WealthWise Club ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก WealthWise Club, นักวางแผนทางการเงิน, 9/11 Moo 11, Bang Phli, Changwat Samut Prakan.

พื้นที่สำหรับวางแผนการเงิน เพื่อชีวิตที่มั่นคง มั่งคั่ง และมีเป้าหมาย-ประกัน ออม การลงทุน เกษียณ มรดก 🤍💙🤓
& การดูแลสุขภาพกาย และ สุขภาพใจ 🌻🌿

💎ผู้แนะนำการลงทุน IC (อลิอันซ์อยุธยา)
📚ที่ปรึกษาการเงิน AFPT / CFP Student
⚗️อดีตนักวิจัยยา

30/05/2026
30/05/2026

🦠 ไวรัสอีโบลากลับมาเป็นข่าวอีกแล้ว! โรคนี้ร้ายแรงแค่ไหน แล้วประกันที่เราถืออยู่... คุ้มครองรึเปล่า!? คลิปนี้สรุปให้ฟังแบบเข้าใจง่ายๆ ค่ะ 👇

​✅ อีโบลาติดจากการสัมผัสสารคัดหลั่งโดยตรง ไม่ได้ลอยตามอากาศนะคะ

✅ อาการรุนแรง แต่ปัจจุบันการแพทย์ก้าวหน้า มียารักษาแล้ว!

​💡 คำถามยอดฮิต: ป่วยแล้วเคลมประกันได้ไหม?

🏥 ประกันสุขภาพ (IPD): จ่ายค่ารักษา ค่าห้อง ค่ายา ตามวงเงินที่เรามีค่ะ

💰 ประกันโรคร้ายแรง (CI): ถ้ามีระบุครอบคลุมโรคติดเชื้อรุนแรง รับ "เงินก้อน" ไปดูแลตัวเองเลย

🛡️ ประกันชีวิต: คุ้มครอง 100% ดูแลคนข้างหลังเต็มจำนวน

​⚠️ จุดที่ต้องระวัง:

ถ้าเพิ่งทำประกัน จะมีระยะเวลารอคอย 30 วันนะคะ และถ้าตั้งใจฝ่าฝืนเดินทางไปประเทศที่มีประกาศเตือนระบาด ประกันอาจไม่คุ้มครองน้า

​โรคภัยควบคุมไม่ได้ แต่เราวางแผนรับมือความเสี่ยงได้ค่ะ

ใครไม่ชัวร์ว่ากรมธรรม์ที่มีอยู่คุ้มครองครอบคลุมแค่ไหน หยิบเล่มมาเช็กด่วน หรือคอมเมนต์ทักมาปรึกษากันได้เลยนะคะ ยินดีให้คำแนะนำค่ะ 💙

​ #อีโบลา #ไวรัสอีโบลา #ความรู้สุขภาพ #ประกันสุขภาพ

ขอบคุณข้อมูลเพิ่มเติมจาก WHO / กรมควบคุมโรค ค่ะ 🙏📝

30/05/2026

ข้อมูลเชิงสถิติของกองทุนรวมใน Fund Factsheet ที่มือใหม่อาจจะมองข้าม
บางคนเลือกกองทุนจากผลตอบแทนย้อนหลัง แต่ความจริงแล้ว ผลตอบแทนสูงอาจมาพร้อมความเสี่ยงที่เราไม่ทันเห็น และคำตอบนั้น ซ่อนอยู่ใน Fund Factsheet ซึ่งมีตัวเลขอื่นที่สำคัญและน่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะข้อมูลเชิงสถิติเหล่านั้นจะบอกว่า… กองทุนนี้เสี่ยงแค่ไหน ผันผวนมากมั้ย เคยขาดทุนหนักเท่าไหร่ รวมถึงผลตอบแทนที่ได้คุ้มกับความเสี่ยงหรือไม่
พอเห็นตัวเลขสถิติเหล่านี้แล้วอาจจะรู้สึกว่าเข้าใจยาก โดยเฉพาะนักลงทุนมือใหม่ จึงทำให้บางคนมองข้ามข้อมูลนี้ก่อนตัดสินใจเลือกลงทุน และเลือกกองทุนจากผลตอบแทนย้อนหลัง
วันนี้เราเลยจะพาทุกคนมารู้จักกับ ค่าสถิติ 6 ตัวที่สำคัญ และพบเจอบ่อยใน Fund Factsheet ที่ช่วยให้เราอ่านกองทุนได้เข้าใจมากขึ้น ช่วยให้ประเมินกองทุนได้รอบด้านมากขึ้น และได้เลือกกองทุนที่เหมาะกับความเสี่ยงของตัวเองด้วย
1. ค่าความผันผวน (Standard Deviation : SD)
ใช้วัด ผลตอบแทนแกว่งมากแค่ไหน เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของกองทุนประเภทเดียวกันหรือผลตอบแทนในอดีต

> ค่า SD สูง = ผลตอบแทนขึ้นลงแรง ผันผวนมาก
> ค่า SD ต่ำ = ผลตอบแทนค่อนข้างนิ่งกว่า
โดยทั่วไป ค่า SD ต่ำ จะเหมาะกับคนที่รับความเสี่ยงได้น้อยกว่า

ตัวอย่าง
กองทุนที่มี SD 10% จะผันผวนมากกว่ากองทุนที่มี SD 5%
2. Maximum Drawdown
ใช้วัด ผลขาดทุนสูงสุดของกองทุนตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมา ตัวเลขนี้จะช่วยให้เราประเมินได้ว่า ถ้าพอร์ตติดลบระดับนี้ ยังรับความเสี่ยงไหวไหม

