Kaefin.AIA วางแผนประกัน เข้าใจชีวิต เข้าใจคุณ

Kaefin.AIA วางแผนประกัน เข้าใจชีวิต เข้าใจคุณ ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Kaefin.AIA วางแผนประกัน เข้าใจชีวิต เข้าใจคุณ, ที่ปรึกษาทางการเงิน, Bangkok.

Kaefin.AIA วางแผนประกัน เข้าใจชีวิต เข้าใจคุณ

ยินดีให้คำปรึกษาและแนะนำเรื่องประกันแบบตรงไปตรงมาและพร้อมดูแลบริการอยู่เคียงข้างคุณค่ะ

สนใจติดต่อ
📱086-8957240
Line: (มี @นะคะ)

🤔หลายคนกลัวการทำประกัน… เพราะกลัวว่า “ถึงเวลาจริงจะเคลมไม่ได้”จริง ๆ แล้ว ปัญหาหลายครั้งไม่ได้เกิดจาก “ประกันไม่จ่าย”👉แต...
31/07/2026

🤔หลายคนกลัวการทำประกัน… เพราะกลัวว่า “ถึงเวลาจริงจะเคลมไม่ได้”

จริง ๆ แล้ว ปัญหาหลายครั้งไม่ได้เกิดจาก

“ประกันไม่จ่าย”

👉แต่เกิดจาก

“เราเข้าใจความคุ้มครองไม่ตรงกับเงื่อนไข”

ประกันแต่ละประเภท ถูกออกแบบมาเพื่อคุ้มครองคนละเรื่อง
จึงมีรายละเอียด เงื่อนไข และข้อยกเว้นที่แตกต่างกัน

ยกตัวอย่างเช่น
• ประกันสุขภาพ คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลตามเงื่อนไขของกรมธรรม์
• ประกันโรคร้ายแรง จ่ายเมื่อได้รับการวินิจฉัยตามเกณฑ์ที่ระบุ
• ประกันอุบัติเหตุ คุ้มครองกรณีที่เกิดจากอุบัติเหตุ ไม่ใช่การเจ็บป่วย
• ประกันชีวิต มีวัตถุประสงค์เพื่อดูแลความมั่นคงของคนที่เรารักเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน

หลายคนได้ยินคำว่า “เคลมไม่ได้” แล้วรู้สึกว่าประกันไม่น่าเชื่อถือ
แต่เมื่อย้อนกลับไปดูรายละเอียด กลับพบว่าเหตุการณ์นั้นอยู่นอกความคุ้มครองตั้งแต่แรก

เพราะฉะนั้น ก่อนตัดสินใจทำประกัน สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ดู “เบี้ยถูก” หรือ “ทุนประกันสูง”
แต่ควรเข้าใจว่า…
✔️ คุ้มครองอะไร
✔️ ไม่คุ้มครองอะไร
✔️ ต้องรอระยะเวลาเท่าไร
✔️ มีข้อยกเว้นอะไรบ้าง

เมื่อเข้าใจตั้งแต่วันแรก เวลาต้องใช้สิทธิ์จริงก็จะมั่นใจมากขึ้น และลดความผิดหวังที่เกิดจากความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน

#ตัวแทนประกันชีวิต #เคลม #วางแผนการเงิน

20/07/2026

อะไรเอ่ย…
ตอนซื้อยังไม่ได้ใช้
แต่เมื่อจำเป็นต้องใช้กลับซื้อไม่ได้
#คอมเมนต์

16/07/2026

ประกันสำคัญที่ “ตัวแทน”
ตัวแทนสำคัญที่“ทัศนคติ”

#ถ้าตัวแทนยังไม่เข้าใจ จะไปอธิบายให้ลูกค้าเข้าใจได้ยังไง🤔

🚗💥 ใครเป็นฝ่ายถูกในอุบัติเหตุ…อย่าลืมใช้สิทธิ์ “เรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ” นะคะหลายคนรู้ว่าเคลมค่าซ่อมรถได้แต่ไ...
14/07/2026

🚗💥 ใครเป็นฝ่ายถูกในอุบัติเหตุ…อย่าลืมใช้สิทธิ์ “เรียกร้องค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ” นะคะ

