ้นกับประเภทของรายได้
✔ ใครมีรายได้ก็ใช้สิทธิได้
👉 ยิ่งมีค่าลดหย่อนมาก ภาษียิ่งลด เพราะ เงินได้ หัก ค่าใช้จ่าย หัก ค่าลดหย่อน ออกมาเป็น เงินได้สุทธิ เพื่อเข้าตารางอัตราภาษี ออกมาเป็นภาษีที่ต้องเสีย
❓ ค่าลดหย่อนส่วนตัว 60,000 บาท ต้องกรอกไหม?
❗ ไม่ต้องกรอกเช่นกัน
ระบบใส่ให้อัตโนมัติทุกคน
เป็นสิทธิพื้นฐานของผู้เสียภาษีบุคคลธรรมดา
✅ สรุป!!
📌 ค่าใช้จ่าย
= ต้นทุนหักออกจากรายได้
= กฎหมายกำหนดตามประเภทเงินได้
📌 ค่าลดหย่อน
= สิทธิประโยชน์ที่กฏหมายกำหนด อาจมีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละปี เพื่อลดภาระทางภาษีได้
📌 มนุษย์เงินเดือน
กลยุทธ์ลดภาษีจริง ๆ อยู่ที่ “ค่าลดหย่อน” เนื่องจากหักค่าใช้จ่ายได้น้อย
เช่น กองทุนลดหย่อนภาษี ประกันชีวิต เป็นต้น

#ภาษี #ยื่นภาษี #ภาษีบุคคลธรรมดา #ค่าใช้จ่าย #ค่าลดหย่อน #เงินได้8ประเภท #คำนวณภาษี #วางแผนภาษี #มนุษย์เงินเดือน

ที่อยู่

199/130 หมู่บ้าน พฤษาวิลล์ 70 หม่ที่ 5 ซอย บางไผ่7 ถนนบางไผ่ ตำบลบางไผ่ อำเภอเมืองนนทบุรี
Nonthaburi
84000

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00
เสาร์ 08:00 - 17:00

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ The Balance House Co., Ltd.ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์