ค่า Drawdown ติดลบมาก = กองทุนเคยขาดทุนหนัก และอาจต้องใช้เวลานานในการฟื้นตัว
3. Recovering Period
ใช้วัดระยะเวลาที่กองทุนใช้ในการฟื้นตัวจากช่วงขาดทุนหนักสุดให้กลับมาเท่าทุนได้

ยิ่งใช้เวลาฟื้นตัวสั้น ยิ่งดี แต่ถ้าขึ้นว่า N/A หมายถึง กองทุนยังไม่ฟื้นตัวกลับไปจุดเดิมได้จนถึงปัจจุบัน
4. Sharpe Ratio
ใช้เปรียบเทียบผลตอบแทนของกองทุนรวมต่อความเสี่ยงของกองทุนรวม

ค่า Sharpe Ratio ยิ่งสูง ยิ่งน่าสนใจ
ถ้ากองทุนมี Sharpe Ratio สูงกว่าอีกกองทุน แปลว่า กองทุนนั้นได้ผลตอบแทนดีกว่า ภายใต้ความเสี่ยงระดับเดียวกัน
5. Alpha
ใช้วัด ผลตอบแทนส่วนเพิ่มของกองทุน เมื่อเทียบกับดัชนีอ้างอิง (Benchmark) มักสะท้อนประสิทธิภาพของผู้จัดการกองทุนรวมในการเลือกหรือหาจังหวะเข้าลงทุนในหลักทรัพย์ได้ แต่ในบางกรณี ผลตอบแทนที่สูงกว่า อาจมาพร้อมความเสี่ยงที่สูงขึ้นด้วย

ค่า Alpha สูง = กองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าดัชนีอ้างอิง
6. Beta
ใช้วัดว่า กองทุนมีความผันผวนมากหรือน้อยกว่าตลาด

> ค่า Beta เท่ากับ 1 = ผลการดำเนินงานของกองทุนมีความผันผวนใกล้เคียงตลาด
> ค่า Beta มากกว่า 1 = ผันผวนมากกว่าตลาด
> ค่า Beta น้อยกว่า 1 = ผันผวนน้อยกว่าตลาด

นอกจากนี้
> ค่า Beta เป็นบวก = ผลการดำเนินงานของกองทุนรวมเคลื่อนไหวในทางเดียวกับตลาด
> ค่า Beta เป็นลบ = ผลการดำเนินงานของกองทุนรวมเคลื่อนไหวสวนทางตลาด

ตัวอย่าง
> ค่า Beta = 0.8
แปลว่า เมื่อผลตอบแทนตลาด +1% กองทุนจะมีผลตอบแทน +0.8% แต่ถ้าตลาด -1% กองทุนก็จะ -0.8%
> ค่า Beta = -0.8
แปลว่า เมื่อผลตอบแทนตลาด +1% แต่กองทุนจะ -0.8% แต่ถ้าตลาด -1% กองทุนจะ +0.8%
เพราะการลงทุนที่ดี ไม่ใช่แค่เลือกกองทุนที่ผลตอบแทนสูงที่สุด แต่คือการเลือกกองทุนที่เหมาะกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงที่เรารับได้มากที่สุด ดังนั้นก่อนตัดสินใจเลือกกองทุน อย่าลืมศึกษาข้อมูลใน Fund Factsheet ด้วยนะ
#ลงทุน #รู้เท่าธัน #กองทุน #วัดผลการดำเนินงาน #วัดผลตอบแทน #ผลตอบแทน #ความเสี่ยง #ข้อมูลเชิงสถิติ

"สนใจวางแผนประกันสุขภาพเหมาจ่าย"คุ้มครองระยะยาวเหมาจ่ายตามจริงทั้งผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน (OPD & OPD) ทักมาปรึกษา/ เช็คเบี้...
30/05/2026

"สนใจวางแผนประกันสุขภาพเหมาจ่าย"
คุ้มครองระยะยาว
เหมาจ่ายตามจริงทั้งผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยใน (OPD & OPD)

ทักมาปรึกษา/ เช็คเบี้ย ได้ค่ะ
ไม่มีค่าใช้จ่าย
🙏📝📚🤓

#ประกันสุขภาพเหมาจ่าย #ประกันชีวิต #ประกันสุขภาพ #วางแผนการเงิน

29/05/2026

บล.ภัทร ตำนานการเฉือนคมธุรกิจ ระหว่างนักการเงินไทย กับวอลล์สตรีต | WealthThink
หลายคนอาจจะเคยเห็นการชิงไหวชิงพริบกันอย่างดุเดือดของนักการเงิน เพื่อยื่นข้อเสนอซื้อกิจการกันจากในซีรีส์ หรือหนังต่างประเทศ

แต่รู้ไหมว่า ในประเทศไทยเอง ก็เคยมีเหตุการณ์ชิงไหวชิงพริบกันระหว่างนักการเงินคนไทย กับนักการเงินจากวอลล์สตรีตเช่นกัน

นั่นคือ เรื่องราวการแยกตัวของบริษัทหลักทรัพย์ ภัทร ออกจากการเป็นบริษัทลูกของ Merrill Lynch ธนาคารยักษ์ใหญ่ระดับโลกจากวอลล์สตรีต

ที่จบลงด้วยการเปิดตำนานบทใหม่ของ บล.ภัทร

หากสงสัยว่าเรื่องราวของ บล.ภัทร จะเข้มข้น และน่าติดตามแค่ไหน ?