หลายคนรู้ว่าเคลมค่าซ่อมรถได้
แต่ไม่รู้ว่ายังสามารถเรียกร้องค่าขาดประโยชน์ระหว่างที่รถเข้าซ่อมได้อีกด้วย

📌 เอกสารที่ใช้โดยทั่วไป

✅ เอกสารรับรถจากอู่หรือศูนย์ซ่อม
✅ ใบเคลมของคู่กรณี / เอกสารจากบริษัทประกัน
✅ สำเนาเล่มทะเบียนรถ
✅ สำเนาบัตรประชาชน
✅ สำเนาหน้าสมุดบัญชีธนาคาร

เงื่อนไขและเอกสารอาจแตกต่างกันตามบริษัทประกัน

บางเรื่องเล็ก ๆ ที่หลายคนมองข้าม อาจเป็นสิทธิ์ที่ควรได้รับ^^

…รถยังมีประกัน…แล้วชีวิตเราล่ะ?

หากสนใจให้ช่วยวางแผนทักได้ที่บ้านเขียวนะคะ

FB: kaefin.aia
Line :
Tiktok:
#ประกันชีวิต #ประกันสุขภาพ #ประกันอุบัติเหตุ #ประกันโรคร้ายแรง

เคยกังวลมั๊ยคะ?…. เงินเก็บที่มีอยู่อาจไม่เพียงพอสำหรับช่วงชีวิตหลังเกษียณ…วันนี้ วางแผนเกษียณ ด้วย AIA LIFETIME INCOME 9...
18/06/2026

เคยกังวลมั๊ยคะ?…. เงินเก็บที่มีอยู่อาจไม่เพียงพอสำหรับช่วงชีวิตหลังเกษียณ…

วันนี้ วางแผนเกษียณ ด้วย AIA LIFETIME INCOME 9/99(PAR) ยิ่งอายุยืน… ยิ่งได้มาก

สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้นะคะ…

***********************************************

พบกับเก๋ตัวแทน FullTime เล่าความจริงเรื่องประกันแบบตรงไปตรงมาได้ที่ช่องทางด้านล่าง

หากสนใจให้ช่วยวางแผนทักได้ที่บ้านเขียวนะคะ

FB: kaefin.aia
Line :
Tiktok:

#วางแผนเกษียณ #ประกันชีวิต

"เรียนที่ไหนก็เหมือนกัน"... จริงหรือ? จากประสบการณ์ตรงของเด็กที่ผ่านทั้ง รร. เอกชน และ รร. รัฐบาลเคยได้ยินประโยคนี้กันไห...
16/06/2026

"เรียนที่ไหนก็เหมือนกัน"... จริงหรือ?
จากประสบการณ์ตรงของเด็กที่ผ่านทั้ง รร. เอกชน และ รร. รัฐบาล

เคยได้ยินประโยคนี้กันไหมคะ? "เรียนที่ไหนก็เหมือนกัน อยู่ที่ตัวเด็กมากกว่า"

👉ในฐานะคนที่ผ่านทั้งระบบโรงเรียนเอกชน (สมัยประถม) และโรงเรียนรัฐบาล (สมัยมัธยม) มาด้วยตัวเอง

วันนี้อยากลองแชร์มุมมองเผื่อเป็นประโยชน์กับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังลังเลในการเลือกโรงเรียนให้ลูกค่ะ
ถ้าถามว่า "เหมือนกันไหม?" คำตอบที่เก๋ตกผลึกได้คือ "เหมือนกันในแง่ของจำนวนปีที่เรียน เวลาที่ลงไป แต่ต่างกันในแง่ เนื้อหาวิชาการ, Soft Skills และการหล่อหลอมตัวตนค่ะ“

1. สภาพแวดล้อมและสังคม (Environment & Peer Group)
ตอนเรียนเอกชน: สภาพแวดล้อมค่อนข้างถูกจัดสรรมาอย่างดี จำนวนนักเรียนต่อห้องไม่เยอะ ทำให้คุณครูดูแลทั่วถึง สังคมเพื่อนมักจะมีความใกล้เคียงกันในแง่ของพื้นฐานครอบครัว ความคาดหวังจากผู้ปกครองค่อนข้างเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ตอนเรียนรัฐบาล: สังคมกว้างขึ้นมาก เจอเพื่อนหลากหลายระดับชีวิต หลากหลายความคิด ความหลากหลายนี้เองที่สอนให้เราต้อง "ปรับตัว" และ "เอาตัวรอด" ในโลกความเป็นจริงได้เก่งขึ้นค่ะ

