BC Advice เรายินดีให้คำปรึกษาเรื่องบัญชีและการเงิน ถามมาเถอะถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรงไม่คิดเงิน

22/12/2025

เจ้าของกิจการจ้างสำนักงานบัญชีมาทำอะไรครับ แล้วคิดว่าเค้าต้องทำอะไรให้บ้าง แล้วท่านในฐานะกรรมการมีหน้าที่อะไรบ้าง?

เจ้าของหรือผู้ประกอบการไม่จำเป็นต้องทำบัญชีเป็น แต่ต้องรู้ว่าอะไรบ้างที่จำเป็นต่อการจัดทำบัญชีและออกแบบหรือจัดเตรียมของเหล่านั้นให้เพียงพอครับ

เจ้าของกิจการหลาย ๆ คนเข้าใจว่าจ้างบัญชีมาแล้วเค้าต้องทำให้ทุกอย่าง ตัวท่านเองในฐานะกรรมการเพียงแค่โยนเอกสารให้เขาโดยไม่ต้องทำอะไร ถ้าท่านคิดเช่นนั้นคือท่านเข้าใจผิด หากท่านไหนทำอย่างนั้นผมบอกเลยว่าบัญชีคุณจะมั่วแน่นอนแต่ไม่ใช่มั่วเพราะคนทำบัญชีมั่ว (หรือบางครั้งก็อาจมีส่วน) แต่สาเหตุนึงที่มันมั่วเพราะท่านไม่ใส่ใจและไม่เข้าใจหน้าที่ของตัวเองตั้งแต่แรก

ตามพรบ.การบัญชี ปี 2543 ได้มีการกำหนดหน้าที่ของ “ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี” ซึ่งก็คือบริษัท หรือก็คือกรรมการนั่นแหละ และหน้าที่ของ “ผู้ทำบัญชี” ซึ่งอาจจะเป็นผู้ทำบัญชีภายในหรือในกรณีที่ผมว่านี้คือสำนักงานบัญชีที่ท่านจ้าง

“ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี” มีหน้าที่ “ส่งมอบเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการลงบัญชีให้แก่ผู้ทำบัญชีให้ถูกต้องครบถ้วน เพื่อให้บัญชีที่จัดทำขึ้นสามารถแสดงผลการดำเนินงาน ฐานะการเงิน หรือการเปลี่ยนแปลงฐานะการเงินที่เป็นอยู่ตามความเป็นจริงและตามมาตรฐานการบัญชี” ซึ่งการที่จะสามารถทำให้บันทึกบัญชีได้ตามที่กฎหมายกำหนดนั้นไม่ใช่เพียงแค่ส่งเอกสารไปเฉย ๆ ท่านต้องส่งข้อมูลอย่างอื่นเพิ่มด้วยไม่ว่าจะเป็น bank statement, รายงานประชุม, สัญญาต่าง ๆ หรือ report ต่าง ๆ ทั้งหมดที่จำเป็น รวมถึงชี้แจงที่มาที่ไปของแต่ละรายการให้ครบถ้วน

ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ว่าถ้าท่านส่งเอกสารไปอย่างเดียว แต่ไม่ส่ง bank statement แล้วจะให้บันทึกบัญชีอย่างไร หรือท่านส่ง bank statement ไป แต่ bank statement ไม่สัมพันธ์กับเอกสารเลยแล้วท่านอธิบายอย่างไรว่าเงินรับไปไหน หรือเอาเงินที่ไหนจ่าย เพราะทั้งหมดนี้ล้วน “จำเป็น” ต่อการบันทึกบัญชีทั้งสิ้น รายงานการประชุมและสัญญาต่าง ๆ ก็เช่นกัน ล้วนจำเป็นทั้งนั้น

และหากท่านไปลองอ่านกฎหมายดูดีๆ จะพบว่า หน้าที่ในการ “จัดทำงบการเงิน” และ “ยื่นงบการเงิน” และ “เก็บรักษาบัญชีและเอกสารประกอบการบันทึกบัญชี” ล้วนแล้วแต่เป็นหน้าที่ของ “ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี” ทั้งสิ้น

“ผู้ทำบัญชี” มีหน้าที่บันทึกตามเอกสารที่ได้รับ ท่านส่งเอกสารให้เขาเท่าไหร่ เขาก็บันทึกตามนั้น ผมให้โจทย์เล่น ๆ ให้ทุกคนตอบในใจ เจ้าของกิจการก็ตอบได้ ลองตอบตามดูนะครับ บัญชีนั้นมีหลักการคือบัญชีคู่ หากเกิดขึ้นจะต้องมีที่มาและที่ไป ลองพิจารณากันครับ

