Finr Wealthbuilder

Finr Wealthbuilder the best life designer เราจะทำให้เรื่องการเงินกล?

รอคิวบ้านคนชราข้ามทศวรรษ!!! สัญญาณเตือน “สังคมสูงวัย” ที่ไทยยังรับมือไม่ทัน
28/05/2026

รอคิวบ้านคนชราข้ามทศวรรษ!!! สัญญาณเตือน “สังคมสูงวัย” ที่ไทยยังรับมือไม่ทัน

👪📚รอคิวบ้านคนชราข้ามทศวรรษ สัญญาณเตือน “สังคมสูงวัย” ที่ไทยยังรับมือไม่ทัน
“รอคิวบ้านคนชรานานกว่า 15 ปี” กลายเป็นภาพสะท้อนใหม่ของสังคมไทย หลังศูนย์พัฒนาการจัดสวัสดิการสังคมผู้สูงอายุบ้านบางแค มีผู้สูงอายุรอเข้าพักมากกว่า 6,000 คน แต่รองรับได้เพียง 250 คน ขณะที่หลายโครงการเอกชนกลับเข้าถึงได้เฉพาะผู้มีกำลังซื้อสูง
สะท้อนว่า “บั้นปลายชีวิต” กำลังกลายเป็นโจทย์ใหญ่ของประเทศที่ไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพหรือรายได้ แต่รวมถึง “ที่อยู่อาศัย” และระบบดูแลในวันที่ครอบครัวไทยเล็กลงเรื่อยๆ
📰บทความ “บ้านพักผู้สูงวัย : ความท้าทายของบั้นปลายชีวิต” ของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุว่า ไทยเข้าสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” แล้วตั้งแต่ปี 2567 และจะก้าวสู่ “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด” ภายในปี 2576 หรือมีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปเกิน 28% ของประชากรทั้งประเทศ ส่งผลให้ความต้องการการดูแลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะด้านที่อยู่อาศัยซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของคุณภาพชีวิต
ข้อมูลระดับจังหวัดปี 2568 ยังสะท้อนว่า ไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว โดยประชากรวัยแรงงานมีสัดส่วน 63.91% ขณะที่ผู้สูงอายุอายุ 60 ปีขึ้นไปอยู่ที่ 21.82% และเด็กอายุ 0-14 ปีเหลือเพียง 14.27% เท่านั้น นอกจากนี้ ไทยมีจังหวัดที่เข้าสู่ “สังคมสูงวัยระดับสุดยอด” แล้ว 7 จังหวัด ส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือ ได้แก่ ลำปาง แพร่ ลำพูน สิงห์บุรี และพะเยา ขณะที่อีก 48 จังหวัดเข้าสู่ “สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์” แล้ว สะท้อนว่าหลายพื้นที่กำลังเผชิญแรงกดดันด้านการดูแลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ในอีกด้าน 3 จังหวัดที่มีสัดส่วนผู้สูงอายุต่ำที่สุด ได้แก่ ปัตตานี 13.87% นราธิวาส 13.88% และยะลา 14.36% ซึ่งยังมีโครงสร้างประชากรวัยเด็กและวัยแรงงานในสัดส่วนสูงกว่าหลายพื้นที่ของประเทศ สะท้อนความแตกต่างของโครงสร้างประชากรไทยในแต่ละภูมิภาคที่กำลังเผชิญความท้าทายไม่เหมือนกัน
📍เมื่อ “อยู่บ้านเดิม” อาจไม่ใช่คำตอบของทุกคน