2. คุณภาพการเรียนการสอน (Teaching & Support)
เอกชน: เน้นความใส่ใจเป็นรายบุคคล มีกิจกรรมเสริมเยอะ เครื่องมือสื่อการสอนพร้อม ทำให้เราได้ลองทำนู่นทำนี่ตั้งแต่วัยเด็ก ช่วยปูพื้นฐานความมั่นใจได้ดีมาก
รัฐบาล: เน้นการฝึกวินัยและความรับผิดชอบด้วยตัวเองสูง เราต้องขวนขวายเองมากกว่า เพราะคุณครูอาจดูแลไม่ทั่วถึงเท่า แต่ถ้าผ่านจุดนั้นมาได้ มันสร้าง "ความแกร่ง" และ "ความเป็นผู้ใหญ่" ให้เราโดยไม่รู้ตัว

3. แล้วสรุปว่ายังไง?
จริงๆ แล้ว ไม่ว่าโรงเรียนไหน ก็สามารถสร้าง "เด็กเก่ง" ได้เหมือนกันค่ะ แต่ "บรรยากาศ" ในโรงเรียนจะเป็นตัวกำหนดว่าลูกเราจะ "เก่งแบบไหน"

ถ้าชอบบรรยากาศอบอุ่น เน้นการดูแลแบบใกล้ชิด ปูพื้นฐานภาษาหรือทักษะพิเศษตั้งแต่วันแรก โรงเรียนเอกชน ตอบโจทย์

ถ้าอยากให้ลูกเจอโลกกว้าง เจอคนหลากหลาย ฝึกความอดทนและวิธีแก้ไขปัญหาด้วยตัวเอง โรงเรียนรัฐบาล คือสนามจริงที่ยอดเยี่ยมมากค่ะ

คุณพ่อคุณแม่คะ
การเลือกว่า "เรียนที่ไหน" ไม่ใช่การตัดสินว่าที่ไหนดีกว่ากัน แต่เป็นการดูว่า "โรงเรียนแบบไหนที่เหมาะกับจริตและเป้าหมายที่ครอบครัวเราวางไว้ให้ลูกในระยะยาว" มากกว่าค่ะ

เพราะสุดท้ายแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่แค่ตำราในห้องเรียน แต่คือการที่ลูกมีความสุขและเติบโตเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีที่สุดในทุกๆ วันนะคะ

คุณพ่อคุณแม่ที่เคยมีประสบการณ์แบบเดียวกัน หรือกำลังตัดสินใจเรื่องนี้อยู่ มีมุมมองอย่างไรบ้างคะ? มาแลกเปลี่ยนกันได้นะคะ

#แชร์ประสบการณ์ #เลือกโรงเรียนให้ลูก #เรียนที่ไหนก็เหมือนกัน #มุมมองผู้ปกครอง #พัฒนาการลูก

10/06/2026

..อายุ 30…ควรมีทุนโรคร้ายแรงเท่าไหร่?..
ขึ้นอยู่กับ หมอที่หา ยาที่ใช้ รพ. ที่รักษา และยังไม่รวมค่าขาดโอกาสทางรายได้ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายไม่หยุดเดิน