1. กรรมการบริษัทส่งเอกสารซื้อวัตถุดิบให้จำนวนมาก วัตถุดิบพวกนี้บันทึกเป็นต้นทุน แต่ใน statement ไม่มีเงินสดออกจากบัญชี บริษัทใช้เงินที่ไหนจ่าย
2. ใน statement มีแสดงเงินรับเข้าจำนวนมาก แต่ไม่มีใบเสร็จรับเงินเลย บริษัทได้รับเงินจากอะไร
3. กรรมการบริษัทส่งสัญญาเช่าบ้านให้นักบัญชี แต่ว่าไม่มีรายการเงินใน bank statement เลย แล้วบริษัทเอาเงินที่ไหนจ่าย จ่ายแล้วรึยัง หรือยังไม่จ่าย ได้หัก ณ ที่จ่ายมั้ย?
เคสพวกนี้ผมเจอบ่อย ๆ ครับ เพราะฉะนั้นท่านในฐานะ “ผู้มีหน้าที่จัดทำบัญชี” “ต้อง” จัดเตรียมเอกสารพวกนี้ให้เรียบร้อยและชี้แจงที่มาที่ไปของรายการต่าง ๆ ให้ครบถ้วนครับ ไม่เช่นนั้น “ผู้ทำบัญชี” ก็ทำไม่ถูกหรอกครับ
แล้วปัญหาคือยังไงครับ บางบริษัทก็ส่งเอกสารมาให้วันที่ 15 พฤษภาคม และต้องทำให้เสร็จภายใน 31 พฤษภาคม โดยที่เอกสารก็เป็นอย่างที่ผมบอก แล้วท่านคิดว่าบัญชีบริษัทท่านจะเป็นอย่างไรครับ

ใครอยากอ่าน พรบ การบัญชี ก็ลองหาเสิชอ่านดูนะครับ หาไม่ยากครับ

#บัญชี #ภาษี #บัญชีธุรกิจ #บัญชีบริหาร #งบการเงิน

24/11/2025

คดีใหญ่ทางภาษีที่ผ่านมามีคำพิพากษาของศาลออกมาประมาณว่าการกระทำเป็นการกระทำที่ “ขาดคุณธรรมทางภาษ” ีและไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมายภาษีอากร ทั้งเป็นธุรกรรมที่ “ไม่มีเหตุผลทางเศรษฐกิจ” นอกเหนือจากการหาประโยชน์อื่นรวมถึงภาษีเงินได้

(ไม่มีความเห็นทางการเมืองนะครับ) ผมอ่านมาถึงตรงนี้เลยอยากชวนทุกคนคุยครับ ผมคิดว่าการวางแผนภาษีเนี่ยเอาจริงนะหลาย ๆ ครั้งหรือแทบทุกครั้ง ไม่ค่อยมีเหตุผลทางเศรษฐกิจหรอก ผมเห็นแล้วผมกลัวมาก ๆๆๆ ว่าต่อไปในอนาคตจะต้องมีข้อพิพาท หรือต้องมีความเห็นของเจ้าหน้าที่สรรพากรเพิ่มเติมมากมายรึเปล่า การวางแผนภาษีจะกลายเป็นเรื่องใหญ่และยากขึ้นเรื่อย ๆ

ผมสมมุติว่ามีคนนึงเค้ารายได้เป็น 10 ล้านเลย แต่ใช้วิธีเปิดบริษัท 10 บริษัท แล้วกระจายรายได้เข้าไปทุกบริษัท โดยมีอีกบริษัทนึงเป็น holding แบบนี้คือการบริหารภาษีแน่นอน เพราะฟังดูแล้วรู้เลยว่า

1) ไม่อยากเข้า VAT
2) มีกำไรก็จ่ายปันผลเข้า holding ก็ไม่เสียภาษี
3) กู้ยืมเงินก็ผ่าน holding ก็ไม่เสีย SBT
4) แล้วก็บริหาร CIT (ภาษีนิติบุคคล) ให้ไม่เกิน 300,000 ในแต่ละบริษัท

และผมว่าก็ไม่มีเหตุผลทางเศรษฐกิจนะ แต่เจ้าของเค้าไม่เดือดร้อนไง เค้าโอเค

ทีนี้เคสแบบนี้เพื่อน ๆ คิดว่าสรรพากรจะทำยังไง

21/11/2025

ผมบอกเลย ใครมาชวนลงทุนอะไร ถ้าให้เกิน 15% ต่อปีคุณติด red flag ได้เลย ส่วนถ้าเกิน 8% ต่อปีคุณติด yellow flag ไว้เลย

ยิ่งถ้ามีคำว่า “การันตีผลตอบแทนด้วยแล้ว” ให้รีบวิ่งเลยครับ วิ่งหนีนะ

เตือนด้วยความหวังดี

#การันตีผลตอบแทน #ลงทุน

19/11/2025

เป็นพนักงานบัญชีสามารถโกงเงินบริษัทได้ทีเป็น 10 – 20 ล้านจริงหรือ
คำตอบคือก็พอเป็นไปได้ในบางโอกาส

คือโดยปกติเนี่ยบัญชีจะมีหน้าที่บันทึกบัญชีเท่านั้น การจ่ายเงินอาจเป็นหน้าที่ของฝ่ายการเงินมากกว่า แต่ว่าสำหรับบริษัทที่มีขนาดไม่ใหญ่มากเราก็จะรวมแผนกกันและทำงาน cross กันทั้งหมด