มาหาคำตอบด้วยกันกับ WealthThink ทำความมั่งคั่ง ให้เป็นเรื่องง่าย

ชื่อของ บล.ภัทร อาจจะไม่ใช่สถาบันการเงินที่คุ้นหูคนทั่วไปเท่าไรนัก เพราะบริษัทนี้แทบไม่ได้ทำธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคนทั่วไปเลย

โดยในช่วงที่เกิดเหตุการณ์นี้ บล.ภัทร ทำธุรกิจหลัก ๆ อยู่ 3 อย่าง คือ

1. ธุรกิจโบรกเกอร์

รู้ไหมว่า บล.ภัทร คือเบอร์ 1 ในวงการธุรกิจโบรกเกอร์ในไทย ที่กินส่วนแบ่งมูลค่าซื้อขายในตลาดหุ้นไทยมากที่สุดมาตั้งแต่ปี 2535 จวบจนถึงปัจจุบัน

จากโมเดลธุรกิจที่คิดสวนทางกับโบรกเกอร์รายอื่น ๆ เพราะแทนที่ บล.ภัทร จะให้นักลงทุนรายย่อยมาเปิดบัญชีกับบริษัท

แต่บริษัทกลับเน้นหาลูกค้าที่เป็นนักลงทุนสถาบัน และนักลงทุนรายใหญ่เท่านั้น ซึ่งข้อดีของลูกค้ากลุ่มนี้คือ มีมูลค่าการซื้อขายที่สูงมาก

2. ธุรกิจวาณิชธนกิจ

ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้กับบริษัทที่ต้องการ IPO เข้าตลาดหุ้น รวมทั้งการซื้อ และควบรวมกิจการ (M&A) ด้วย

โดยบริษัทที่ บล.ภัทร พาเข้าตลาดหุ้นนั้น ต่างก็เป็นบริษัทใหญ่ ๆ ที่ปัจจุบันมีมูลค่าบริษัทหลักแสนล้าน ไปจนถึงหลักล้านล้านบาท เช่น PTT, AOT, CPALL และ CRC

ส่วนดีลการทำ M&A ที่โด่งดังก็คือ การควบรวมกิจการระหว่าง กลุ่มโรงพยาบาลพญาไท และกลุ่มโรงพยาบาลกรุงเทพ จนเกิดเป็นเครือ BDMS เครือข่ายโรงพยาบาลที่ใหญ่อันดับต้น ๆ ของโลก

3. ธุรกิจบริหารความมั่งคั่งส่วนบุคคล หรือธุรกิจ Private Wealth

เป็นธุรกิจบริหารความมั่งคั่งให้กับเศรษฐี โดยในสมัยนั้นธุรกิจนี้ยังเป็นธุรกิจใหม่อยู่

ทีนี้เรื่องราวทั้งหมดนั้น เริ่มในช่วงวิกฤติการเงินปี 40

ตอนนั้น ดร.ศุภวุฒิ สายเชื้อ นักเศรษฐศาสตร์ของบล.ภัทร ได้วิเคราะห์ไว้อย่างแม่นยำว่า ประเทศไทยจะต้องเผชิญกับวิกฤติการเงินอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แต่ถึงแม้ บล.ภัทร จะรู้ล่วงหน้า ก็ยังได้รับแรงกระแทกที่ค่อนข้างหนัก จากวิกฤตินี้อยู่ดี

จากการที่บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ ภัทรธนกิจ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ มีความเสี่ยงที่จะล้มละลาย จึงต้องขายบริษัทลูกอย่าง บล.ภัทร ออกไปเพื่อหาเงินใช้หนี้

โดย บล.ภัทร ถูกขายให้กับธนาคารจากวอลล์สตรีตอย่าง Merrill Lynch ถือครองหุ้นในสัดส่วน 51% และธนาคารกสิกรไทย ที่ถือครองหุ้นอีก 49% ที่เหลือ

ในครั้งนั้นบริษัทแม่อย่างภัทรธนกิจ ได้เงินจากการขายภัทรไปมากกว่า 5,200 ล้านบาท

พอมาปี 2546 ทางธนาคาร Merrill Lynch ต้องการปรับกลยุทธ์ด้วยการลดการทำธุรกิจในประเทศไทยลง เลยวางแผนจะยุบฝ่ายบริหารความมั่งคั่งส่วนบุคคล หรือธุรกิจ Private Wealth ออกไป

อย่างไรก็ตามผู้บริหารของบล.ภัทร ที่นำโดยคุณบรรยง พงษ์พานิช กลับไม่เห็นด้วย เพราะมองว่าธุรกิจหลักทรัพย์ในไทยยังเติบโตได้อีกมาก

ด้วยความคิดที่ขัดแย้งกับบริษัทแม่จากวอลล์สตรีต ประกอบกับก่อนหน้านี้คุณบรรยงไปเสนอขายธุรกิจ Private Wealth ให้ธนาคารอื่น แต่ไม่มีใครสนใจ เพราะยังเป็นธุรกิจใหม่ในไทย