#30อัปต้องมี3ล้าน #ประกันชีวิต #ประกันโรคร้ายแรง

10/06/2026

สรุปม้วนเดียวจบ! คู่มือซื้อประกันชีวิตผ่านตัวแทน ฉบับทางการจาก คปภ. ที่คนจ่ายเบี้ยต้องรู้ก่อนโดนหลอกคุยไม่ตรงปก!
หลายคนมองว่า “ประกันชีวิต” คือเครื่องมือบริหารความเสี่ยงเพื่อสร้างความมั่นคงและความอุ่นใจในอนาคต
แต่ในความเป็นจริง กลับมีข่าวให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน ประเภทที่ว่าจ่ายเบี้ยไปตั้งหลายปี พอจะเคลมกลับเคลมไม่ได้ กลายเป็นจ่ายทิ้งจ่ายฟรี หรือโดนตัวแทนขายแบบบิดเบือนข้อมูล สร้างความเข้าใจผิดจนมารู้ตัวอีกทีก็สายไปเสียแล้ว
ปฎิเสธไม่ได้ว่า ปัญหาเหล่านี้มักเกิดจากการเลือกตัวแทนที่ไม่ดี และขาดความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการ “ซื้อประกันชีวิต”ตั้งแต่เริ่มต้น
โพสต์นี้ Thairath Money สรุปคำแนะนำอย่างเป็นทางการ จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) หน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจประกัน มาย่อยให้เข้าใจง่าย เพื่อใช้เป็นคู่มือคัดกรองตัวแทนคุณภาพ และรักษาสิทธิ์ของตัวเราเองตั้งแต่ก้าวแรกจนถึงวันรับเล่มกรมธรรม์!

[ ก่อนตัดสินใจซื้อ (เช็กให้ชัวร์ อย่าเพิ่งรีบควักเงิน) ]

ก่อนที่เราจะจรดปากกาเซ็นหรือตกลงใดๆ สำนักงาน คปภ. ย้ำเตือน 5 ข้อสำคัญที่ต้องตรวจสอบด้วยตัวเอง

1. ปรับ Mindset ก่อน: “ประกันชีวิต ≠ การฝากเงิน” จำไว้ให้ขึ้นใจว่าการซื้อประกันชีวิตคือ “การบริหารความเสี่ยง” รูปแบบหนึ่ง ไม่ใช่การออมเงินในบัญชีธนาคารทั่วไป อย่าหลงเชื่อคำโฆษณาที่บอกว่าเหมือนการฝากเงินธรรมดา

2. เช็กใบอนุญาตตัวแทนด้วยตัวเอง (สำคัญมาก!) ห้ามเชื่อใจเพียงเพราะเป็นคนรู้จักหรือคำพูดเปล่าๆ คุณต้องตรวจสอบว่าเขามีใบอนุญาตถูกต้องและยังไม่หมดอายุ โดยเช็กได้ง่ายๆ ผ่าน 3 ช่องทางหลัก
- เว็บไซต์ คปภ.: www.oic.or.th (ไปที่เมนู "สำหรับผู้บริโภค" และ "ตรวจสอบใบอนุญาต")
- LINE Official: (เลือกเมนู "เช็กตัวแทน/นายหน้า และที่อยู่บริษัทประกันภัย")
- แอปพลิเคชัน: "คนกลาง For Sure" (เลือกหน้า "ตรวจสอบใบอนุญาตตัวแทน")
- (ข้อมูลที่ต้องใช้ตรวจ: ชื่อ-นามสกุล, เลขที่ใบอนุญาต หรือเลขบัตรประชาชนของตัวแทน)

3. รู้ “วัตถุประสงค์” ของตัวเองให้ชัดเจน เพื่อที่จะบอกตัวแทนให้เสนอแผนที่ตรงใจที่สุด ไม่ใช่ปล่อยให้ตัวแทนจูงจมูกขายแผนที่ได้ค่าคอมมิชชันสูง โดย คปภ. แบ่งวัตถุประสงค์หลักๆ ไว้ดังนี้
* เพื่อโอนย้ายความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น (เน้นความคุ้มครองชีวิต)
* เพื่อเป็นหลักประกันและสร้างความมั่นคงให้ครอบครัว
* เพื่อการออมเงินและสร้างวินัยทางการเงิน
* เพื่อวางแผนชีวิตในวัยเกษียณ
* เพื่อใช้สิทธิ์ประโยชน์ในการลดหย่อนภาษี

4. ประเมิน “ความสามารถในการจ่ายเบี้ย” ของตัวเอง อย่าซื้อเกินตัว! ต้องคำนวณรายได้จริง รายจ่ายประจำ และควรมีเงินออม/เงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือน
นอกจากนี้ต้องดูระยะเวลาในการจ่ายเบี้ยให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบต่อสภาพคล่องทางการเงินในระยะยาวจนต้องเวนคืนกรมธรรม์ก่อนกำหนด ซึ่งจะทำให้ขาดทุนอย่างหนัก