แต่ทำไมบางบริษัททำไม่ได้ คำตอบคือเพราะมีการควบคุมภายในที่ดีครับ

การควบคุมภายในที่ดีทำได้หลายแบบมาก ตั้งแต่ขั้นตอนการสั่งซื้อเลย เช่นต้องมีการเทียบราคา อนุมัติสั่งซื้อก่อน จะรับ invoice ก็ต้องเทียบกับการสั่งซื้อแล้วมีการแบ่งแยกหน้าที่กัน ยาวไปจนถึงจ่ายเงิน แต่สิ่งที่ผมอยากแนะนำสำหรับธุรกิจขนาดเล็กเลยก็คือเลือกบางอย่างที่ต้องทำเพราะเราไม่สามารถทำได้ทุกอย่าง ซึ่งที่ผมแนะนำคือ

การไม่ใช้เงินสดมากจนเกินไป การจ่ายเงินควรใช้เป็นการโอนเงิน หรือเช็คให้มากที่สุด หากเป็นเช็คจะ control ง่ายกว่า คือคุณก็ดูเลยว่าเป็นเชคขีดคร่อมและตี acc.payee only
หากเป็นการโอนเงินในบางครั้งคุณให้ลูกน้องทำโอนเงินเป็น batch มาให้ในระบบ bank คุณต้องเชคให้แน่ใจว่าเป็นเจ้าที่คุณมีรายการกับเค้าจริงๆ

ซึ่งทั้งหมดนี้คุณต้องตรวจคู่กับเอกสารและคุณต้องคุ้นเคยการรายการค้าดีพอสมควรว่าคุณสั่งของจากเจ้าไหนบ้าง

และต้องอย่าลืมว่าอย่าไปมอบอำนาจให้คนอื่นเซนแทนคุณหรือกดในระบบแทนคุณ ควรต้องให้ co-sign โดยคุณด้วย #โกง #บัญชี

16/11/2025

ช่วงสิ้นปีก็มักจะมีคำถามมากมายเกี่ยวกับ VAT เช่นว่า เงินเข้าเท่านี้ ๆ จะโดนอะไรมั้ยคะ หรือต้องทำยังไงดีคะ

ผมรู้สึกอย่างนึงไม่รู้ว่าทุกคนรู้สึกเหมือนกันมั้ย คือปลายปีที่แล้วเราก็จะเจอคำถามแบบนี้เหมือนกัน

จริง ๆ แล้วผมบอกทุกคนครับว่าเวลาจะทำอะไรให้ตั้งสติก่อนสตาร์ท ก่อนที่จะเราจะทำอะไรให้คิดให้ดีก่อนว่าทำไปแล้วจะมีผลกระทบอะไรยังไงบ้าง หากไม่รู้ให้หาข้อมูลหรือปรึกษาคนที่มีความรู้ ซึ่งหากใครมาปรึกษาผมนิด ๆ หน่อย ๆ ผมก็ไม่ได้ปฎิเสธอยู่แล้ว ผมรักการสอนและผมชอบ sharing

กลับมาที่เรื่อง VAT ผมคิดว่าคนที่เงินรับเกิน 2 ล้าน (หรือตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนดว่าธนาคารต้องส่งข้อมูลให้แล้วนั้น) ผมไม่รู้จะใช้คำว่าอะไรดี เพราะว่าไม่เพียงแต่ไม่ตั้งสติก่อนสตาร์ท แต่สตาร์ทมา 2 ล้านบาทแล้วพึ่งมาคิดออก แต่ผมก็คิดใหม่แล้วก็พบว่าไม่น่าใช่หรอก น่าจะมีส่วนนึงที่น่าจะรู้ดีอยู่แล้ว แต่ว่าหลุดก็เลยต้องมาตั้งคำถาม

ผมมักจะแนะนำทุกท่านแบบนี้ครับ คือหากคุณคิดจะทำธุรกิจระยะยาว คุณควรทำทุกอย่างให้มันถูก หรืออย่างน้อยให้มันถูกซัก 80%-90% เพื่อที่ว่าคุณจะได้มีเวลาไปต่อยอดธุรกิจของคุณ ไม่ใช่ว่าจะต้องมาพะวงและระวังหลังทุกวัน

ผมรู้ว่าหลาย ๆ คนใช้วิธีแยกบัญชีรับเงิน (ทุกคนรู้ครับ รวมถึงเจ้าหน้าที่สรรพากรด้วย) การใช้วิธีนี้มีความเสี่ยงคือ
1. คุณจะบริหารบัญชีเหล่านั้นยังไงว่าคุณจะได้เงินคืนมาครบ โดยในกรณีที่คุณใช้บัญชีม้า
2. หากในอนาคตม้าของคุณหายไป 1 คนคุณจะทำยังไง
3. หากรายได้คุณเยอะจนคุณต้องหาม้าเพิ่มจะหาจากไหนได้ง่าย ๆ และจะหาม้าที่เชื่อใจได้ได้ง่ายขนาดนั้นมั้ย
4. คุณต้องจดยอดเงินเข้าของแต่ละบัญชีและทยอยมาเปลี่ยน QR code เรื่อย ๆ
5. ผิดกฎหมายรึเปล่าด้วย?
6. หากไปไม่ไหวจริง ๆ จนไม่รู้จะทำยังไงแล้ว แล้วยอมมาจด VAT คุณจะบริหารราคาขายคุณอย่างไร เพราะคุณต้องบวกราคาขายเข้าไป 7% ในกรณีที่คุณไม่ไหวจริงผมว่ายอดขายคุณน่าจะไปแตะเกือบ ๆ 10 ล้านละหละ แล้วคุณจะบริหารราคาขายอย่างไร