แม้ภาครัฐจะผลักดันแนวคิด “Aging in Place” หรือการสูงวัยในถิ่นที่อยู่ ผ่านการปรับปรุงบ้านให้ปลอดภัย การดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง และการตั้งโรงเรียนผู้สูงอายุ แต่การย้ายถิ่นของวัยแรงงานเข้าสู่เมืองและขนาดครัวเรือนที่เล็กลง ทำให้หลายครอบครัวมีศักยภาพดูแลผู้สูงอายุน้อยลง ผู้สูงอายุจำนวนมากจึงต้องอยู่ลำพัง และการอยู่บ้านเดิมอาจไม่ตอบโจทย์ทุกกรณีอีกต่อไป
ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่า แม้ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ยังอาศัยอยู่กับครอบครัว แต่สัดส่วนผู้สูงอายุที่อยู่คนเดียวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่ผลสำรวจของสถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า คนไทยทุกช่วงวัยส่วนใหญ่ยังต้องการอยู่บ้านเดิมหลังเกษียณถึง 56.1% แต่เริ่มมีความสนใจ “Senior Complex” หรือชุมชนผู้สูงอายุครบวงจรมากขึ้น โดยเฉพาะคนรุ่น Gen Y และ Gen Z ที่แม้ยังอยากอยู่กับครอบครัว แต่มีแนวโน้มไม่มีบุตร จึงกังวลเรื่องระบบดูแลในอนาคตมากขึ้น
📍บ้านพักผู้สูงวัยเพิ่มขึ้น แต่ยัง “ไม่ทั่วถึง”
ในปี 2568 ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) สำรวจพบว่า ประเทศไทยมีสถานประกอบการที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ 1,040 แห่ง แบ่งเป็น
-สถานบริบาล หรือ Nursing Home 944 แห่ง รองรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงได้ราว 17,000 คน
-โครงการที่อยู่อาศัยเพื่อผู้สูงอายุ หรือบ้านพักคนชรา 96 โครงการ รองรับได้เกือบ 16,000 คน เพิ่มขึ้นมากจากปี 2566 ที่มีเพียง 19 โครงการ รองรับได้ 1,300 คน
อย่างไรก็ตาม แม้จำนวนโครงการจะเพิ่มขึ้น แต่หลายแห่งยังเน้นกลุ่มผู้สูงอายุที่มีกำลังซื้อสูง ส่งผลให้ผู้สูงอายุรายได้น้อยเข้าถึงบริการได้จำกัด ขณะที่อัตราเข้าพักสูงถึง 87.8% สะท้อนความต้องการที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
สศช. ยังชี้ว่า ปัญหาไม่ได้อยู่แค่ “จำนวนเตียงไม่พอ” แต่รวมถึง “ความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่” ด้วย เพราะหน่วยบริการกว่า 61.8% กระจุกตัวอยู่ใน 5 จังหวัดเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ ชลบุรี กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ นครราชสีมา และปทุมธานี ซึ่งสอดคล้องกับพื้นที่เมือง แต่บางจังหวัดที่มีผู้สูงอายุไม่ได้ทำงานในสัดส่วนสูง เช่น นครนายก ภูเก็ต และพังงา กลับมีหน่วยบริการรวมกันเพียง 1% ของทั้งประเทศ
📍บ้านที่ปลอดภัย แต่อาจแลกมาด้วย “ความเหงา”
อีกด้านหนึ่ง แม้บ้านพักผู้สูงอายุจะออกแบบให้ปลอดภัยและมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ แต่ก็อาจสร้าง “ผลกระทบทางใจ” ตามมา เพราะผู้สูงอายุบางส่วนต้องแยกออกจากชุมชนเดิมและเครือข่ายสังคมที่คุ้นเคย หลายคนไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์ใหม่ได้ แม้จะอยู่ร่วมกับคนวัยเดียวกัน จนนำไปสู่ความรู้สึกโดดเดี่ยว ภาวะซึมเศร้า หรือการถดถอยทางสติปัญญาเร็วกว่าการอยู่ในชุมชนเดิม