ทำให้คุณบรรยง เริ่มมีความคิดที่จะซื้อ บล.ภัทร มาบริหารเอง

การที่ผู้บริหารของบริษัทตัดสินใจซื้อบริษัทจากเจ้าของเดิม เพื่อมาบริหารธุรกิจเอง ในทางการเงิน เรียกว่า การทำ Management Buyout หรือ MBO

ซึ่งผู้บริหารมักจะมีการรวมตัวกันเพื่อรวบรวมทุน และในหลายกรณีก็มักจะมีการกู้ยืมเงินจากธนาคารเพื่อมาซื้อกิจการด้วย

แต่ปัญหาก็คือ ถ้าคุณบรรยง เดินดุ่ม ๆ เข้าไปคุยกับผู้บริหาร Merrill Lynch ว่าเขาอยากซื้อ บล.ภัทร มาบริหารเอง

ก็คงจะโดนทาง Merrill Lynch โขกสับ ตั้งราคาขายกิจการแพง ๆ แน่นอน

คุณบรรยงรู้ดีว่าหัวใจสำคัญของการเจรจาต่อรองคือ ฝ่ายที่เสนอข้อตกลงก่อน มักจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เขาจึงต้องเก็บซ่อนความตั้งใจของตัวเองไว้

ดังนั้นแทนที่จะนัดคุยกับผู้บริหาร Merrill Lynch เพื่อติดต่อขอซื้อกิจการ เขากลับบอกผู้บริหาร Merrill Lynch ว่า Merrill Lynch ไม่ควรทำแค่ยุบธุรกิจ Private Wealth ออกไปเท่านั้น แต่ควรลดขนาดองค์กรที่เหลือด้วย

ซึ่งคำแนะนำนี้ ก็ถือว่าเป็นคำแนะนำที่สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ของ Merrill Lynch เองที่อยากลดขนาดการทำธุรกิจในไทยอยู่แล้ว

แถมคุณบรรยง ยังพูดปิดท้ายด้วยว่า ตัวเขาจะอาสาลาออกเองด้วย หากมีการลดขนาดองค์กร เพื่อแสดงให้ทาง Merrill Lynch เห็นว่าตัวคุณบรรยงเอง ไม่ได้ยึดติดกับตัวบริษัท

สาเหตุที่คุณบรรยง กล้าให้คำแนะนำที่สวนทางกับความต้องการของตัวเองแบบนี้ แม้คุณบรรยง จะไม่เคยอธิบายสาเหตุด้วยตัวเอง

แต่เมื่อดูจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เราอาจจะพออนุมานได้ว่าคุณบรรยงคาดการณ์ไว้แล้วว่า ทาง Merrill Lynch ตั้งใจจะเก็บธุรกิจโบรกเกอร์ และวาณิชธนกิจไว้อยู่แล้ว

และก็คงไม่เลือกที่จะทำตามคำแนะนำของคุณบรรยงอย่างแน่นอน

เพราะการที่ Merrill Lynch มีกลยุทธ์ที่จะลดบทบาทการทำธุรกิจในไทย แต่กลับไม่ยอมลดขนาดธุรกิจโบรกเกอร์ และวาณิชธนกิจลง แล้วเลือกจะยุบเฉพาะธุรกิจ Private Wealth

ก็แปลว่าทาง Merrill Lynch มองว่า 2 ธุรกิจนี้เป็นบ่อเงินบ่อทองของบริษัท

สุดท้ายแล้วทาง Merrill Lynch ก็ได้คำตอบเดียวกับที่คุณบรรยง คิดเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว

หลังจากการพบกันในครั้งนั้น ผู้บริหาร Merrill Lynch โทรกลับมาหาคุณบรรยง พร้อมยื่นข้อเสนอให้คุณบรรยงทำ MBO ซื้อ บล.ภัทร ไปทำเอง

โดยทาง Merrill Lynch จะทำสัญญาเป็นหุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์ในธุรกิจโบรกเกอร์ในไทยกับทาง บล.ภัทร แต่เพียงผู้เดียว

เมื่อทุกอย่างเริ่มเป็นไปในทางที่คุณบรรยงคิดไว้ คุณบรรยงเลยขอเวลาตัดสินใจ 2 วัน เพื่อวางแผนยื่นข้อเสนอที่ดีที่สุดกลับไป

เมื่อถึงกำหนดเวลา ทางคุณบรรยง เลยยื่นข้อเสนอกลับไปว่า ขอซื้อ บล.ภัทร ในมูลค่าที่เท่ากับส่วนของผู้ถือหุ้น หรือ Book Value เท่านั้น

แต่ทาง Merrill Lynch ไม่ยอม เพราะอยากเสนอขายในราคาที่บวกพรีเมียมเข้าไปด้วย

ทางคุณบรรยง เลยให้เหตุผลว่า พรีเมียมของธุรกิจการเงิน ก็คือความเชี่ยวชาญของนักการเงินในบริษัทเอง ในเมื่อผู้ซื้อเป็นผู้บริหารของบริษัทเอง ก็ไม่ควรจะจ่ายเงินซื้อค่าตัวของตัวเอง

อีกทั้งคุณบรรยง ยังยื่นคำขาดอีกครั้งว่า หากไม่ตกลงกันที่ราคา Book Value คุณบรรยงจะเดินออกจากดีลนี้

อย่างที่กล่าวไปตอนต้นว่า คุณบรรยงได้ลองนำธุรกิจ Private Wealth ไปตระเวนขายให้ธนาคารอื่น ๆ แล้ว ปรากฏว่าไม่มีใครซื้อ