คุณอาจจะเกิดข้อความในใจว่าไม่อยากเสียภาษี ผมก็มีข้อความนั้นในใจเช่นกันครับ เพียงแต่เราอยู่ในสังคมก็ต้องว่ากันไปตามกฎของสังคม หากคุณยอมรับกฎและทำตามก็จะไม่ต้องคิด 6 ข้อที่ผมพูดไว้ข้างต้นอยู่ตลอดเวลา แล้วจะมีสมองและเวลาไปทำอย่างอื่นอีกเยอะเลยครับ

ฟังโหนกระแสเมื่อวาน จริง ๆ ก็รู้สึกหลายทีละเวลามีเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับการเงิน เหมือนไม่มีคนให้ความรู้ พี่เอกสายไหมนี่ก็...
29/10/2025

ฟังโหนกระแสเมื่อวาน จริง ๆ ก็รู้สึกหลายทีละเวลามีเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับการเงิน เหมือนไม่มีคนให้ความรู้ พี่เอกสายไหมนี่ก็หลายทีละมาแนะนำให้คิดดอกเบี้ยแบบเอาเงินต้นคูณจำนวนเงินต้นแล้วมาหารงวด

วิธีแบบนี้เค้าเรียก flat rate (แบบผ่อนรถ) ไม่มีใครบอกเค้าหรอว่าแบบนี่แพงกว่าแบบที่เค้าคิดกันอยู่ในรายการ (แบบผ่อนบ้าน) ซึ่งคือวิธีคิดดอกเบี้ยตามจริง ผ่อนเท่าไหร่ก็ตัดดอกก่อนที่เหลือตัดต้น

แบบ flat rate มันแพงกว่าเท่าตัวเลยนะครับ คนมารายการก็ไม่มีความรู้การเงิน แต่พี่สายไหมนี่ก็ดันไม่มีความรู้ไปด้วยแล้วจะไปให้เค้าเปลี่ยนวิธี ก็กลายเป็นยิ่งแย่กันไปใหญ่สิครับ

วิธีคิดแบบ flat rate มันแพงกว่าเพราะว่าเอาเงินต้น ณ วันแรก คูณดอกเบี้ยแล้วคิดตามระยะเวลา เพราะฉะนั้นดอกเบี้ยจะถูกคิดตามเงินกู้ที่สูงที่สุดตลอดเวลา แต่ว่าหากคิดแบบ effective rate ดอกเบี้ยจะลดลงเรื่อย ๆ เพราะว่าเวลาเราผ่อนแต่ละงวด ๆ นั้น เงินต้นจะลดลง ทำให้งวดหลัง ๆ นั้นดอกจะน้อยลงเรื่อย ๆ ผมทำตัวอย่างมาให้ดู

ในรูปแรกเป็นแบบ effective rate สมมุติกู้ 1 ล้าน ผ่อน 2 ปี ผ่อนเดือนละ 45,000 ในเดือนสุดท้ายผ่อนแค่ 16,575 ก็หมดแล้ว รวมเงินผ่อนทั้งหมด 1,051,575 เท่านั้นเอง

แต่ในรูปที่สองเป็นแบบ flat rate ดอกเบี้ยทั้งหมดคือ 100,000 บาท หารออกมาผ่อนเดือนละ 45,000 รวมเงินจ่ายทั้งหมด 1,100,000

เทียบแค่เงินจ่ายก็เห็นแล้วใช่มั้ยครับ ว่าอันไหนแพงกว่ากัน ทีนี้แพงกว่าครึ่งนึงคือยังไง แบบแรกเราจ่ายดอกแค่ 51,575 ในขณะที่แบบที่สองจ่ายดอก 100,000 บาท นี่ยังไม่นับว่าถ้าเรามีเงินก้อนมาจ่ายเพิ่ม ดอกเบี้ยแบบแรกจะยิ่งน้อยลงไปอีกเพราพเงินต้นจะลดลงไปอีก ในขณะที่แบบที่สองนั้นจ่ายเร็วจ่ายช้าคุณก็จ่ายเท่าเดิม

รายการควรหาคนมาให้ความรู้การเงินเบื้องต้นบ้าง

ดังนั้นหากคุณจะผ่อนรถแล้วเค้าบอกว่าดอกเบี้ย 1.99% จำไว้เลยว่าเทียบเท่ากับดอกเบี้ยบ้านประมาณ 4% #ผ่อนบ้าน #ผ่อนรถ #ดอกเบี้ย

18/09/2025

Shareholder Agreement

สืบเนื่องจากเหตุการณ์ในโหนกระแสเมื่อวันที่ 18 September 2025 (ณ วันที่เขียนยังไม่ได้ฟังของวันถัดมา) ผมว่าสาเหตุของปัญหาเรื่องนี้มาจากการที่ผู้ถือหุ้นไม่มี shareholder agreement

สิ่งนี้สำคัญมากนะครับ คนส่วนใหญ่ไม่รู้จักและไม่เคยทำ อาจจะเพราะคิดว่าเป็นเพื่อนกันเป็นญาติกัน สุดท้ายเสียเพื่อนกันมานักต่อนัก