สศช. ระบุว่า การออกแบบพื้นที่ที่เน้นความปลอดภัยทางกายภาพมากเกินไป ยังอาจทำให้บรรยากาศของที่อยู่อาศัยคล้ายสถานพยาบาล มากกว่าความเป็น “บ้าน” ส่งผลต่อความรู้สึกอิสระและศักดิ์ศรีในการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ
📍หลายประเทศเริ่มเปลี่ยนจาก “ศูนย์ใหญ่” สู่ “ชุมชนร่วมวัย”
หลายประเทศเริ่มปรับแนวทางดูแลผู้สูงอายุจาก “ศูนย์ขนาดใหญ่” ไปสู่รูปแบบที่เชื่อมโยงผู้สูงอายุกับครอบครัว ชุมชน และคนต่างวัยมากขึ้น เช่น
-ฝรั่งเศส ใช้ระบบ “ครอบครัวอุปถัมภ์” ให้ผู้สูงอายุไปพักกับครอบครัวผู้ดูแลในลักษณะสมาชิกครอบครัวเดียวกัน
-เนเธอร์แลนด์ เปิดโครงการให้นักศึกษาอยู่บ้านพักผู้สูงอายุฟรี แลกกับการทำกิจกรรมร่วมกัน
-เยอรมนี พัฒนา “บ้านพบปะหลายช่วงวัย” ที่รวมเด็ก ผู้สูงอายุ และพื้นที่ชุมชนไว้ด้วยกัน
สำหรับไทย สศช. ยก “ลำสนธิโมเดล” จังหวัดลพบุรี เป็นตัวอย่างระบบดูแลผู้สูงอายุในชุมชนที่เกิดจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน เพื่อให้ผู้สูงอายุยังใช้ชีวิตในบ้านและชุมชนเดิมได้ ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนและวิสาหกิจเพื่อสังคมเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เช่น “Joy Ride” ที่ให้บริการรับส่งและดูแลผู้สูงอายุเสมือนตัวแทนลูกหลาน หรือเยือนเย็นที่ดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยระยะท้ายถึงบ้าน
📍ทางออกอาจไม่ใช่แค่ “สร้างบ้านพักเพิ่ม”
สศช. มองว่า การรองรับสังคมสูงวัยในอนาคตไม่ควรพึ่งพาเพียงบ้านพักคนชราหรือสถานดูแลขนาดใหญ่ เพราะมีต้นทุนและภาระงบประมาณสูง แต่ควรออกแบบ “ระบบการอยู่อาศัยและการดูแล” ที่เชื่อมโยงกับชุมชนและเครือข่ายสังคมมากขึ้น ทั้งการส่งเสริมที่อยู่อาศัยหลากหลายรูปแบบ เปิดทางให้เอกชนและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม กระจายบริการสู่พื้นที่ขาดแคลน รวมถึงการนำอาคารร้างหรือโรงเรียนขนาดเล็กมาปรับใช้เป็นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ
นอกจากนี้ ยังควรพัฒนาเครือข่ายดูแลในชุมชนให้ครอบคลุมมิติทางสังคมมากกว่าสุขภาพ เช่น กิจกรรมระหว่างวัย พื้นที่สาธารณะ หรือบริการเพื่อนพูดคุย เพื่อให้ผู้สูงอายุ “อยู่ดีและมีความหมาย” มากกว่าการมีที่พักอาศัยเพียงอย่างเดียว
อีกแนวทางที่ถูกเสนอคือ การสนับสนุนระบบ “บ้านแบ่งปัน” สำหรับผู้สูงอายุที่อยู่ลำพังและมีพื้นที่เหลือใช้ โดยมีวิสาหกิจเพื่อสังคมเป็นตัวกลางจัดการ เช่น โครงการ Joy Life ของ Joy Ride ที่ช่วยจับคู่ผู้สูงอายุกับผู้พักอาศัยรุ่นใหม่ เพื่อแลกเปลี่ยนการช่วยเหลือและลดความโดดเดี่ยวทางสังคม พร้อมเปิดทางให้ผู้สูงอายุยังสามารถใช้ชีวิตในบ้านของตัวเองต่อไปได้ โดยไม่จำเป็นต้องย้ายเข้าสถานดูแลขนาดใหญ่ในบั้นปลายชีวิต
#บ้านพักคนชรา #ผู้สูงวัย #สังคมสูงวัย #ที่อยู่อาศัย #สภาพัฒน์