แปลว่าทาง Merrill Lynch ตอนนี้มีแค่ 2 ทางเลือกเท่านั้น คือ

1. ยุบฝ่าย Private Wealth ไปแบบไม่ได้อะไร แถมอาจจะมีค่าใช้จ่ายก้อนโตจากการจ่ายค่าชดเชยในการเลิกจ้างพนักงานจำนวนมากอีกด้วย

หรือ 2. ยอมขายธุรกิจให้กับคุณบรรยง และทีมผู้บริหารคนอื่น ๆ เพื่อที่อย่างน้อยจะได้เงินคืนมาบางส่วน และไม่ต้องสำรองค่าใช้จ่ายก้อนโตจากการเลิกจ้าง

ไม่นานทาง Merrill Lynch ก็ตอบตกลงยอมขาย บล.ภัทร ให้คุณบรรยง และทีมผู้บริหารคนอื่น ๆ ในราคา Book Value

ในขณะเดียวกันทางธนาคารกสิกรไทย ก็ยินดีที่จะขายในราคานี้ด้วย

รวมกันแล้วทางคุณบรรยงต้องใช้เงินมาทำ MBO ทั้งหมด 950 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินลงทุนส่วนตัวของกลุ่มผู้บริหารและพนักงานกว่า 40 คน รวมไปถึงนักลงทุนภายนอก จำนวน 500 ล้านบาท

อีก 450 ล้านบาท เป็นเงินจากการกู้ยืมธนาคาร

โดยคุณบรรยง และกลุ่มผู้บริหารได้ร่วมกันจัดตั้งบริษัทขึ้นมา 2 แห่ง เพื่อใช้ในการกู้ยืมเงินจากธนาคาร คือ บริษัท รวมพลภัทร (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท RPIC ซึ่งจดทะเบียนอยู่ต่างประเทศ

และใช้บริษัททั้ง 2 แห่ง เป็น Holding Company ถือหุ้นแทนผู้บริหารแต่ละคน

ข้อดีของการจัดโครงสร้างหุ้นแบบนี้ ก็เพื่อไม่ให้การถือหุ้นเป็นการถือหุ้นแบบเบี้ยหัวแตก

เพราะการทำ MBO ผู้บริหารแต่ละรายมักจะถือหุ้นในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน ในสัดส่วนที่ไม่สูงมาก เพราะมีคนร่วมลงขันกันถึง 40 คน

การปล่อยให้แต่ละคนถือหุ้นในนามตัวเอง ก็อาจจะทำให้มีโอกาสถูกซื้อกิจการแบบไม่เป็นมิตรได้ง่าย จึงต้องมีการรวมหุ้นไว้ใน 2 บริษัท

หลังจากซื้อมาบริหารเองได้เพียง 6 เดือน บล.ภัทร ก็มีการจ่ายปันผลออกมาให้ผู้ถือหุ้น จากนั้น Holding ทั้ง 2 แห่งจึงสามารถนำเงินไปใช้คืนหนี้ได้อย่างรวดเร็ว

ปัจจุบันธุรกิจ Private Wealth ของบล.ภัทร ที่เคยเกือบโดน Merrill Lynch ยุบกิจการ ตอนนี้มีสินทรัพย์ภายใต้การดูแลมากกว่า 966,000 ล้านบาทแล้ว

ส่วนเงินลงทุนของกลุ่มผู้บริหารและพนักงานที่ร่วมกันลงขันซื้อกิจการกลับมาบริหาร ตอนนี้ได้เติบโตจาก 500 ล้านบาท จนมีมูลค่าถึง 10,000 ล้านบาทแล้ว

นี่คือเรื่องราวของดีลการทำ MBO ที่ประสบความสำเร็จเคสหนึ่งของไทย

และเป็นไม่กี่ครั้งที่เราจะได้เห็นนักการเงินไทย ทำดีลต่อรองกับนักการเงินจากวอลล์สตรีต จนสามารถซื้อกิจการที่เคยขายออกไป 5,200 ล้านบาท ในราคาเพียง 950 ล้านบาท และปั้นธุรกิจจนเงินลงทุนเติบโตถึง 10,000 ล้านบาทได้สำเร็จ

โดยปัจจุบัน บล.ภัทร เปลี่ยนชื่อเป็น บล.เกียรตินาคินภัทร จากการควบรวมกิจการกลายเป็นส่วนหนึ่งของ KKP

ได้สร้างผลงานมากมาย กลายเป็นตำนานของอุตสาหกรรมการเงินของไทยมาจนถึงทุกวันนี้..


#ธุรกิจไทย

29/05/2026

กลับมาอีกครั้ง กับ SET in the City 2026
“เทรนทุกก้าว ฟิตทุกสกิล เพื่อทุกเป้าหมายการลงทุน”
และความร่วมมือเวทีพิเศษ ร่วมกับลงทุนแมน กับเวทีเสวนา ลงทะเบียนล่วงหน้าฟรี ได้ที่ https://s.setth.org/lax

-ล็อกเป้าหมายสร้าง Passive Income จากหุ้นปันผลดี กิจการแกร่ง
-จัดพอร์ตให้แพ้ยาก ในยุคหุ้นไทย UNDERVALUED

งานจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน 2569 เวลา 13:00 - 15:00 น.
พบกับ Speakers ผู้เชี่ยวชาญ นักวิเคราะห์ และนักลงทุนมากประสบการณ์ ที่พร้อมถ่ายทอดแนวคิด การวิเคราะห์ให้ได้ฟังกันสด ๆ ในเวทีพิเศษ ได้แก่