Shareholder agreement ไม่ได้เป็นสิ่งที่บอกว่าเราจะไม่ไว้ใจเพื่อนเราในการทำธุรกิจ หรือไม่ได้หมายความว่าเราจะเหลี่ยมใส่เขาหรือเขาจะเหลี่ยมใส่เรา แต่เป็นข้อตกลงที่ไว้เพื่อทำความเข้าใจระหว่างหุ้นส่วน เป็นสิ่งที่ทำให้หุ้นส่วนนั้นมีความไว้ใจซึ่งกันและกันมากยิ่งขึ้นด้วยซ้ำ และทำให้การดำเนินธุรกิจนั้นมีกรอบการทำงานให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ถูกต้อง

โดยปกติเวลาผู้ถือหุ้น 2 หรือ 3 ฝ่ายมาร่วมกันลงทุนเนี่ยเค้าจะมีสิ่งที่เรียกว่า shareholder agreement เพื่อทำข้อตกลงกันระหว่างผู้ถือหุ้นว่าเราจะมีอะไรบ้าง และนำเรื่องเหล่านี้ไปจดเป็นข้อบังคับบริษัทอีกครั้งหนึ่ง โดยปกติแล้วเนื้อหาใน shareholder agreement มักจะมีหัวข้อคร่าว ๆ ประมาณนี้
- สัดส่วนการถือหุ้น
- ข้อห้ามขายหุ้นให้คนอื่น
- ห้ามการทำธุรกิจที่เป็นการแข่งขันกัน
- การแต่งตั้งกรรมการ (เรื่องนี้สำคัญมาก) อาจจะมีเงื่อนไขกำหนดไว้ว่า board member ต้องมาจากทั้ง 2 ฝั่ง ฝั่งละกี่คนก็ว่ากันไป
- องค์ประชุมที่ประชุมผู้ถือหุ้นและองค์ประชุมการประชุมคณะกรรมการ
- การกำหนดเรื่องต่าง ๆ ที่ต้องให้ผู้ถือหุ้นอนุมัติ
- การกำหนดเรื่องต่าง ๆ ที่ต้องให้กรรมการอนุมัติ
- เงื่อนไขการอนุมัติ เช่นต้องเห้นด้วยทั้งสองฝั่งเท่านั้น
- อื่น ๆ แล้วแต่จะกำหนด

ในบางบริษัทกำหนดไว้ว่าต้องเห็นด้วยทั้ง 2 ฝั่ง ซึ่งหากเห็นไม่ตรงกันก็อาจเกิด deadlock ได้ บางที่จะมีการกำหนดในกรณีเกิด deadlock ไว้ด้วยเช่นให้ประธานในที่ประชุมมี casting vote บางบริษัทไม่มีกำหนดก็อาจเกิด deadlock ได้

ผมเคยอ่านเจอในตำรามีสิ่งหนึ่งที่เรียกว่า Texas shootout ไว้แก้ deadlock คือให้แต่ละฝ่ายส่งข้อเสนอซื้อหุ้นของอีกฝั่งใครให้เยอะว่าก็บังคับซื้อไป แต่ว่ายังไม่เคยเจอในชีวิตจริงเหมือนกันนะ

#หุ้นส่วน #หุ้นส่วนธุรกิจ

16/09/2025

วันก่อนผมไปดูรถยนต์มารุ่นนึง เนื่องจากมีความจำเป็นต้องซื้อรถใหม่ คุยกับ Sales น้องบอกว่าผ่อนได้ ดอก 1.89% หรือพี่จะซื้อสดก็ได้ ผมก็เลยนึกว่าอยากเขียนเรื่องนี้ขึ้นมา

คือผมเนี่ยเป็นคนชอบคำนวณ พอน้องเค้าบอกมาหัวผมก็คำนวณเพื่อหาคำตอบในใจเลยว่าผมจะซื้อสดหรือผ่อนดี ทีนี้ผมเชื่อว่าบางคนอาจไม่ถนัดคำนวณเลยอยากมาแชร์วิธีวิเคราะห์ครับ ไม่งั้นเราไม่มีทางตัดสินใจเรื่องที่มันซับซ้อนได้แน่นอนครับ
วิธีคิดของผมคือต้องคิดว่า
1) หากคุณผ่อนคุณจะมีดอกเบี้ย 1.89% แบบ flat rate ซึ่งมีสูตรคร่าว ๆ อยู่ว่าจะเป็นครึ่งนึงของ effective rate ซึ่งในกรณีนี้ effective rate นั้นก็คือ = 3.8% สิ่งนี้คือต้นทุนครับ ซึ่งหากซื้อสดก็ไม่ต้องเสียก้อนนี้
2) ถ้าคุณมีเงินสดแล้วเอาเงินสดนั้นไปลงทุน (แทนที่จะมาซื้อสด) เกิดผลตอบแทนที่มากกว่า 3.8% ก็จะถือว่ากำไร
3) ทีนี้สำหรับเคสผม วิธีลงทุนที่ง่ายที่สุดสำหรับและ lock return (ผลตอบแทน) ได้เลยคือการเอาไปโปะหนี้บ้านครับ หนี้บ้านผมตอนนี้ดอกค่อนข้างสูงคือ 4.4% แต่ว่าผมยังใช้ตัวนี้ไปเปรียบเทียบไม่ได้ เพราะว่าดอกเบี้ยบ้านนั้นผมเอามาลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาได้ สมมุติ 30% แสดงว่าผลตอบแทนจากการโปะหนี้บ้านนั้นได้ผลตอบแทนจริง ๆ แค่ 4.4% * (1-0.3) = 3.08%