🔸คติจากที่ปรึกษาการเงินฟินอาร์🔸-ความสุขหลังเกษียณ (Peace of Mind) ไม่ได้วัดกันที่ใครมีเงินเยอะที่สุด แต่วัดที่ "ใครกังวล...
25/05/2026

🔸คติจากที่ปรึกษาการเงินฟินอาร์🔸

-ความสุขหลังเกษียณ (Peace of Mind) ไม่ได้วัดกันที่ใครมีเงินเยอะที่สุด แต่วัดที่ "ใครกังวลน้อยที่สุด"-

#คติ #ฟินอาร์เวลธ์ #การเงิน #การเกษียณ

👩‍⚕️ ประกันสุขภาพ IPD & OPD ต่างกันยังไง? เลือกแบบไหนให้ "ฟิน" และ "คุ้ม"!สวัสดีค่ะลูกเพจทุกคน! วันนี้แอดมินสาวสวยแห่งฟิ...
21/05/2026

👩‍⚕️ ประกันสุขภาพ IPD & OPD ต่างกันยังไง? เลือกแบบไหนให้ "ฟิน" และ "คุ้ม"!
สวัสดีค่ะลูกเพจทุกคน! วันนี้แอดมินสาวสวยแห่งฟินอาร์เวลธ์จะมาไขข้อข้องใจเรื่องตัวย่อ IPD และ OPD ที่คนชอบถามกันเข้ามาบ่อยมาก ว่ามันคืออะไร แล้วเวลาเราจะทำประกันสุขภาพสักเล่ม ต้องเลือกยังไงให้ตอบโจทย์ที่สุด มาดูกันเลยค่ะ!

🏥 1. IPD (In-Patient Department) - ผู้ป่วยใน
จำง่ายๆ ว่า "IPD = นอนโรงพยาบาล" ค่ะ

คืออะไร: การรักษาที่ต้องแอดมิท นอนค้างคืนในโรงพยาบาลตั้งแต 6 ชั่วโมงขึ้นไป (หรือตามข้อกำหนดบริษัท)

ครอบคลุมอะไรบ้าง: ค่าห้อง, ค่าอาหาร, ค่าผ่าตัด, ค่าหมอเยี่ยมไข้ และค่ารักษาที่ใช้เครื่องมือหนักๆ

เหมาะกับใคร: ทุกคนควรมี! เพราะช่วยลดภาระ "ค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่" จากโรคร้ายแรง หรืออุบัติเหตุหนักๆ ที่อาจทำให้เงินออมเราเกลี้ยงได้ในคืนเดียว

💊 2. OPD (Out-Patient Department) - ผู้ป่วยนอก
จำสั้นๆ ว่า "OPD = ไปเช้า เย็นกลับ"

คืออะไร: การไปหาหมอ ตรวจเสร็จ รับยา แล้วกลับมานอนพักที่บ้านได้เลย ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล

ครอบคลุมอะไรบ้าง: ปวดหัว, ตัวร้อน, เป็นหวัด, ท้องเสีย, ทำแผลเล็กน้อย หรือโรคภูมิแพ้ที่ต้องไปหาหมอบ่อยๆ

เหมาะกับใคร: คนที่ป่วยจุกจิกบ่อยๆ หรืออยากได้ความสะดวกสบายเวลาเข้าโรงพยาบาลเอกชนโดยไม่ต้องกังวลค่าตรวจครั้งละ 2,000-3,000 บาท

💡 สรุปแล้ว... ควรเลือกแบบไหนดี?
แอดมินแนะนำให้พิจารณาตามสไตล์ชีวิตและงบประมาณแบบนี้ค่ะ:

ต้องมี IPD เป็นพื้นฐาน: เพราะค่าใช้จ่ายในการนอนโรงพยาบาลสมัยนี้ (โดยเฉพาะเอกชน) แรงมาก! ควรเลือกแผนแบบ "เหมาจ่าย" จะอุ่นใจที่สุด เพราะจ่ายตามจริงตามวงเงินที่เราเลือก ไม่ต้องคอยแยกหมวดยิบย่อย

เพิ่ม OPD ถ้าขี้เกียจจ่ายจุกจิก: หากคุณเป็นคนป่วยง่าย หรืออยากมีความรู้สึกว่า "เบี้ยที่จ่ายไปได้ใช้แน่ๆ" การพ่วง OPD เข้าไปก็ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นค่ะ (แต่อย่าลืมว่าค่าเบี้ยจะขยับขึ้นตามด้วยนะ)

เช็กสวัสดิการที่มีอยู่: ถ้าที่ทำงานมีประกันกลุ่มให้แล้ว ลองดูว่าวงเงินพอไหม? ถ้าไม่พอค่อยซื้อเสริมเฉพาะส่วนที่ขาด เพื่อความประหยัดและคุ้มค่าที่สุดค่ะ

Trick จากแอดมิน: > "ประกันที่ดีที่สุด ไม่ใช่ประกันที่แพงที่สุด แต่คือประกันที่ตอนเราป่วยแล้วเราไม่ต้องควักเงินตัวเองจ่ายสักบาทค่ะ!"

อยากให้แอดมินช่วยคำนวณเบี้ย หรือเปรียบเทียบแผนประกันสุขภาพที่เหมาะกับอายุและงบประมาณของคุณไหมคะ? ทักแชทมาปรึกษาแอดมินได้เลย ยินดีดูแลค่ะ! 😊✨

#มนุษย์เงินเดือน #สวัสดิการพนักงาน #ประกันเหมาจ่าย #ค่ารักษาพยาบาล #สุขภาพดีไม่มีขาย #ออมเงินฉบับพนักงานออฟฟิศ #ฟินอาร์เวลธ์ #ประกันสุขภาพ #วางแผนการเงิน #มือใหม่หัดวางแผนภาษี

🔸คติจากที่ปรึกษาการเงินฟินอาร์🔸-แม้จะมีสวัสดิการจากที่ทำงานอยู่แล้ว แต่การทำประกันสุขภาพเพิ่มจะช่วย "ปิดความเสี่ยง" และเ...
18/05/2026

🔸คติจากที่ปรึกษาการเงินฟินอาร์🔸
-แม้จะมีสวัสดิการจากที่ทำงานอยู่แล้ว แต่การทำประกันสุขภาพเพิ่มจะช่วย "ปิดความเสี่ยง" และเป็นหลักประกันความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว-

#คติ #ฟินอาร์เวลธ์ #การเงิน #ลดความเสี่ยง #ประวัติสุขภาพ

17/05/2026

ขอร่วมแสดงความเสียใจ กับเหตุการณ์อุบัติเหตุรถไฟชนรถโดยสารประจำทาง พร้อมส่งความห่วงใย ให้กับผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัวผู้เสียชีวิต

🛡️ 5 เหตุผลที่คนทำงาน (ต้อง) มีประกันสุขภาพส่วนตัว1. สวัสดิการออฟฟิศ "เอาไม่อยู่" เมื่อเจอเคสหนักหลายคนชะล่าใจว่ามีประกั...
15/05/2026

🛡️ 5 เหตุผลที่คนทำงาน (ต้อง) มีประกันสุขภาพส่วนตัว
1. สวัสดิการออฟฟิศ "เอาไม่อยู่" เมื่อเจอเคสหนัก
หลายคนชะล่าใจว่ามีประกันกลุ่ม แต่ลองเช็กวงเงินดูหรือยังครับ? ส่วนใหญ่มักมีจำกัด ถ้าต้องผ่าตัดหรือนอนโรงพยาบาลเอกชนนานๆ ส่วนต่างที่ต้องจ่ายเองอาจทำเอาเงินเก็บทั้งปีละลายหายไปในพริบตาเลยนะ