• คุณประพาส บุญชื่น นักลงทุน และ Co-Founder เพจลงทุนกล้วยๆ
• คุณกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน)
• คุณวิบูลย์ พึงประเสริฐ นักลงทุนเน้นคุณค่า
• คุณชัชวนันท์ สันธิเดช เจ้าของเพจ “Club VI”
• คุณธณัฐ เตชะเลิศ ระธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แอลทีเอ็มเอช และผู้ก่อตั้งเพจลงทุนแมน

ดำเนินการเสวนาโดย คุณทีน่า สุภัททกิต เจตทวีกิจ, CFA

เข้าร่วมงานฟรี !
20 - 21 มิถุนายน 2569
เวลา 10:00 -19:00 น.
📍 สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์
📲 คลิกลงทะเบียนล่วงหน้า ฟรี >> https://s.setth.org/lax
แล้วมาร่วมอัปสกิลให้ทันทุกสถานการณ์ พร้อมรับทุกการเปลี่ยนแปลง
และตามล่าหาโอกาสสร้างผลตอบแทน พร้อม ๆ กันที่

"ถ้าทำบำนาญรับเงินถึงอายุ 85... แล้วถ้าเกิดเราอยู่ไม่ถึงล่ะ เสียดายเงินแย่เลย ทำยังไงดี?" 🤔นี่คือหนึ่งในความกังวลในการวา...
28/05/2026

"ถ้าทำบำนาญรับเงินถึงอายุ 85... แล้วถ้าเกิดเราอยู่ไม่ถึงล่ะ เสียดายเงินแย่เลย ทำยังไงดี?" 🤔

นี่คือหนึ่งในความกังวลในการวางแผนเกษียณ หลายท่านอยากมีความมั่นคง แต่ก็มีความรู้สึกลึกๆ ว่าไม่อยากเอาเงินก้อนใหญ่ไปทยอยรับทีละน้อยจนถึงอายุ 85 เพราะกลัวว่าจะ "อยู่ใช้เงินไม่คุ้ม"

ถ้าไม่ได้กังวลเรื่องการทำสิทธิลดหย่อนภาษีให้เต็มเพดานมากนัก แต่ให้ความสำคัญกับ "ความรู้สึกคุ้มค่าและได้ใช้เงินก้อน" แนะนำให้ออกแบบพอร์ตเกษียณแบบ Dual-Income Retirement Strategy (กลยุทธ์รับกระแสเงินสด 2 ช่องทางในวัยเกษียณ) ค่ะ

แทนที่จะเทน้ำหนักไปที่บำนาญเพียงอย่างเดียว เราจัดสรรพอร์ตเพื่อให้ได้รับเงินหลังเกษียณพร้อมกันใน 2 รูปแบบ:

💸 1. ท่อรับเงินก้อนใหญ่ (รับปีละ 2 ครั้ง): ตอบโจทย์ "ได้ใช้เงินก่อน"
เราออกแบบพอร์ต (ผ่านเครื่องมืออย่างประกันสะสมทรัพย์ที่จ่ายคืนช่วงเกษียณ, หุ้นกู้ หรือกองทุนปันผล) ให้จ่ายเงินก้อนออกมาปีละ 2 ครั้ง เพื่อให้ "ได้เงินก้อนกลับมาใช้แล้ว" ไม่ต้องรอรับทีละนิด เงินก้อนนี้ช่วยสร้างสภาพคล่องและ Lifestyle เช่น นำไปใช้จ่ายก้อนใหญ่ เที่ยวต่างประเทศ หรือให้รางวัลตัวเองในช่วงที่ยังมีแรง

🛡️ 2. ท่อรับเงินพื้นฐาน (รับบำนาญทุกเดือน): ตอบโจทย์ "ความมั่นคงระยะยาว"
ควบคู่กันไป เราจัดสรรเงินอีกส่วนไว้ใน "ประกันบำนาญ" เพื่อสร้าง Safety Net จ่ายเงินเข้าบัญชีทุกเดือน ครอบคลุมค่าใช้จ่ายพื้นฐาน (Fixed Costs) เพื่อการันตีว่า ไม่ว่าอายุจะยืนยาวแค่ไหน ก็จะมีเงินใช้จ่ายอย่างแน่นอน เป็นการซื้อความสบายใจว่าจะไม่เป็นภาระใคร

💡 ทำไมแผนนี้ถึงแก้ Pain Point ได้อย่างหมดจด?

ลดความกังวลเรื่องอยู่ไม่คุ้ม: เพราะได้รับ "เงินก้อน" ปีละ 2 ครั้งตั้งแต่เริ่มเกษียณ ทำให้รู้สึกอุ่นใจและคุ้มค่า

หมดห่วงเรื่องเงินหาย: หากเกิดเหตุไม่คาดฝันจากไปก่อนวัยอันควร ทั้งมูลค่าที่เหลือในพอร์ตรับเงินก้อน และมูลค่ารับรอง/ทุนประกันของกรมธรรม์บำนาญ จะส่งต่อเป็น "มรดก" ให้คนข้างหลังทั้งหมด ไม่มีคำว่าเงินสูญเปล่าค่ะ