หลายคนน่าจะได้คำตอบคร่าว ๆ แล้วว่าถ้าเป็นผมควรตัดสินใจยังไง คำตอบคือควรเอาเงินสดไปซื้อรถสดครับ เพราะถ้าผมผ่อนรถแต่เอาเงินมาโปะบ้านแทนเท่ากับผมขาดทุน ผมสู้เอาเงินไปซื้อรถสดแล้วจ่ายดอกเบี้ยบ้านให้ธนาคารจะคุ้มกว่า ยิ่งถ้าผม retention หนี้บ้านในปีหน้าได้ ดอกเบี้ยจะยิ่งน้อยไปอีก

ถ้าเป็นเคสนิติบุคคลจะพิจารณายังไง เพื่อน ๆ ลองฝึกวิเคราะห์กันได้ครับ คิดเห็นยังไงก็คุยกันได้ครับ

*ผมขอบอกไว้ก่อนเลยว่านี่เป็นการวิเคราะห์โดยไม่คำนึงถึงปัจจัยอื่น หรือกำหนดตัวแปรอื่นเป็นตัวแปรควบคุมหมดแล้ว เดี๋ยวจะมีคนมาบอกอีกว่าชีวิตจริงต้องคิดเรื่องนู้นเรื่องนี้ด้วย ผมทราบถึงเรื่องพวกนั้นดีครับ แต่ในการวิเคราะห์เพื่อตัดสินใจบางอย่าง เราจำเป็นต้องแยกวิเคราะห์เหตุการณ์ต่าง ๆ แล้วค่อยนำมาสังเคราะห์เพื่อตัดสินใจ หากไม่สามารถทำได้จะตัดสินใจในเรื่องที่ซับซ้อนมาก ๆ ได้ยากครับ
#ภาษี #ลงทุน

13/09/2025

ผมมีร้านอาหารนึงที่ชอบกินอยู่ประจำ มีเมนูนึงราคา 100 บาท แต่ว่าถ้าสั่งผ่าน delivery จะเป็น 137 บาทเลยอยากจะพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาก

เหตุผลที่ราคาแพงกว่าเป็นเพราะว่า delivery นั้นเก็บค่าบริการซึ่งอ้างอิงจากราคาขาย (หรือที่เรียกว่า GP) ซึ่งทุกคนรู้ดีอยู่แล้ว ผมไม่รู้ว่าเค้าคิด GP เท่าไหร่นะแต่อยากจะสมมุติตัวเลขเพื่อเป็นตัวอย่างดังนี้ครับ

สมมุติว่าเค้าคิดที่ 37% ร้านจะได้รายได้จากการขายเท่าเดิมมั้ย คำตอบคือไม่ เพราะหากร้านขายอยู่ที่ 100 บาท แต่จะโดนคิด GP 37% การที่เราเอา 100*37% แล้วบวกเข้าไปในราคาขาย เราจะได้เงินน้อยกว่า 100 นะครับ เพราะว่า GP นั้นจะคิด 37% จากยอด 137 ซึ่งคำนวณออกมาแล้วจะมากกว่า 37 บาท ถ้าผมอยากได้เงินเต็ม ๆ ที่ 100 บาทนั้นจะต้องคำนวณแบบนี้ครับ คือ 100/63% = 158.73 บาท พอนำ 158.73 บาทมาหัก 37% ออกไปปุ้ป คุณจะได้เงินที่ 100 บาทพอดี

ทีนี้ในความเป็นจริง GP fee นี้จะมี VAT on top ไปอีก จะเป็น 39.59% (37%*1.07) ทีนี้ในการคำนวนเราควรคำนวณแบบเดิมดีหรือควรคำนวณใหม่เป็น 100/60.41% = 165.535 บาทครับ

ในความเห็นผม คำนวณแบบเดิมที่ 158.73 บาทก็พอครับ เพราะว่าคุณเอา VAT ไปเคลมได้ คือคุณจะเพิ่มได้แต่มันก็ไม่จำเป็นไง เพราะมันจะทำให้ราคาขายแพงขึ้นไปอีกแล้วจะขายยากขึ้น

การคำนวณแบบนี้เอาไป apply กับหลายเหตุการณ์เช่น
- คุณมีของต้นทุน 100 บาท อยากได้ GP 30% จะตั้งราคาขายเท่าไหร่ คำตอบคือ 100/0.7 = 142.86 บาท
- คุณขายที่ดินเอง 100 ล้าน แต่ถ้าหานายหน้าจะโดน commission 3% อยากได้เงินเท่าเดิมต้องขาย 100/0.97 = 103.09 ล้าน
- ต่อเนื่อง ถ้าอยากได้เงิน net ภาษีธุรกิจเฉพาะ (3.3%) และภาษีหัก ณ ที่จ่าย (1%) อยากได้เงินเท่าเดิมต้องขาย 100/92.7% = 107.875 ล้าน
- แล้วถ้านายหน้านั้น commission มี VAT ด้วยหละ อยากได้เงินเท่าเดิมต้องขาย 100/(100%-3.21%-3.3%-1%) = 100/92.49% = 108.12 ล้านบาท (เคสนี้ผมเอา VAT มาคิดด้วยเพราะว่าหากผมอยู่ในธุรกิจอสังหา ผมไม่สามารถเอา VAT มาเคลมได้)