2. เปลี่ยนงาน/เกษียณ = ความคุ้มครองหายวับ
สวัสดิการบริษัทผูกติดอยู่กับ "บัตรพนักงาน" ครับ วันไหนที่คุณลาออกหรือเกษียณ ความคุ้มครองเหล่านั้นก็จบลงทันที การมีประกันส่วนตัวไว้คือการการันตีว่า ไม่ว่าสถานะงานจะเปลี่ยนไปแค่ไหน คุณก็ยังมี "เกราะป้องกัน" ติดตัวอยู่เสมอ

3. สู้กับ "เงินเฟ้อค่ารักษาพยาบาล"
ค่าหมอ ค่าห้อง ค่ายา แพงขึ้นทุกปีเฉลี่ยปีละ 8-10% เลยนะครับ การมีประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายจะช่วยล็อกความเสี่ยงตรงนี้ไว้ ให้บริษัทประกันช่วยจ่ายค่ารักษาที่พุ่งสูงขึ้นในอนาคตแทนเรา

4. ตัวช่วย "ลดหย่อนภาษี" ชั้นดี
สำหรับคนทำงาน ภาษีคือรายจ่ายก้อนใหญ่ครับ การซื้อประกันสุขภาพสามารถนำเบี้ยไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 25,000 บาท (และเมื่อรวมกับประกันชีวิตต้องไม่เกิน 100,000 บาท) เรียกว่าได้ทั้งความคุ้มครองและได้เงินคืนเข้ากระเป๋าไปพร้อมกัน

5. เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองได้
เราไม่ต้องรอคิวรักษานานๆ หรือจำกัดอยู่แค่โรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคม ประกันสุขภาพช่วยให้เราเข้าถึงโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ ได้รับการรักษาที่รวดเร็ว และเลือกเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยที่สุดได้ทันที🛡️ 5 เหตุผลที่คนทำงาน (ต้อง) มีประกันสุขภาพส่วนตัว
1. สวัสดิการออฟฟิศ "เอาไม่อยู่" เมื่อเจอเคสหนัก
หลายคนชะล่าใจว่ามีประกันกลุ่ม แต่ลองเช็กวงเงินดูหรือยังครับ? ส่วนใหญ่มักมีจำกัด ถ้าต้องผ่าตัดหรือนอนโรงพยาบาลเอกชนนานๆ ส่วนต่างที่ต้องจ่ายเองอาจทำเอาเงินเก็บทั้งปีละลายหายไปในพริบตาเลยนะ

2. เปลี่ยนงาน/เกษียณ = ความคุ้มครองหายวับ
สวัสดิการบริษัทผูกติดอยู่กับ "บัตรพนักงาน" ครับ วันไหนที่คุณลาออกหรือเกษียณ ความคุ้มครองเหล่านั้นก็จบลงทันที การมีประกันส่วนตัวไว้คือการการันตีว่า ไม่ว่าสถานะงานจะเปลี่ยนไปแค่ไหน คุณก็ยังมี "เกราะป้องกัน" ติดตัวอยู่เสมอ

3. สู้กับ "เงินเฟ้อค่ารักษาพยาบาล"
ค่าหมอ ค่าห้อง ค่ายา แพงขึ้นทุกปีเฉลี่ยปีละ 8-10% เลยนะครับ การมีประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายจะช่วยล็อกความเสี่ยงตรงนี้ไว้ ให้บริษัทประกันช่วยจ่ายค่ารักษาที่พุ่งสูงขึ้นในอนาคตแทนเรา

4. ตัวช่วย "ลดหย่อนภาษี" ชั้นดี
สำหรับคนทำงาน ภาษีคือรายจ่ายก้อนใหญ่ครับ การซื้อประกันสุขภาพสามารถนำเบี้ยไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 25,000 บาท (และเมื่อรวมกับประกันชีวิตต้องไม่เกิน 100,000 บาท) เรียกว่าได้ทั้งความคุ้มครองและได้เงินคืนเข้ากระเป๋าไปพร้อมกัน

5. เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเองได้
เราไม่ต้องรอคิวรักษานานๆ หรือจำกัดอยู่แค่โรงพยาบาลตามสิทธิประกันสังคม ประกันสุขภาพช่วยให้เราเข้าถึงโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำ ได้รับการรักษาที่รวดเร็ว และเลือกเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยที่สุดได้ทันที

ใครที่มีสวัสดิการอยู่แล้ว แอดแนะนำให้ลองมองหาประกันแบบ "มีความรับผิดส่วนแรก (Deductible)" ดูครับ จะช่วยให้เบี้ยถูกลงมาก เพราะเราเอาสวัสดิการเดิมไปจ่ายส่วนแรกนั่นเอง!

#มนุษย์เงินเดือน #วางแผนการเงิน #ประกันสุขภาพ

🔸คติจากที่ปรึกษาการเงินฟินอาร์🔸-การเลือกประกันที่ดีที่สุด คือการเลือกให้ตรงกับ "เป้าหมาย" และ "ความเสี่ยง" ที่เรายอมรับไ...
11/05/2026

🔸คติจากที่ปรึกษาการเงินฟินอาร์🔸
-การเลือกประกันที่ดีที่สุด คือการเลือกให้ตรงกับ "เป้าหมาย" และ "ความเสี่ยง" ที่เรายอมรับได้-

#คติ #ฟินอาร์เวลธ์ #การเงิน #เป้าหมาย #ความเสี่ยง

💡 ทำไมยิ่งเศรษฐกิจแย่ ยิ่งต้องมีประกันชีวิต?1.เป็นหลักประกันให้คนข้างหลัง: ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมา เงินก้อนจากประกันจ...
08/05/2026

💡 ทำไมยิ่งเศรษฐกิจแย่ ยิ่งต้องมีประกันชีวิต?

1.เป็นหลักประกันให้คนข้างหลัง: ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมา เงินก้อนจากประกันจะเป็นทุนให้ครอบครัวได้เดินหน้าต่อได้ โดยไม่สะดุดในยุคที่หาเงินยากแบบนี้

2.ปกป้องเงินออมไม่ให้รั่วไหล: หากเจ็บป่วยหนักขึ้นมา ค่ารักษาพยาบาลในปัจจุบันแพงหูฉี่มากค่ะ ประกันจะช่วยจ่ายตรงนี้ ทำให้เงินเก็บที่เราอุตส่าห์สะสมมาไม่หมดไปกับค่าหมอ

3.ช่วยสร้างวินัยการออม: การส่งเบี้ยประกันอย่างต่อเนื่อง ก็เหมือนการบังคับตัวเองให้ออมเงินระยะยาวไปในตัวค่ะ

👩🏻‍💻 มุมมองของแอดมิน:
ในฐานะที่ดูแลเรื่องเงินๆ ทองๆ ทั้งของตัวเอง ครอบครัว และลูกค้า แอดมินเข้าใจดีเลยค่ะว่าเวลาเศรษฐกิจไม่ดี เราจะกังวลเรื่องการใช้จ่ายมากเป็นพิเศษ แต่แอดมินอยากบอกว่า การไม่มีประกันในยุคเศรษฐกิจแบบนี้ คือความเสี่ยงที่น่ากลัวที่สุดเลยค่ะ เพราะหากเกิดวิกฤตซ้อนวิกฤต (เช่น เจ็บป่วยหรือขาดรายได้) เงินสำรองที่เรามีอยู่นิดหน่อยอาจจะไม่พอ

ดังนั้น แทนที่จะยกเลิกประกัน แอดมินแนะนำให้ลองปรึกษาตัวแทนเพื่อปรับลดทุนประกัน หรือเปลี่ยนมาเป็นแบบที่เบี้ยเบาลงตามกำลังของเราจะดีกว่าค่ะ จำไว้นะคะว่า "มีน้อยยังดีกว่าไม่มีเลย" เพื่อความอุ่นใจของตัวเราและคนที่เรารักค่ะ 💖