5. เปรียบเทียบเงื่อนไขก่อนซื้อ ประกันชีวิตมีหลายประเภท (เช่น แบบชั่วระยะเวลา, สะสมทรัพย์, ตลอดชีพ, บำนาญ รวมถึงแบบพิเศษอย่าง ยูนิเวอร์แซล ไลฟ์ และ ยูนิต ลิงค์)
ตัวแทนที่ดีต้องเปรียบเทียบเงื่อนไข ความคุ้มครอง และราคาของผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกันให้คุณเห็นภาพชัดเจน รวมถึงชี้แจงด้วยว่าเป็นแบบ "มีเงินปันผล" หรือ "ไม่มีเงินปันผล" เพื่อประกอบการตัดสินใจ

[ ระหว่างสมัครและชำระเงิน (สิทธิ์ของเรา ห้ามให้ใครทำแทน) ]

เมื่อเลือกแผนที่ใช่ได้แล้ว ขั้นตอนการสมัครคือจุดที่คนมักพลาดที่สุด

- กรอกใบคำขอเอาประกันภัย “ด้วยตนเอง” ข้อมูลสุขภาพ โรคประจำตัว หรือประวัติการรักษาพยาบาล ต้องกรอกความจริงและกรอกเองทั้งหมด ห้ามปล่อยให้ตัวแทนกรอกให้แล้วเราเซ็นชื่อเปล่าๆ เด็ดขาด!
เพราะหากตัวแทนปกปิดข้อมูลเพื่อความง่ายในการอนุมัติ วันที่เกิดเหตุขึ้นมา บริษัทประกันมีสิทธิ์บอกล้างสัญญาและปฏิเสธการเคลมได้ตามกฎหมาย (ถ้าสมัครทางโทรศัพท์ ต้องทบทวนความถูกต้องก่อนตอบตกลง)

- ตัวแทนต้องแจ้งสิทธิ์ “ยกเลิกกรมธรรม์” (Free-look Period) ตัวแทนที่มีจรรยาบรรณต้องแจ้งให้คุณทราบว่า คุณมีสิทธิ์ขอยกเลิกกรมธรรม์หากเปลี่ยนใจ โดยทั่วไปคือ ภายใน 15 วัน นับจากวันที่ได้รับเล่มกรมธรรม์ (หรือ 30 วัน สำหรับกรณีซื้อผ่านทางโทรศัพท์) ซึ่งคุณจะได้รับเบี้ยประกันคืนหลังจากหักค่าใช้จ่ายของบริษัท

- ชำระเงินเข้าบัญชี “บริษัทประกันชีวิต” เท่านั้น! ห้ามโอนเงินค่าเบี้ยเข้าบัญชีส่วนตัวของตัวแทนเด็ดขาด! ไม่ว่าจะสนิทกันแค่ไหนก็ตาม ให้ชำระตรงเข้าบัญชีบริษัทผ่านช่องทางทางการ
เช่น เว็บไซต์, แอปพลิเคชัน, เคาน์เตอร์ธนาคาร, ตัดบัตรเครดิต หรือ QR Code ของบริษัท และต้องเรียกเก็บ "หลักฐานการชำระเงิน" (ใบเสร็จรับเงินชั่วคราว หรือสลิปโอนเงินที่ระบุชื่อบริษัทประกัน) ไว้ทุกครั้ง

[ หลังได้รับเล่มกรมธรรม์ (อย่าเพิ่งเก็บเข้าตู้ เช็ก 5 จุดสำคัญ) ]

เมื่อบริษัทอนุมัติและส่งเล่มกรมธรรม์มาถึงมือ อย่าเพิ่งเซ็นรับแล้วเก็บเข้าลิ้นชัก คปภ. แนะให้เปิดเช็กความถูกต้องทันที 5 จุดสำคัญ

1. ข้อมูลส่วนบุคคล: ชื่อ-นามสกุล, เลขบัตรประชาชน, อาชีพ, อายุ, วันเกิด รวมถึงชื่อผู้รับประโยชน์และที่อยู่ ต้องถูกต้องตรงตามความเป็นจริงทุกตัวอักษร