ลองฝึกคำนวณดูครับ ใช้แค่เครื่องคิดเลขในมือถือก็สามารถคำนวณเพื่อหาโอกาสในการทำธุรกิจเร็ว ๆ ได้แล้วครับ

ว่าถึงเรื่องการทำ budget เชื่อมั้ยครับว่าบางคนทำธุรกิจไม่เคยทำ budget การทำ budget สำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิ...
08/09/2025

ว่าถึงเรื่องการทำ budget เชื่อมั้ยครับว่าบางคนทำธุรกิจไม่เคยทำ budget

การทำ budget สำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจที่ไม่ใช่ซื้อมาขายไป เพราะคุณจะมองไม่เห็นต้นทุนจริง ๆ เลยถ้าไม่ยอมทำ budget

บางคนทำงานแทบตาย วิ่งรับงานเช้าจรดค่ำทำถึงดึกดื่นแต่ยังรู้สึกว่าเงินไม่พอหมุนในกิจการ ถ้าเป็นตัวคนเดียวมักไม่ค่อยมีปัญหาหรอกครับ แต่ถ้าคุณเริ่มมีลูกน้องและเริ่มมีค่าใช้จ่ายสำนักงานต่าง ๆ มันจะเริ่มมองยากขึ้น

สมมุติว่าบริษัทคุณมี 4 คน เป็นคนทำงานหน้างาน 3 คน admin 1 คน รับงานมา 100,000 บาท คุณจะรู้ได้ไงว่ากำไรถ้าไม่ทำ budget ในกรณีนี้คุณต้องทำ budget ครับ โดยประเมินว่าถ้าจะทำงานนี้ต้องใช้เวลาแต่ละคนกี่ชั่วโมงแล้วคูณด้วยค่าตัวต่อชั่วโมงเพื่อดูว่าสุดท้ายแล้วคุณจะมีกำไรหรือขาดทุน

สำหรับผม ถ้าผมเงินเดือน 100,000 บาท ต้นทุนต่อชั่วโมงของผมคือ 100,000/20(เดือนนึงทำงาน 20 วัน หักวันหยุดต่าง ๆ)/8 = ชั่วโมงละ 625 บาทครับ แต่ว่าในการคำนวนกำไรหรือขาดทุนในแต่ละ project ผมจะไม่ใช้ตัวนี้ครับ ผมจะต้องคุณประมาณ 3 เข้าไปเป็นชั่วโมงละ 1,875 เพราะว่าในความเป็นจริง คุณไม่ได้ทำงาน 8 ชั่วโมงไม่พัก คุณไม่ได้มีแค่เงินเดือนแต่อาจจะมีค่าเช่า ค่าไฟ ค่าน้ำ ค่ากระดาษ ค่าเสื่อมราคา ค่าโสหุ้ยต่าง ๆ ไหนจะค่าที่คุณต้องไปอบรมเก็บชั่วโมงอีก

ผมยกตัวอย่างถ้าบริษัทคุณมีพนักงาน 3 คนและแต่ละคนมีเงินเดือนแบบในตาราง หากคุณทำ budget ออกมาและเก็บข้อมูลการทำงานจริงได้ จากสมการนี้ถ้าคุณเก็บเงินลูกค้าได้ 50,000 แสดงว่าคุณขาดทุนนะครับ บางคนอาจจะคิดว่าโหได้ 50,000 เยอะและแต่จริง ๆ ตามสูตรผมคือขาดทุนนะครับ คุณลองคิดดูว่าเดือนนึงคุณรับงานแบบนี้ 4 งาน ได้เงิน 200,000 บาท จ่ายเงินเดือนไปก็หมดละ แต่น้อง “staff 2” นี่ทำงานไม่เหลือเวลาแม้กระทั่งเวลาจะขี้เลยครับ

ผมแชร์ให้เป็นไอเดียสำหรับผู้บริหารเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารโครงการครับ ในความเป็นจริงคุณต้อง adjust สูตรของคุณเองว่าจะใช้สูตรยังไง ขึ้นอยู่กับ structure ของต้นทุนของบริษัทครับ

บางคนบอกว่าโดนสั่งให้ลงเวลาทำงานว่าทำอะไรบ้างกี่ชั่วโมง เหตุผลนึงก็เพราะเรื่องนี้แหละครับ

ส่วนตัวผมทำงาน big4 มา 12 ปี ก็ลงเวลาแบบนี้มาตลอด 12 ปี ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไร

#บัญชีธุรกิจ #บัญชี #บัญชีบริหาร

05/09/2025

ทำบัญชียังไงให้กู้ขอสินเชื่อได้ครับ

ทำตามจริงนั่นแหละ ดีที่สุด ผมไม่เถียงนะว่าธนาคารต้องการเห็นกำไรมากกว่าเห็นขาดทุน แต่ผมกลับไม่เห็นความจำเป็นมากนักที่จะต้องตกแต่งงบการเงินเพื่อการกู้ยืม