ด้วยรักและเป็นห่วงเรื่องกระเป๋าเงินของทุกคน 😊

#ความสุขหลังเกษียณ #แชร์ทริคการเงิน #แอดมินใจดี #วางแผนการเงิน #วางแผนเกษียณ #ส่งต่อมรดก #บริหารความมั่งคั่ง #อิสรภาพทางการเงิน #เศรษฐกิจ

4 พฤษภาคม 2569✨"วันฉัตรมงคล"✨เป็นวันที่ระลึกวันพระบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวช...
03/05/2026

4 พฤษภาคม 2569
✨"วันฉัตรมงคล"✨
เป็นวันที่ระลึกวันพระบรมราชาภิเษกพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ สืบราชสันตติวงศ์ ต่อจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร
เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พุทธศักราช 2562
🙏ทรงพระเจริญ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

#ที่ปรึกษาทางการเงิน #ที่ปรึกษาการเงิน #นักวางแผนทางการเงิน #วางแผนภาษี #นักวางแผนการเงิน
#ชีวิตมั่นคง #ชีวิตมั่งคั่ง #ประกันอุบัติเหตุ #ประกันฟรี #วันฉัตรมงคล

"วันแรงงานแห่งชาติ" 1 พ.ค. ของทุกปี เพื่อยกย่องให้ความสำคัญของแรงงานฟินอาร์ ขอเป็นกำลังใจให้แรงงานทุกท่าน💙 มอบความห่วงใย...
30/04/2026

"วันแรงงานแห่งชาติ" 1 พ.ค. ของทุกปี เพื่อยกย่องให้ความสำคัญของแรงงาน

ฟินอาร์ ขอเป็นกำลังใจให้แรงงานทุกท่าน

💙 มอบความห่วงใยให้คุณและคนที่คุณรัก
เพราะความปลอดภัยคือของขวัญที่ดีที่สุด

#ที่ปรึกษาทางการเงิน #ที่ปรึกษาการเงิน #นักวางแผนทางการเงิน #วางแผนภาษี #นักวางแผนการเงิน
#ชีวิตมั่นคง #ชีวิตมั่งคั่ง #ประกันอุบัติเหตุ #ประกันฟรี #วันแรงงาน #ส่งกำลังใจ

🛡️ อุ่นใจทุกการเดินทาง ทุกเหตุการณ์ไม่คาดคิดฟรี!ประกันอุบัติเหตุ คุ้มครองการเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพถาวร สูงส...
27/04/2026

🛡️ อุ่นใจทุกการเดินทาง ทุกเหตุการณ์ไม่คาดคิด

ฟรี!ประกันอุบัติเหตุ คุ้มครองการเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพถาวร สูงสุด 100,000บาท นาน 1 ปี

✅สำหรับผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน ALive Powered by AIA

ดาวน์โหลดและลงทะเบียนใช้งานแอปพลิเคชันALive Powered by AIA แล้วรับสิทธิเลย!

👉 กดรับสิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 – 30 มิถุนายน 2569

ในฟีเจอร์ “สิทธิพิเศษ(Rewards)” บนแอปพลิเคชัน ALive Powered by AIA

📲ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้ที่: https://alive.go.link/byRis

ที่อยู่

138/11 ชั้นที่ 10 ห้อง 10G1 อาคารจูเวลเลอรี่เซ็นเตอร์ ถนน นเรศ แขวง สี่พระยา เขต บางรัก
Bangkok
10500

เวลาทำการ

จันทร์ 08:00 - 17:00
อังคาร 08:00 - 17:00
พุธ 08:00 - 17:00
พฤหัสบดี 08:00 - 17:00
ศุกร์ 08:00 - 17:00
เสาร์ 08:00 - 17:00

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Finr Wealthbuilderผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Finr Wealthbuilder:

แชร์