02/07/2024
วันนี้เรามาคุยกันเรื่อง “ภาษีบุคคลธรรมดาที่พาปวดหัว” กันครับ
เชื่อว่าพอพูดถึงภาษีทุกคงนึกถึงความเจ็บปวดเวลาเห็นยอดภาษีที่ต้องจ่ายในแต่ละปีกันแน่ๆ และถึงแม้ว่าคนสองคนจะมีรายได้เท่ากันแต่อาจจะเสียภาษีไม่เท่ากัน
ขึ้นกับการบริหารภาษีของแต่ละคน การคำนวนภาษี และ ลดหย่อน
วันนี้เลยอยากจะชวนมาวิเคราะห์การลดหย่อนภาษีกัน
ผมพบว่าคนรอบๆตัวผมนั้นจะจัด Group เรื่องความเข้าใจและการจัดการภาษีได้ประมาน 4 กลุ่ม
1. ไม่ได้ยื่นภาษีเลย (กลุ่มคนรายได้น้อย)
2. ยื่นภาษีแต่ไม่ได้วางแผน บริษัทหักเท่าไหร่ก็เท่านั้น
(ยังไม่รู้เลยภาษีคำนวนยังไง)
3. ใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีโดยเน้นการลดหย่อน
(ซื้อกองทุนโดยที่ไม่รู้ว่าข้างในกองทุน ลงทุนอย่างไรด้วยซ้ำ)
4. วางแผนการเงินตามเป้าหมายอย่างรอบคอบ
ผมเข้าใจว่า กลุ่ม 2 และ 3 จะมีจำนวนอยู่เยอะมากซึ้งผมจะเจอคำถามหรือความเข้าใจผิดอยู่บ้าง อย่างเช่น
Q1: ทำไมปีนี้เสียภาษีมากกว่าปีที่แล้วเยอะจัง
Q2: ถ้ารายได้ถึง 1.2 ล้าน ต้องเสียภาษี 25% เลยหรอ
Q3: ซื้อกองทุน SSF ของ Bank หรือ broker ไหนดี
(ถามแค่ bankไหนยังไม่เข้าใจการลงทุนข้างหลังเลย)
สูตรเบื้องต้นที่สำคัญเลยคือ “ภาษีที่ต้องจ่าย = (รายได้ - ลดหย่อน=เงินได้สุทธิ) *อัตราภาษี”
ส่วนสำคัญเลยคือการลดหย่อนที่จะทำให้เราประหยัดภาษีได้
แต่ลดหย่อนอย่างไรละที่จะตอบโจทย์เป้าหมายการเงินของเราด้วย
ก้อนลดหย่อนที่ใหญ่ที่สุดในการ ลดหย่อนภาษี คือ ก่อนที่เป็นการลงทุนและประกัน
- ประกันชีวิตคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป +สุขภาพ สูงสุด 100k
- SSF (ถือ 10 ปี) + RMF + กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ +
ประกัน บำนาญ สูงสุด 500k
- ดอกเบี้ยบ้าน
จะเห็นว่าส่วนที่ลดหย่อนได้เยอะจะเป็นส่วนที่เกี่ยวกับอนาคต
สำหรับเพื่อนๆ ที่อยู่ กลุ่ม 2
(บริษัทหักเท่าไหร่ก็เท่านั้น)
⚬อยากให้ลองศึกษาการคำนวนภาษีเพิ่มขึ้น
สำหรับเพื่อนๆ ที่อยู่ กลุ่ม 3
(ซื้อกองทุนเพื่อลดหย่อน)
⚬ทำความเข้าใจการลงทุนที่อยู่เบื้องหลังกองทุน
และศึกษาเรื่องความเสี่ยง
มาดูความต่างของคน 2 คนที่มีรายได้เท่ากัน
คุณหนึ่ง และคุณสอง รายได้ 2,200,000 เท่ากัน
คุณหนึ่ง: ลดหย่อนส่วนตัว + ประกัน + PVD + SSF+ประกันบำนาญ
คุณสอง : ลดหย่อน ส่วนตัว + PVD
สองคนนี้เสียภาษีต่างกันภาษาต่างกัน 79,500 บาท
(คำนวนยังไง ตามภาพเลยครับ)
คุณหนึ่งวางแผนการเงินอนาคต แบบbalance ความมั่นคง มั่งคั่ง
คุณสองไม่ได้ผิดนะครับอาจจะมีการเอาเงินไปลงทุนอื่นๆหรือใช้จ่ายตามเป้าหมายชีวิต
เราจะเห็นว่าการลดหย่อนนั้นเป็นเพียงส่วนผลพลอยได้หนึ่งในการวางแผนเป้าหมายการเงิน “ระยะยาว”
การวางแผนการเงินควรมีทั้ง การป้องกันความเสี่ยง แผนระยะสั้น และแผนระยะยาว (เกษียณ)
เราควรมีการกระจายความเสี่ยงออกไปโดย Balanceระหว่าง “ความมั่นคง และ มั่งคั่ง”
ซึ่งแต่ละคนจะให้น้ำหนักกับสองเรื่องนี้ไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับเป้าหมายของคนคนนั้น
โอกาสต่อๆไปจะหยิบเรื่องความเสี่ยงมาคุยรายละเอียดกันครับอันนี้สนุกและสำคัญมากกก
เหลืออีก 6 เดือน จะสิ้นปีแล้ว
มาเริ่มวางแผนการเงิน และ ภาษีกันครับ
สนในที่ปรึกษาทางการเงินทักทัก IB กันเข้ามาได้นะครับ
#วางแผนการเงิน