2. รายละเอียดความคุ้มครอง: ดูว่าประเภทกรมธรรม์, จำนวนเงินเอาประกันภัย (ทุนประกัน), ความคุ้มครองสัญญาเพิ่มเติม (เช่น ประกันสุขภาพ/โรคร้ายแรง) และเงื่อนไขข้อยกเว้นต่างๆ ตรงกับที่คุยไว้ตอนแรกหรือไม่

3. เบี้ยประกันภัย: เช็กจำนวนเงินค่าเบี้ยที่ต้องจ่าย, ระยะเวลาที่ต้องส่ง, งวดการชำระ (รายเดือน/รายปี) และวันครบกำหนดชำระเบี้ย เพื่อไม่ให้กรมธรรม์ขาดอายุ

4. ระยะเวลาเอาประกันภัย: วันเริ่มต้นและสิ้นสุดความคุ้มครอง รวมถึง "ระยะเวลารอคอย" (Waiting Period) สำหรับประกันสุขภาพหรือโรคร้ายแรง (มักจะมีกำหนด 30 วัน หรือ 90 วัน ที่จะยังเคลมไม่ได้)

5. ช่องทางการติดต่อ: ตัวแทนต้องแจ้งช่องทางการติดต่อตัวเขาเอง และช่องทางการเรียกร้องผลประโยชน์ (เคลม) ของบริษัทให้ชัดเจน
จะเห็นได้ว่า ประกันชีวิตไม่ใช่เรื่องไกลตัว และไม่ใช่เรื่องน่ากลัว หากเราทำความเข้าใจและตรวจสอบอย่างรัดกุมในทุกขั้นตอน อย่าปล่อยให้ความเกรงใจหรือความรีบร้อนทำให้เราตกเป็นเหยื่อของตัวแทนที่ไม่มีคุณภาพ.

#การเงินดีชีวิตดี #ประกันชีวิต #คปภ #วางแผนการเงิน #บริหารความเสี่ยง #คู่มือซื้อประกัน #ตัวแทนประกัน #ขายประกัน #ซื้อประกัน #เคลมประกัน

… #30อัปต้องมี3ล้าน…เมื่อน้องๆ รุ่นใหม่ตระหนักถึงปัญหาคชจ. ทางการแพทย์ทั้งสุขภาพและโรคร้ายแรงว่าต้องการดูแลตัวเอง ไม่อยา...
08/06/2026

… #30อัปต้องมี3ล้าน…

เมื่อน้องๆ รุ่นใหม่ตระหนักถึงปัญหาคชจ. ทางการแพทย์ทั้งสุขภาพและโรคร้ายแรงว่าต้องการดูแลตัวเอง ไม่อยากเป็นภาระให้ใครในยามเจ็บป่วย…

…เพราะเข้าใจดีว่าหากเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรง ไม่ได้กระทบแค่สุขภาพแต่ยังรวมถึงคชจ. ต่างๆที่ตามมา ทั้งค่ารักษา, ค่ายากลับบ้านและภาระคชจ.ในชีวิตประจำวัน

…วันนี้ จึงเลือกแผนคุ้มครองเงินออมและรายได้ในอนาคต ด้วย CiPlus /CiTopUp

…แบ่งเงินหลักหมื่นเพื่อคุ้มครองเงินหลักล้าน…

🙏ขอบคุณลูกค้าออนไลน์ ที่ให้ความไว้วางใจให้เก๋ตัวแทน FullTime มาดูแลค่ะ

**********************************************
พบกับเก๋ตัวแทน FullTime เล่าความจริงเรื่องประกันแบบตรงไปตรงมาได้ที่ช่องทางด้านล่าง

หากสนใจให้ช่วยวางแผนทักได้ที่บ้านเขียวนะคะ

FB: kaefin.aia
Line :
Tiktok:

#30อัปต้องมี3ล้าน #ประกันชีวิต #ประกันโรคร้ายแรง #ประกันสุขภาพ

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Kaefin.AIA วางแผนประกัน เข้าใจชีวิต เข้าใจคุณผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์