การวางแผนการเงิน ไม่มีคำว่า One-Size-Fits-All ค่ะ หน้าที่ของที่ปรึกษาการเงิน คือการรับฟังความกังวลที่แท้จริง และนำเครื่องมือทางการเงินมาผสมผสาน (Blend) เพื่อออกแบบแผนที่สอดรับกับ "เป้าหมาย" และ "ความสบายใจ" ของลูกค้าให้ได้มากที่สุด 💼✨

สนใจวางแผนการเงิน ป้องกันความเสี่ยงทักมาได้ค่ะ ☺️

#วางแผนเกษียณ #ประกันบำนาญ #ที่ปรึกษาการเงิน #ความรู้การเงิน

27/05/2026

รับสิทธิ์ความบันเทิงสุดคุ้ม ให้ลูกค้าเลือกชมได้ตามสไตล์ที่ชอบ! รับเลย! แอปสตรีมมิ่งจากแบรนด์ OneD Premium (มูลค่า 199 บาท) , หรือ Viu Premium (มูลค่า 149 บาท) , หรือ WeTV VIP (มูลค่า 219 บาท) จำนวน 30 วัน (จำกัดรวม 1,000 สิทธิ์/ตลอดรายการ)*

ลูกค้าอลิอันซ์ อยุธยา กดรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 27-31 พ.ค. 2569 หรือจนกว่าจะมีผู้ใช้สิทธิ์ครบตามจำนวน จำกัดจำนวนสิทธิ์วันละ 200 สิทธิ์ ( รวมกัน 1,000 สิทธิ์/ตลอดรายการ) รวม 5 วัน ตั้งแต่ 9:00 น. ของแต่ละวัน เป็นต้นไป

*โค้ดมีอายุการใช้งาน 30 นาทีเท่านั้น แนะนำให้กดรับสิทธิ์และใช้ทันที (หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิภายในเวลาที่กำหนด จะถือว่าสละสิทธิ์ ทางบริษัทฯ จะไม่ชดเชยโค้ดคืนในทุกกรณี)*

*เงื่อนไขการรับสิทธิ์เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด และรายละเอียดแคมเปญเพิ่มเติม คลิก https://allianzth.co/hsSMay26

#อลิอันซ์อยุธยา

27/05/2026

เพราะชีวิตคือการเดินทางที่ยาวไกล... และเราไม่มีทางรู้เลยว่าระหว่างทางจะเจอแดดออกหรือฝนตก 🌧️✨

​"การวางแผนการเงิน" ไม่ใช่เรื่องของคนรวย... แต่เป็นเรื่องของคนที่ "รักตัวเองและรักคนข้างหลัง" 🧭💼

​หลายคนชอบคิดว่ารอให้พร้อมก่อนค่อยวางแผนชีวิต แต่ความจริงคือ เราไม่มีวันรู้เลยว่าความเสี่ยงกับวันพรุ่งนี้ อะไรจะมาถึงก่อนกัน การเตรียมตัวตั้งแต่วันที่มีกำลัง จึงเป็นของขวัญที่ดีที่สุดที่เราจะมอบให้ตัวเองได้ค่ะ

​วันนี้ที่บูธ Paradise Park ​ขอบคุณทุกความไว้วางใจที่แวะมาพูดคุยและส่งต่อเรื่องราวดีๆ ให้กันในวันนี้นะคะ เพราะแผนชีวิตที่ดี เริ่มต้นที่การลงมือทำวันนี้ค่ะ 🚀
🤍💬

สนใจวางแผนการเงินและป้องกันความเสี่ยง
ทักมาปรึกษาได้ค่ะ 🙏🤓📚💙🌳⭐

​ #วางแผนการเงิน #วางแผนชีวิต #ความคุ้มครอง #ประกันชีวิต #คนรักครอบครัว #อิสรภาพทางการเงิน #ที่ปรึกษาทางการเงิน #ตัวแทนประกันชีวิตมืออาชีพ

27/05/2026

รับสิทธิ์ชมความบันเทิงแบบหลากหลาย เลือกได้ตามชอบ รับเลย! แอปสตรีมมิ่งจากแบรนด์ OneD Premium (มูลค่า 199 บาท) , หรือ Viu Premium (มูลค่า 149 บาท) , หรือ WeTV VIP (มูลค่า 219 บาท) จำนวน 30 วัน (จำกัดรวม 1,000 สิทธิ์/ตลอดรายการ)*
ลูกค้าอลิอันซ์ อยุธยา กดรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 27-31 พ.ค. 2569 หรือจนกว่าจะมีผู้ใช้สิทธิ์ครบตามจำนวน จำกัดจำนวนสิทธิ์วันละ 200 สิทธิ์ ( รวมกัน 1,000 สิทธิ์/ตลอดรายการ) รวม 5 วัน ตั้งแต่ 9:00 น. ของแต่ละวัน เป็นต้นไป

*โค้ดมีอายุการใช้งาน 30 นาทีเท่านั้น แนะนำให้กดรับสิทธิ์และใช้ทันที (หลังกดยืนยันรับสิทธิ์ หากไม่ใช้สิทธิภายในเวลาที่กำหนด จะถือว่าสละสิทธิ์ ทางบริษัทฯ จะไม่ชดเชยโค้ดคืนในทุกกรณี)*

*เงื่อนไขการรับสิทธิ์เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด และรายละเอียดแคมเปญเพิ่มเติม คลิก https://allianzth.co/hsSMay26

#อลิอันซ์อยุธยา

”6 หลักแนวทางวางแผนซื้อประกันสุขภาพ“1. ประเมินขอบเขตความคุ้มครอง (Coverage Limits) IPD (ผู้ป่วยใน): ควรพิจารณาแบบ "เหมาจ...
26/05/2026

”6 หลักแนวทางวางแผนซื้อประกันสุขภาพ“

1. ประเมินขอบเขตความคุ้มครอง (Coverage Limits)
IPD (ผู้ป่วยใน): ควรพิจารณาแบบ "เหมาจ่าย" (Lump Sum) เพื่อรับมือกับวิวัฒนาการทางการแพทย์และอัตราเงินเฟ้อค่ารักษาพยาบาล (Medical Inflation) ที่พุ่งสูงขึ้นทุกปี
ค่าห้อง (Room & Board): เช็กเรตค่าห้องมาตรฐานของโรงพยาบาลที่ใช้บริการประจำ ว่าสอดคล้องกับสวัสดิการที่จะได้รับหรือไม่ เพื่อป้องกันส่วนต่างที่ต้องจ่ายเพิ่ม
OPD (ผู้ป่วยนอก): พิจารณาตามความจำเป็น หากมีสวัสดิการเดิมอยู่แล้ว อาจพิจารณาข้ามส่วนนี้ไปเพื่อนำงบไปเพิ่มวงเงิน IPD แทนค่ะ

2. การจัดการต้นทุนเบี้ยประกัน (Cost Management)
Deductible (ความรับผิดส่วนแรก): เป็นเครื่องมือที่ดีมากสำหรับคนที่มีสวัสดิการเดิม (เช่น ประกันกลุ่ม หรือสวัสดิการข้าราชการ) โดยนำสวัสดิการเดิมมาจ่ายเป็นส่วนแรก การทำแบบนี้จะช่วยลดต้นทุนเบี้ยประกันสุขภาพส่วนตัวลงได้อย่างมีนัยสำคัญ

3. การอุดรอยรั่วด้วยความคุ้มครองโรคร้ายแรง (Critical Illness)
ประกันสุขภาพดูแล "ค่ารักษา" แต่ประกันโรคร้ายแรงแบบ เจอ-จ่าย-จบ จะช่วยดูแล "ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและค่าเสียโอกาส" ป้องกันไม่ให้ต้องดึงเงินจากพอร์ตเกษียณ (Retirement Portfolio) มาใช้ก่อนกำหนดเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันค่ะ

4. โครงสร้างเบี้ยประกันในระยะยาว (Long-term Premium)
ต้องประเมินความสามารถในการชำระเบี้ยไปจนถึงช่วงหลังเกษียณ (เนื่องจากเบี้ยสุขภาพปรับเพิ่มตามอายุ หรือ Step Rate) การวางแผนเตรียมกระแสเงินสด หรือพิจารณาใช้ประกันชีวิตควบการลงทุน (Unit-Linked) เพื่อเตรียมดึงมูลค่าหน่วยลงทุนมาช่วยจ่ายเบี้ยในอนาคต จึงเป็นเรื่องที่ต้องมองเผื่อไว้ตั้งแต่วันนี้ค่ะ

5. ความมั่นคงและนโยบายของบริษัทประกัน (Company Selection)
ความแข็งแกร่งทางการเงิน: ประกันสุขภาพคือสัญญาระยะยาว ควรเลือกบริษัทที่มีความมั่นคงทางการเงินสูง มีเงินกองทุนสำรอง (CAR Ratio) แข็งแกร่ง และมีชื่อเสียงระดับสากล
ประวัติการเคลมและนโยบาย: พิจารณาบริษัทที่มีนโยบายต่ออายุสัญญาอย่างเป็นธรรม (Guaranteed Renewability) และมีชื่อเสียงที่ดีในการพิจารณาจ่ายสินไหม เพื่อหลีกเลี่ยงข้อพิพาทในยามเจ็บป่วย

6. ความเป็นมืออาชีพของตัวแทน (Agent & Advisor Selection)
การวางแผนแบบองค์รวม (Holistic Approach): ตัวแทนที่ดีไม่ควรเป็นเพียงคนขายประกัน แต่ควรเป็นที่ปรึกษาทางการเงินที่สามารถวิเคราะห์ความต้องการ (Fact-Finding) และจัดสรรพอร์ตความคุ้มครองได้สอดคล้องกับเป้าหมายทางการเงินของครอบครัว
ความรู้และจรรยาบรรณ: การมีคุณวุฒิรับรองระดับมาตรฐานวิชาชีพ (เช่น AFPT™ หรือ CFP®) จะช่วยการันตีความรู้ความเข้าใจเชิงลึก รวมถึงการยึดถือจรรยาบรรณในการรักษาผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นที่ตั้ง

การบริการเมื่อเกิดเหตุ: ในยามวิกฤต ตัวแทนต้องสามารถเป็นที่พึ่ง ช่วยประสานงานการเคลม และให้คำแนะนำที่ถูกต้องรวดเร็วได้

สนใจวางแผนทักมาได้ค่ะ หรือพิมพ์ “สนใจ” 🙏🏻📝

#วางแผนสุขภาพ #ประกันสุขภาพเหมาจ่าย #ตัวแทนประชีวิตมืออาชีพ #วางแผนการเงิน #เปิดการมองเห็น

ที่อยู่

9/11 Moo 11, Bang Phli
Changwat Samut Prakan
10540

เบอร์โทรศัพท์

+66652424460

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ WealthWise Clubผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์