จากประสบการณ์ของผม เจ้าหน้าที่สินเชื่อธนาคารนั้นมีความรู้ความเข้าใจบัญชีในระดับหนึ่งที่เพียงพอต่อการอ่านและทำความเข้าใจในงบการเงินแต่ไม่ได้ในระดับลึกซึ้งมาก สิ่งที่เจ้าหน้าที่สินเชื่อสนใจมากกว่าคือ
1) story ของบริษัท บริษัทควรสร้าง story ในอดีตของบริษัทว่าเป็นมาอย่างไร ขายอะไร และเชื่อมโยงให้เห็นว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต strategy ของบริษัทเป็นอย่างไร
2) อย่างที่สองที่ธนาคารสนใจคือ cash flow (ไม่ใช่ statement of cash flow นะครับ หมายถึง cash flow จริง ๆ) เพราะมันจะสื่อถึงกระแสเงินสดที่บริษัทจะเอาเงินมาคืนธนาคาร (ซึ่งธนาคารมีข้อมูลในอดีตอยู่แล้วอ่ะเนอะ) กับ
3) อย่างที่สามที่ธนาคารสนใจและต้องการคือหลักประกันหรือคนประกัน

ในความเห็นผม ทำบัญชีอย่างตรงไปตรงมา โดยอาจพลิกแพลงโดยการใช้หลักการทางบัญชีที่ถูกต้อง ผู้บริหารต้องเข้าใจในบริษัทและงบการเงินที่สื่อออกมาเพื่อที่จะสามารถสื่อสารกับเจ้าหน้าที่สินเชื่อได้อย่างถูกต้อง (โดยต้องเตรียมตัวตอบ 3 ช้อที่ผมพูดด้านบน) จะดีมากกว่าการที่จะพยายามตะบี้ตะบันปั่นตัวเลขในงบการเงินครับ

04/09/2025

Budgeting และ tax planning นั้นสำคัญและต้องทำกันตั้งแต่ปลายปีเพื่อใช้ในปีหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่บริษัทหลาย ๆ บริษัทอยู่ในมือ

การทำ budgeting จะทำให้เรามีเป้าหมายและประเมินว่าปีหน้าบริษัทคุณจะเป็นยังไง เช่นมี budget และเป้าหมายว่าอยาก growth จะ 1 digit หรือ 2 digit ก็ว่ากันไป แล้วเอาเป้าหมายมาทำเป็น action plan เพื่อให้ทีมงานทำงาน ระหว่างทางก็ประเมินและวิเคราะห์เอาว่าถึงไม่ถึงหรือจะปรับเปลี่ยน action plan หรือ budget ก็สุดแล้วแต่

Tax planning มาเกี่ยวตรงที่ว่าพอคุณได้ budget แล้วมันก็จะเห็นว่าถ้าเราทำได้เข้าเป้าเราจะเสียภาษที่เท่าไหร่ แล้วก็มาทำ tax planing กัน

ผมถามงี้ครับว่าธุรกิจบริการควรมี net profit margin before tax (net profit before tax/ revenue) ที่กี่เปอร์เซนครับ หรือธุรกิจขนส่งควรมีกี่เปอร์เซนครับ ถ้าใครเคยลองทำจะพอนึกออกครับ คำตอบสำหรับผมคือธุรกิจบริการให้ดีสุดควรมี 15% และธุรกิจขนส่งควรมี 5%

ตัวเลขนี้มาจาก การที่เอา WHT rate ที่ธุรกิจจะโดนหักไว้มาคำนวนครับ เช่นถ้ารายได้คุณ 100 คุณโดนหักไว้ 3 ถ้าสิ้นปีคุณมีกำไร 15 คุณจะเสียภาษี 3 พอดีไม่ต้องขอคืนและไม่ต้องจ่ายเพิ่ม (ธุรกิจขนส่งก็หลักเดียวกัน)

ทีนี้ถ้าพอทำ budget ออกมาแล้วมีกำไรอยู่ 18 ทำยังไงครับ ก็ลองไปคิดดูว่าจะเอาใส่ไว้ที่เดิมเสียภาษี 20% หรือเอาออกไปที่อื่นที่ tax น้อยกว่านี้ หรือถ้าทำ budget ออกมามีกำไรแค่ 12 ทำไงครับ ก็ไปดูว่าที่อื่นที่ไหนเสีย tax มั้ยเอามาเสียที่นี่แทนจะได้ไม่ต้องไปขอภาษีคืน

การขอภาษีคืนคือสิ่งที่ไม่มีใครอยากทำอยู่แล้วเพราะมันจะเป็นการเปิดประตูให้คนนอกเข้ามาล้วงลึกข้อมูลเราได้ และมันเป็นการเสียเวลาและสุขภาพจิตพอสมควร

ดังนั้น ถ้าสามารถ tax planning ได้ตั้งแต่ต้นปีก็จะสามารถลดความเสี่ยงตรงนี้ลงได้มากครับ

#วางแผนภาษี

ที่อยู่

Sathorn
Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ BC Adviceผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท