PPN Accounting PPN accounting and business consultant co. ltd

ltd
"ตัวจริงด้านบัญชี"
จากผู้มีประสบการณ์กว่า 36 ปี ในการทำงานสายบัญชี

-บริการจัดทำบัญชี
-ตรวจสอบบัญชี
-จดทะเบียนธุรกิจ
-ยื่นภาษี
-เป็นที่ปรึกษาธุรกิจในด้านภาษี

20/12/2023

ระวัง!! เงินเข้าบัญชีธนาคาร 3,000 ครั้ง/ปี ถูกส่งข้อมูลให้สรรพกรตรวจสอบ

หากคุณเป็นพ่อค้า แม่ค้า ขายของออนไลน์ที่มีเงินเข้าบัญชีต่อวันจำนวนมากคุณต้องควรมีความรู้ ความเข้าใจในกฎหมายธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งเป็นกฎหมายที่ทางธนาคารจะนำส่งข้อมูลไปให้ทางกรมสรรพกร โดยมีอยู่ 2 เงื่อนไข ดังนี้

1. มีเงินเข้าบัญชี 3,000 รายการต่อปี
2. มีเงินเข้าบัญชี 400 รายการ และจำนวนเงิน 2 ล้านบาทขึ้นไปต่อปี

ซึ่งหากคุณเข้าเงื่อนไขดังกล่าวทางธนาคารก็จะส่งข้อมูลธุรกรรมทางการเงินให้กับทางกรมสรรพกรทันที

โดยกฎหมายนี้จะนับแค่ยอดเงินเข้าเท่านั้น ไม่นับในส่วนของเงินที่ออก และธนาคารแต่ละแห่งจะแยกกันนำส่งข้อมูล
ดังนั้นพ่อค้า แม่ค้า ที่ขายของออนไลน์ควรพึงระวัง และศึกษาเพื่อป้องกันความเสี่ยงการโดนตรวจสอบย้อนหลัง

——————————

เรียนบัญชี ภาษี แบบบุฟเฟต์ เหมาจ่ายรายปี
👉ปีละ 10,000 บาท Discount 45%
ชำระเพียง 5,500 ต่อปี
กด Link https://smes.academy/

สอบถามเพิ่มเติม 0948246244 คุณฝน
หรือAdd Line : .easy

#เรียนบัญชีสำหรับเจ้าของกิจการ #เรียนภาษีสำหรับเจ้าของกิจการ #เรียนบัญชีภาษีสำหรับเจ้าของกิจการ #ครูอัส #บัญชีอย่างง่ายง่ายเพื่อเจ้าของกิจการ #หลักสูตรสำหรับเจ้าของกิจการ #สิ่งที่เจ้าของกิจการต้องรู้

22/03/2022
13/03/2022

-- พาส่อง 5 หลักจิตวิทยาที่ Starbucks ใช้ในการดึงดูดลูกค้า --
ถ้าให้พูดถึงร้านกาแฟระดับโลกมาซักแบรนด์นึง ผมเชื่อว่ายังไงเราก็ต้องนึกถึง Starbucks อย่างแน่นอนครับ ร้านกาแฟชื่อดังที่มีมากกว่า 30,000 สาขาทั่วโลก ทำเงินได้หลายหมื่นล้านในแต่ละปี และเป็นบ้านหลังที่ 3 ของใครหลายๆ คน
อะไรเป็นสิ่งที่ทำให้ Starbucks ครองใจผู้คนทั่วโลกมานานกว่า 40 ปี ทั้งๆ ที่มีแบรนด์อื่นให้เลือกมากมาย แต่ทำไมคนถึงยังรักแบรนด์นี้ วันนี้ผมขอพาไปส่อง 5 หลักจิตวิทยาที่ Starbucks ใช้ในการดึงดูดลูกค้ากันครับ เผื่อเอาไปปรับใช้กับที่ร้านเราได้บ้าง
1.ใช้เฟอร์นิเจอร์กำหนดพฤติกรรมลูกค้า
เฟอร์นิเจอร์ทำได้ขนาดนั้นเลยหรอ ใช่ครับเฟอร์นิเจอร์ส่งผลกับเราอย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว
อย่างเช่นในบางทำเลที่มีคนหนาแน่น อย่างเช่นในตัวเมือง Starbucks จะเลือกใช้เก้าอี้สูง หรือแบบ stool ที่มีความแข็งและนั่งไม่ได้สบาย แทนการใช้โซฟา ซึ่งหมายความว่า หลังจากลูกค้าดื่มกาแฟไปแล้ว 30 นาทีหรือน้อยกว่านั้นจะรู้สึกอยากจะลุกอย่างแน่นอน
ดังนั้นคุณก็จะมีที่ว่างสำหรับลูกค้าใหม่นั่นเอง นอกจากจะช่วยประหยัดพื้นที่แล้ว ยังทำให้เกิดการหมุนเวียนลูกค้าที่รวดเร็วขึ้นด้วย
ภายในร้าน Starbucks จะเลือกใช้เครื่องชงกาแฟที่ไม่สูงเกินไป เพื่อให้ลูกค้าและบาริสต้าได้เห็นสีหน้าอารมณ์ต่างๆ เห็นรอยยิ้มของกันและกัน ทำให้รู้สึกถึงความเป็นมนุษย์มากยิ่งขึ้น เพราะ Starbucks เชื่อในเรื่องของสายสัมพันธ์ของพนักงานกับลูกค้ามากๆ
2. เล่นกับแสงภายในร้าน
มนุษย์เราตอบสนองต่อสิ่งที่สว่างได้ดีเป็นพิเศษ นั่นทำให้จิตวิทยาที่เกี่ยวข้องแสงสว่างถูกนำมาใช้ในเชิงธุรกิจอยู่หลายๆ ครั้ง
ในร้าน Starbucks ชั้นวางสินค้าและจุดคิดเงินนั้นจะมีความสว่างอยู่เสมอเพื่อให้ลูกค้ามองเห็นได้ชัดเจน พอตรงนั้นสว่างกว่างจุดอื่นๆภายในร้าน นั่นทำให้คนมุ่งความสนใจไปที่จุดนั้นมากขึ้นนั่นเอง และในส่วนบริเวณที่นั่งก็จะมีแสงที่น้อยลงมา เพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัวมากขึ้นเช่นกัน
3. กลิ่นช่วยสร้างบรรยากาศ
ถ้าได้เข้าไปร้านคุณจะรู้เลยว่า กลิ่นในร้าน Starbucks ไม่เหมือนกับกลิ่นร้านกาแฟทั่วไปเลย และใช่ครับไม่ใช่ความบังเอิญเพราะ Starbucks เขาตั้งใจให้เป็นแบบนั้น
นี่เป็นการใช้ Scent Marketing ครับโดยใช้กลิ่นในการปลุกประสาทสัมผัสของเรา เพื่อการกระตุ้นยอดขาย ผ่านการเพิ่มประสบการณ์ Sensory Branding ให้กับลูกค้านั่นเอง
4. Vibe ที่ไม่เหมือนใคร
ในวงการการตลาด มีคำว่า 'Starbucks effect' อยู่ครับ ซึ่งก็คือการที่บริษัทสร้างภาพลักษณ์ให้ลูกค้ารู้สึก 'พรีเมียม' ที่ไม่ใช่แค่เพราะการออกแบบร้าน หรือการนำเสนอเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการบริการลูกค้าด้วย
นั่นทำให้ลูกค้ารู้สึกได้เป็นส่วนหนึ่งของความรู้สึกพิเศษนี้ด้วย เป็นการกระตุ้นให้ลูกค้าใช้จ่ายมากขึ้นนั่นเอง
5. ใช้ Scarcity Effect
การกลัวที่จะเสียโอกาสหรือพลาดอะไรบางอย่างไป หรือก็คืออาการ FOMO นั่นเอง บ่อยครั้งที่ Starbucks มักจะเปิดตัวเมนูพิเศษออกมาแค่ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั่น การมีระยะเวลาจำกัดหรือมีจำนวนจำกัด จะทำให้สินค้าดูมีมูลค่ามากยิ่งขึ้น เป็นการเล่นกับจิตวิทยา Scarcity Effect ที่ถือว่าได้ผลไม่น้อยทีเดียว
source: https://brightside.me/wonder-curiosities/9-psychological-tricks-starbucks-uses-now-you-know-about-them-too-748910/?fbclid=IwAR1-LKeftGAhvVmMUAwHw61viVbYp9tbdyWBVQEFRjEmsslpOxKcAwwceNM
ติดตาม Torpenguin - ผู้ชายขายบริการในช่องทางอื่นๆได้ที่
Facebook : Torpenguin - ผู้ชายขายบริการ
Youtube : Torpenguin
Blockdit : Torpenguin - ผู้ชายขายบริการ
Twitter : Torpenguin
Instragram : torpenguin
TikTok : torpenguin
ติดต่องาน E-mail : [email protected]

01/03/2022
07/01/2022

สรุปจากโฆษกกรมสรรพากร เรื่องแนวทางเก็บ "ภาษีคริปโต" เอามาให้อ่านกันคร่าวๆ

เมื่อเช้านี้รายการ The Standard Wealth ได้สัมภาษณ์โฆษกกรมสรรพากร ถึงแนวทางเก็บภาษีรายได้จากคริปโต

แน่นอนว่ามีหลายๆ จุด ที่ทำให้ผู้ฟังเกิดอาการ "เอ๊ะ?" ขึ้นมา เอาเป็นว่า #ประธานเหมียว ขอสรุปเป็นการเบื้องต้นก่อนนะครับ

จากการให้สัมภาษณ์ ดูเหมือนว่าทาง "นักลงทุน" จะต้องเป็นผู้บันทึกกำไร-ขาดทุน ในแต่ละธุรกรรมซื้อขาย (Transaction) ด้วยตัวเอง

ยกตัวอย่างเช่น

ซื้อตู่คอยน์ไป 1,000,000 บาท ได้กำไร 200,000 ก็ต้องบันทึกไว้

ซื้อป้อมคอยน์ ไป 1,000,000 บาท เหมือนกัน แต่เหรียญราคาตก ขาดทุนไป 900,000 ก็บันทึกไว้เอง

ทีนี้แม้ตามความเข้าใจทั่วไป หลายคนจะมองว่าลงทุนรอบนี้ ขาดทุน 700,000 บาท แต่มันไม่ใช่อย่างนั้นแฮะ

โดยแนวทางการยื่นรายได้เพื่อเสียภาษี จะนับว่า 200,000 บาท คือรายได้ที่เกิดขึ้น และต้องยื่น

ส่วนขาดทุน 900,000 บาทนั้น จะไม่ถือว่าเป็นรายได้ที่เกิดขึ้น ก็ไม่ต้องยื่น

ซึ่งจุดนี้ที่ว่า ทำให้หลายคน "เอ๊ะ?" ขึ้นมา เพราะทั้งที่จริงเงินต้นของเราจะน้อยลงจากการลงทุน แต่กลับมีรายได้ที่จะต้องเสียภาษีนั่นเอง

ยังไม่จบเท่านั้นนะ เพราะถ้าใช้แนวทางนี้จริงๆ หลายคนก็จะเกิดความกังวลขึ้นมาอีกมากมาย เช่น

- แล้วแบบนี้คนซื้อขายบ่อยๆ ก็ได้รับผลกระทบ ส่วนคนถือเหรียญยาวๆ ไม่มีรายได้จากการขาย ก็ไม่ต้องยื่นเหรอ?

- แล้วการเอาเหรียญไป Stake หรือเอาไปฟาร์มไว้ หากได้ดอกเบี้ยหรือได้เหรียญอื่นมา จะนับเป็นรายได้ด้วยใช่ไหม?

- หากการ Stake เหรียญแล้วขาดทุน จะเกิดจากทางมูลค่าเหรียญ หรือ Impermanent Loss ก็ไม่มีใครมาชดเชยรายได้รึเปล่า?

- แล้วในแง่ของการซื้อขาย NFT ล่ะ อย่างเช่นงานศิลปะ หรือไอเท็มในเกม บางเกมมีเป็นพันๆ ชิ้น จะต้องจดทุกรายการเพื่อยื่นรายได้หรือไม่?

พอแนวทางดังกล่าวมีจุดอ่อน และมีข้อสงสัยเกิดขึ้นเต็มไปหมด ก็ไม่น่าแปลกใจเลยที่จะได้รับเสียงตอบรับที่ไม่ดีนัก จากเหล่านักลงทุน และชาวเน็ตทั่วๆ ไปเช่นกัน

สุดท้ายนี้.. ย้ำว่าแนวทางดังกล่าว ก็อาจจะมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขต่างๆ ได้อีก ก่อนที่จะรีดภาษีจากนักลงทุนจริงๆ

เอาเป็นว่า ถ้าหลายคนมองว่ามันเป็นแนวทางที่ "อิหยังวะ" ก็ลองร่วมโจมตี ร่วมพูดถึงข้อด้อยในการเก็บภาษีแบบนี้ และร่วมแสดงความไม่พอใจออกมา

ไม่แน่ว่า เราอาจจะได้เห็นแนวทางการเก็บภาษีที่ดีกว่านี้(มั้ง) ออกมาใช้จริงในอนาคตก็เป็นได้นะ...

27/12/2021
24/11/2021
15/11/2021

วางเบ็ดยังไงให้ปลากินเหยื่อ? 5 เทคนิคเกริ่นนำฉบับ Content Creator มืออาชีพ! (อ่าน 5 เทคนิคได้ที่>> https://bit.ly/3vqrXne)
สำหรับชาวบล็อกเกอร์นักทำคอนเทนต์อย่างเรา ๆ แล้ว การเขียนบทความให้ได้รับความนิยม คงเปรียบเหมือนกับการที่ชาวประมงตกได้ปลาตัวใหญ่
แต่การที่ “ปลา” จะกินเบ็ดนั้น ต้องอาศัย “เหยื่อล่อ” ชั้นดี ใช่แล้ว! แอดกำลังหมายถึง “การเกริ่นนำ” ที่อยู่ในย่อหน้าแรกของบทความ เพราะมันถือเป็นตัวตัดสินว่าคนจะอ่านต่อหรือพอแค่นี้
ตามไปดู 5 เทคนิคการเกริ่นนำฉบับ Content Creator มืออาชีพ! ที่แอดนำมาฝากกันดีกว่า รับรองว่าเด็ด น่าใช้ตามทุกข้อแน่นอน!
เข้าไปอ่านเทคนิคการเกริ่นนำบทความ ได้ที่นี่เลย: https://adaddictth.com/knowledge/how-to-write-intro-by-pro-content-creator

==================
สำหรับเพื่อน ๆ ชาวเอเจนซีและนักการตลาดที่อยากเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ อัปเดตความรู้ด้านการตลาดที่ตอบโจทย์เทรนด์ปัจจุบัน ขอเชิญชวนไปเรียนรู้กันได้ใน FutureSkill
พร้อมส่วนลด 50% พิเศษสำหรับชาว Ad Addict สมัครสมาชิกรายปีเหลือเพียง 3,954 บาทเท่านั้น! คลิกเรียนเลย! https://fskill.co/fsxaadso10C รีบเลย ช้าหมด อดนะ!

31/10/2021

สรุป 36 ข้อสั้น ๆ
วิธีใช้ Mindset ให้เป็นคนทำงานที่เก่งขึ้นทุกวัน
1. มีความสามารถในการทำงานยังไม่พอ ต้องมีความสามารถในการสร้างงานด้วย
2. ทักษะการคิดวิเคราะห์และการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ จำเป็นกับคนทำงาน
3. ให้ลองนึกถึงชั่วขณะแห่งความยินดีที่เงินเดือนถูกโอนเข้าบัญชีทุกสิ้นเดือน นี่คือช่วงเวลาที่ยืนยันความสัมพันธ์ระหว่าง "งาน" กับ "ตัวคุณ"
4. ยอมรับและเข้าใจความสามารถในการทำงานของตนเองตามความเป็นจริง
5. ควรตรวจเช็กประสิทธิภาพการทำงานของตัวเองปีละครั้ง
6. รู้จักตั้งคำถามกับตัวเองว่า "ฉันเป็นคนแบบไหน" "งานที่ฉันต้องการเป็นแบบไหน" และ "มีวิธีไหนที่ช่วยหางานแบบนั้นได้"
7. การแสดงความคิดที่มีต่อ "งาน" ออกมาเป็นภาพ ช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่าง "งาน" กับ "ตัวเอง"
8. รู้ว่าตัวเองกำลังเลือกเดินในเส้นทางการทำงานแบบไหน
9. วิธีสำคัญที่สุดที่ช่วยให้ทำงานมีประสิทธิภาพคือ รู้ว่าตัวเองรู้สึกอย่างไรและจัดการอารมณ์ได้ดี
10. หลีกเลี่ยงการระบายความโกรธใส่ผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ทำให้เรารู้สึกไม่พอใจ
11. ความเชื่อที่มีหนักแน่นมากพอหรือไม่
12. งานคือการสร้างสรรค์ ส่วนการใช้แรงงานคือการทำตามคำสั่ง
13. การออกแบบงาน คือ กระบวนการพัฒนาความคิดเพื่อให้มีทัศนคติที่ดีในการทำงาน
14. ลองฝันถึงสิ่งที่ใจต้องการจริง ๆ
15. ลองถามตัวเองว่า ตอนนี้ใบหน้า ความคิด ความรู้สึก และอารมณ์เป็นอย่างไร
16. 10 สาเหตุที่ส่งผลต่อการทำงาน ได้แก่ ประสิทธิภาพในการทำงาน ความสนุกสนาน ความหมาย ความสัมพันธ์ การยอมรับ วิสัยทัศน์ หน้าที่ การตอบแทน วัฒนธรรมองค์กร และสภาพแวดล้อม
17. ทฤษฎี 4S เปรียบเทียบ "ชีวิตงาน" กับ "การเจริญเติบโตของต้นไม้"
18. ทฤษฎี 4S เป็นกระบวนการออกแบบงานใหม่ ๆ เริ่มจาก Seed (เมล็ดพันธุ์) > Soil (ดิน) > Sprout (ต้นกล้า) > Stem (ลำต้น)
19. ไม่มีประสบการณ์ใดที่ไร้ค่า
20. ความอยากรู้อยากเห็น ช่วยสั่งสมประสบการณ์ให้เราโดยไม่รู้ตัว
21. ประสบการณ์แห่งความสำเร็จไม่เพียงช่วยเพิ่มความมั่นใจและความภาคภูมิใจ แต่ยังช่วยให้ทำสิ่งที่ท้าทายขึ้นด้วย
22. รู้จุดแข็งของตัวเอง
23. "งาน" เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ตระหนักถึงคุณค่าที่เราต้องการ
24. ลองมองดินที่ยืนอยู่ด้วยมุมมองใหม่ ๆ และลงแรงปรับปรุงอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเปลี่ยนมันให้เป็นดินที่มีประโยชน์ได้
25. ทักษะต่าง ๆ เป็นเรื่องที่ฝึกฝนได้
26. ลอง "สลายเส้นแบ่งอาณาเขต" ในชีวิตประจำวัน
27. งานเป็นกระบวนการที่คนคนหนึ่งพบที่ยืนของตัวเองในสังคม เราจำเป็นต้องหาที่ทางที่เหมาะสมที่เราจะเติบโตได้
28. การออกจากกรอบเดิม ๆ จะช่วยให้มองโลกได้ชัดเจนขึ้น
29. การฝึกมองโลกนอกกรอบที่คุ้นเคย ทำได้ด้วยการสำรวจและตรวจสอบสิ่งที่อยากทำจากบริบทรอบข้าง แล้วจดใส่บันทึกการสังเกตของตน
30. ลองจินตนาการถึงลูกค้าที่ได้พบ เมื่อเราเห็นอกเห็นใจและเข้าใจปัญหาของลูกค้าอย่างลึกซึ้ง เราก็จะระบุทิศทางของงานที่ต้องทำได้ชัดเจน
31. ต้องสำรวจว่าสิ่งใดที่จำเป็นสำหรับการแก้ปัญหาผ่านการทำงาน
32. กลบข้อบกพร่องต่าง ๆ ด้วยการเรียนรู้เพิ่มเติม
33. จงจำไว้ว่าทุกคนต่างมีช่วงขาขึ้นและขาลง
34. การคาดการณ์ความล้มเหลว = การฉีดวัคซีน
35. ไลฟ์โค้ชของเราก็คือตัวเราเอง
36. ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ขอให้เชื่อมั่นในตัวเองต่อไป
"คนที่เก่งขึ้นทุกวัน เขาทำงานด้วย Mindset แบบนี้"
ชเวฮเยอึน และ จัสมิน ฮัน เขียน
คุณาทัย อ่อนน้อม แปล
สั่งออนไลน์ได้ที่ https://bit.ly/3vYXChx
หรือ Inbox และร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ
#คนที่เก่งขึ้นทุกวันเขาทำงานด้วยMindsetแบบนี้

30/10/2021

🧐 อยากเขียนบทความให้ติดอันดับดีๆ บนหน้าแรกของ Google ต้องรู้อะไรบ้าง?
วันนี้เราได้นำเทคนิควิธีการเขียน SEO ด้วย 5️ เทคนิคง่ายๆ ที่จะช่วยให้บทความของคุณติดอันดับเป็นอมตะบน Google มาฝากคุณแล้ว 🤩 จะมีอะไรบ้าง ตามไปดูกันเลย!
1️⃣ ทุกๆ บทความต้องมี Keyword
Keyword คือ ‘คำสำคัญ’ หรือ ‘วลีสำคัญ’ ที่เราอยากให้คนเสิร์ชเจอด้วยวลีนี้
เมื่อก่อนเวลาจะเขียน บทความเราอาจคิดแค่ชื่อเรื่อง โครงเรื่อง และเล่าเรื่องไปตามนั้น แต่เมื่อมาเขียนบทความออนไลน์ เราควรตั้งต้นว่าเขียนเพื่อใคร แล้วเรื่องที่เราจะเขียน เขาจะค้นหาด้วย Keyword อะไร
:: ตัวอย่างมุมมองการเลือกคีย์เวิร์ด
- เขียนในสิ่งที่อยากนำเสนอ เช่น Content Shifu จะเขียนเกี่ยวกับ การสร้างเว็บไซต์ด้วย WordPress คีย์เวิร์ดที่เลือกใช้ก็อย่างเช่น “การสร้างเว็บไซต์” “WordPress” เป็นต้น
- คิดในมุมผู้ใช้ คนที่สนใจบทความนี้ น่าจะสนใจอะไร เช่น ถ้าเราจะเขียนเรื่องการสร้างเว็บไซต์ด้วย WordPress สิ่งที่คนน่าจะค้นหาเข้ามาก็อย่างเช่น “ทำเว็บไซต์ด้วยตัวเอง” “วิธีสร้างเว็บไซต์” “วิธีใช้ WordPress” เป็นต้น
- ใช้ Keyword Research Tools ในการหาคีย์เวิร์ด หากอยากเลือก Keyword ที่ช่วยทำอันดับเว็บไซต์ได้จริงๆ มีคนค้นหาจริงๆ การใช้เครื่องมือ Keyword Research เช่น Google Keyword Planner, Ubersuggest, Keysearch ก็จะเป็นประโยชน์มากๆ เพราะจะบอก Volume ปริมาณการค้นหาของคีย์เวิร์ด รวมถึงประเมินความยากในการแข่งขันของคีย์เวิร์ดนั้นๆ ให้ด้วย เป็นต้น
2️⃣ ใส่ Keyword เพื่อให้ Search เจอง่าย
เมื่อได้ Keyword แล้ว ต่อมาสิ่งที่ต้องทำก็คือ รู้เทคนิคใส่ Keyword เพื่อให้ Search เจอง่าย โดย Google จะให้ความสำคัญกับเนื้อหาแต่ละส่วนไม่เท่ากัน ถ้าอยากบอก Google ว่า นี่เป็นวลีสำคัญนะ ก็ให้ใส่ Keyword เข้าไปในจุดสำคัญทั้ง 5 ตำแหน่ง ดังต่อไปนี้
- Title หรือ ชื่อบทความ
- URL ชื่อลิงก์ของบทความ (เรียกอีกอย่างว่า Slug)
- Description หรือ คำบรรยายบทความ
- Headings หรือ หัวข้อต่างๆ ในบทความ
- ชื่อภาพ และ Alt Text ของภาพ
3️⃣ ปริมาณและการกระจายตัวอย่างเป็นธรรมชาติของ Keyword
แน่นอนว่าคีย์เวิร์ดไม่ได้ใส่ลงไปในตำแหน่งทั้งห้าที่บอกไปด้านบนเพียงอย่างเดียว แต่ควรมีเขียนถึงในเนื้อบทความบ้าง หมายความว่า ไม่ควรใส่มากเกินไป เพราะ Google จะมองว่าเราพยายามใส่มากเกินไป คำแนะนำส่วนใหญ่บอกว่า ‘Keyword density ไม่ควรเกิน 2.5% ซึ่ง Keyword density หมายถึง สัดส่วนของคีย์เวิร์ดเมื่อเทียบกับปริมาณ Text ทั้งหมดในบทความ’
4️⃣ เขียนบทความคุณภาพ คือการทำ SEO ที่ดีที่สุด
Search Engine ระดับโลกย่อมต้องการให้ผลลัพธ์การค้นหาของตนถูกใจผู้ใช้ผู้อ่าน นั่นหมายความว่าระบบจะต้องอยากนำเสนอคอนเทนต์ที่เขาคิดว่ามีคุณภาพ แล้ว Google รู้ได้ยังไง ว่าบทความไหนมีคุณภาพ?
มีหลายเรื่องให้มองมาก แต่ขอยกตัวอย่างมา 3 ปัจจัยพื้นฐาน ดังนี้
::
- ความยาวของบทความ >> บทความที่ยาว มีแนวโน้มจะเป็นบทความที่มีคุณภาพ บ่งบอกว่า “ไม่ได้มาเล่นๆ” ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านบอกว่าถ้าเป็นไปได้ซัก 500 – 700 คำ กำลังดี แต่สำหรับชเราแนะนำว่าควรอยู่ที่เฉียดๆ 1,000 คำขึ้นไป
- บทความสดใหม่ (Original Content) >> คือ เขียนขึ้นเอง ไม่ซ้ำใคร กับอีกนัยนึง คือ เขียนก่อนใคร
- ยอด Engagement บน Social Media >> โดยเฉพาะถ้าบทความของคุณได้รับการแชร์เยอะๆ ก็จะมีผลต่อ SEO สูงมาก หากบทความของคุณมีประโยชน์จริงๆ หรือทำให้ผู้อ่านประทับใจได้ เชื่อว่าผู้อ่านต้องอยากแชร์
5️⃣ ความสม่ำเสมอและคอยอัปเดตคอนเทนต์
ในสายตาของ Search Engine อย่าง Google คอนเทนต์ที่ลงบนเว็บอย่างสม่ำเสมอ หมายถึง เว็บไซต์ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี เป็นเว็บไซต์ที่เติบโตอยู่เรื่อย เพราะมีคนเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอ (การแชร์ไปบนโซเชียลมีเดียจะช่วยให้ได้คนเข้ามายังเว็บไซต์ทันที ไม่ต้องรอ Google จัดอันดับ)
นอกจากนี้ ถ้าทำคอนเทนต์เผยแพร่แล้ว จะต้องคอยเช็คอันดับเว็บไซต์ วิเคราะห์เว็บคู่แข่ง และอัปเดตคอนเทนต์ของเราให้ดีอยู่เสมอ เพราะในสายตาของ Google คอนเทนต์ใหม่หรือคอนเทนต์ที่อัปเดตจะน่าเชื่อถือมากกว่า เพราะ Google จะมองว่าข้อมูลจะเป็นปัจจุบันที่สุดนั่นเอง
เป็นอย่างไรกันบ้างกับ 5 เทคนิคที่เรานำมาฝากกัน ลองเอาไปใช้กันได้เลยนะคะ 😊
📌 อ่านในเวอร์ชันบทความที่นี่ >> https://bit.ly/3pLg7Fd
____________
Content Shifu ยังมีคอร์สเรียนออนไลน์สำหรับใครที่สนใจเรื่องการทำ SEO เพื่อทำให้เว็บไซต์ติดอันดับบน Google ไปเรียนรู้พร้อมกันได้ 👉 https://bit.ly/3BrGNNx
🌟 อย่าลืมกด See First Page Content Shifu ไว้เพื่อตามอัปเดตความรู้และเทรนด์ Digital Marketing ดีๆ จากเราด้วยนะคะ >> https://www.facebook.com/contentshifu

ที่อยู่

Hatairat Road
Bangkok
10510

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ PPN Accountingผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง PPN Accounting:

แชร์