Health Wealth Life by Wit MTL & Coway

เส้นทาง

Health Wealth Life by Wit MTL & Coway ข้อมูลติดต่อ แผนที่และเส้นทาง แบบฟอร์มติดต่อ เวลาทำการ บริการ คะแนนรีวิว รูปภาพ วิดีโอ และข่าวสารจาก Health Wealth Life by Wit MTL & Coway, ที่ปรึกษาทางการเงิน, Bangkok

🩷 ที่ปรึกษาประกันชีวิตและการเงิน เมืองไทยประกันชีวิต (MTL)
✅️ ประกันชีวิต / สุขภาพ / อุบัติเหตุ / บำนาญ / ควบการลงทุน • กองทุนรวม • วางแผนการเงิน • ลดหย่อนภาษี
💙 ตัวแทนฝ่ายขาย Coway
✅️ เครื่องกรองน้ำ • เครื่องฟอกอากาศ • ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพต่าง ๆ

✅️
27/10/2026

✅️

เป็นคนแบบนี้ ควรมีประกันอะไรติดตัวบ้าง ? | Money Buffalo

ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันสะสมทรัพย์ ประกันบำนาญ โอ๊ยยย มีประกันให้เลือกเยอะขนาดนี้ แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าตัวเองควรซื้อแบบไหนก่อนดี ?

พี่ทุยอยากบอกว่า ประกันที่ดีที่สุด ไม่จำเป็นต้องเป็นประกันที่แพงที่สุด หรือมีความคุ้มครองเยอะที่สุด แต่ต้องเป็นประกันที่เหมาะกับชีวิตของเราครับ

เพราะคนอายุ 25 ปีที่เพิ่งเริ่มทำงาน กับคนอายุ 40 ปีที่มีลูก มีพ่อแม่ต้องดูแล ย่อมมีความเสี่ยงและภาระทางการเงินต่างกัน การเลือกซื้อประกันจึงไม่ควรใช้สูตรเดียวกันทั้งหมด

1. ประกันที่ควรมี ขึ้นอยู่กับว่าเรากำลังกลัวความเสี่ยงอะไร

ถ้าเราเป็นเสาหลักของครอบครัว ประกันชีวิตอาจเป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากวันหนึ่งเกิดเหตุไม่คาดฝัน คนข้างหลังจะยังมีเงินก้อนเอาไว้ใช้จ่ายต่อได้

แต่ถ้าเป็นคนโสด ไม่มีใครพึ่งพารายได้เรา ประกันสุขภาพหรือประกันโรคร้ายแรงอาจตอบโจทย์มากกว่า เพราะต่อให้ไม่มีภาระต้องดูแลใคร เราก็ยังมีความเสี่ยงจากค่ารักษาพยาบาลที่อาจสูงจนกระทบเงินเก็บได้เหมือนกันครับ

ส่วนใครที่ทำงานในพื้นที่เสี่ยง หรือมีความเสี่ยงจากการเสียชีวิตในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ก็อาจพิจารณาประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา เพื่อเพิ่มความคุ้มครองในช่วงที่จำเป็น

2. ประกันเพื่อคุ้มครอง กับประกันเพื่อออมเงิน ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน

หลายคนซื้อประกันเพราะอยากได้เงินคืน แต่พี่ทุยอยากให้แยกก่อนครับว่า เรากำลังซื้อประกันเพื่อป้องกันความเสี่ยง หรือเพื่อสะสมเงินในอนาคต

อย่างประกันสะสมทรัพย์ อาจเหมาะกับคนที่อยากสร้างวินัยการออม ส่วนประกันบำนาญก็ช่วยวางแผนรับเงินเป็นงวดหลังเกษียณได้ ขณะที่ประกันแบบควบการลงทุน (Unit-linked) เป็นการรวมความคุ้มครองชีวิตเข้ากับการลงทุน ซึ่งต้องเข้าใจทั้งค่าธรรมเนียมและความเสี่ยงที่เงินลงทุนอาจขาดทุนได้

แต่ต้องระวังนะครับ เพราะ ประกันที่มีเงินคืน ไม่ได้แปลว่าจะให้ผลตอบแทนคุ้มกว่าการออมหรือลงทุนด้วยตัวเองเสมอไป แถมบางแบบยังมีข้อจำกัดเรื่องการถอนเงินก่อนครบกำหนดด้วย

3. ก่อนซื้อประกัน เช็กของที่มีอยู่ก่อน จะได้ไม่จ่ายเบี้ยเกินจำเป็น

คนทำงานหลายคนมีทั้งประกันสังคม สวัสดิการรักษาพยาบาลจากบริษัท หรือประกันกลุ่มอยู่แล้ว แต่กลับไม่เคยตรวจสอบเลยว่าตัวเองได้รับความคุ้มครองอะไรบ้าง

พี่ทุยเลยอยากให้เริ่มจากเช็กสิทธิ์ที่มีอยู่ก่อน แล้วค่อยดูว่ายังมีความเสี่ยงส่วนไหนที่ไม่ได้รับความคุ้มครอง หรือวงเงินยังไม่เพียงพอ ที่สำคัญต้องอ่านเงื่อนไขกรมธรรม์ให้ดี ทั้งข้อยกเว้น ระยะเวลารอคอย วงเงินคุ้มครอง และเบี้ยที่ต้องจ่ายในระยะยาว เพราะซื้อประกันจนคุ้มครองทุกอย่าง แต่สุดท้ายไม่มีเงินเหลือกินข้าว แบบนี้ก็คงไม่ไหวเหมือนกันครับ 55555

สุดท้ายแล้ว ประกันไม่ใช่สิ่งที่ต้องซื้อให้ครบทุกประเภท แต่ควรเลือกซื้อเพื่อปิดความเสี่ยงที่อาจสร้างความเสียหายทางการเงินให้กับชีวิตเรามากที่สุดก่อน และเมื่อรายได้ ภาระครอบครัว หรือเป้าหมายชีวิตเปลี่ยนไป ก็ค่อยกลับมาทบทวนความคุ้มครองให้เหมาะสมอีกครั้งครับ

หมายเหตุ : อินโฟนี้เป็นแนวทางเบื้องต้นในการเลือกประเภทประกัน ความเหมาะสมขึ้นอยู่กับความจำเป็นและเงื่อนไขของแต่ละบุคคล

#สนุกง่ายได้ประโยชน์ #เพราะภาษีง่ายกว่าที่คิด #ประกันชีวิต #ประกันสุขภาพ #ประกันสะสมทรัพย์ #วางแผนการเงิน #ประกัน

🎉 ตอนนี้  #เมืองไทยประกันชีวิต   มี  #แคมเปญพิเศษ สำหรับลูกค้าที่  #มีปัญหาสุขภาพหรือมีประวัติสุขภาพ ตามที่กำหนด เคยสมัค...
25/10/2026

🎉 ตอนนี้ #เมืองไทยประกันชีวิต มี #แคมเปญพิเศษ สำหรับลูกค้าที่ #มีปัญหาสุขภาพหรือมีประวัติสุขภาพ ตามที่กำหนด เคยสมัครทำประกันแล้วไม่ผ่าน หรือยังไม่เคยสมัคร แต่ต้องการทำประกัน สามารถสมัครให้บริษัทพิจารณาได้นะครับ

ท่านใดสนใจสามารถติดต่อผมเพื่อดำเนินการได้เลยครับ 😊🩷

#ประกันชีวิต #ประกันสุขภาพ #ประกันโรคร้ายแรง #ประกันบำนาญ #ประกันอุบัติเหตุ #ประกันชดเชยรายได้ #ประกันควบการลงทุน #วางแผนการเงิน #ลดหย่อนภาษี

✅💰
21/10/2026

✅💰

✅️
19/10/2026

✅️

รู้ว่า “ประกัน” สำคัญ แต่ทำไมยังไม่ทำประกันสักที? รวม 6 เหตุผลยอดฮิตที่ทำให้หลายคนอาจจะยังไม่มีประกันติดตัวเลย
ความไม่แน่นอนเกิดขึ้นได้เสมอ “ประกัน” คือเครื่องมือทางการเงินที่หลายคนรู้ว่า “สำคัญ” แต่กลับมีเหตุผลสารพัดที่ทำให้เรื่องนี้ถูกเลื่อนออกไปไม่รู้จบ แม้จะเข้าใจถึงประโยชน์ของการคุ้มครองความเสี่ยงแล้วก็ตาม
บทความนี้ The Money Trends จะพาไปเจาะลึก 6 เหตุผลยอดฮิต ที่เป็นเหมือนกำแพงขวางกั้นไม่ให้หลายคนเริ่มต้นวางแผนทางการเงินที่สำคัญนี้ พร้อมเปิดมุมมองใหม่ๆ ที่จะทำให้เห็นว่าการเริ่มต้นทำประกันตั้งแต่วันนี้มีค่าแค่ไหน
[ 6 เหตุผลที่คนมักใช้เป็นข้ออ้างในการยังไม่ทำประกัน ]
1. คิดว่า "ยังไม่จำเป็นต้องทำตอนนี้”
นี่คือความคิดที่คนหนุ่มสาวมักจะใช้เป็นข้ออ้างอันดับต้นๆ เพราะรู้สึกว่าตัวเองยังแข็งแรง สุขภาพดี และไม่มีโรคประจำตัว จึงคิดว่าความเสี่ยงยังอยู่ห่างไกล
ความจริง คือ การรอจน "จำเป็น" อาจหมายถึงการรอจนสายเกินไป ความเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุไม่เคยบอกล่วงหน้า และเมื่อมันเกิดขึ้น ค่าใช้จ่ายที่ตามมาอาจสูงกว่าเบี้ยประกันที่คุณจ่ายไปตลอดชีวิตเสียอีก การเริ่มต้นทำประกันในขณะที่ยังแข็งแรงและอายุน้อย จะช่วยให้คุณเข้าถึงประกันได้ง่ายขึ้นและได้เบี้ยประกันที่ถูกลงอย่างมีนัยสำคัญ
2. คิดว่า "รอใช้ลดหย่อนภาษีด้วย คุ้มกว่า"
หลายคนมองว่าการทำประกันเป็นเรื่องของการลดหย่อนภาษีเท่านั้น จึงตั้งใจจะทำเมื่อมีรายได้สูงๆ เพื่อให้สามารถใช้สิทธิประโยชน์ได้เต็มที่
ความจริง คือ การทำประกันไม่ได้มีประโยชน์แค่การลดหย่อนภาษี แต่คือ “การคุ้มครองความเสี่ยง” เป็นอันดับแรก ประกันชีวิตและประกันสุขภาพคือการสร้างเกราะป้องกันทางการเงินให้กับตัวคุณและครอบครัว หากมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นในระหว่างที่คุณยังไม่มีประกัน การรอให้รายได้สูงอาจหมายถึงการต้องแบกรับความเสี่ยงทั้งหมดด้วยตัวเอง และอาจทำให้ต้องหมดเงินเก็บที่สร้างมาทั้งชีวิตได้
3. คิดว่า "ไม่คุ้ม" เพราะสุขภาพยังดีอยู่
มุมมองนี้คล้ายกับข้อแรก แต่เพิ่มเติมในแง่ของ "ความคุ้มค่า" เพราะรู้สึกว่าจ่ายเบี้ยไปแล้วก็ไม่เคยได้ใช้ประโยชน์อะไรเลย
ความจริง คือ ประกันคือการลงทุนเพื่อ "ความอุ่นใจ" ไม่ใช่การลงทุนที่หวังผลตอบแทนเป็นตัวเงิน การที่สุขภาพยังดีและไม่จำเป็นต้องใช้สิทธิเคลมประกันเลยต่างหาก คือสิ่งที่คุ้มค่าที่สุดแล้ว เพราะนั่นหมายความว่าคุณมีชีวิตที่แข็งแรงและปลอดภัย หากต้องใช้ประกันเมื่อไหร่ นั่นแสดงว่าความคุ้มครองที่คุณสร้างไว้กำลังทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่แล้วต่างหาก
4. คิดว่า "ค่าเบี้ยแพงเกินไป"
นี่คือเหตุผลที่หลายคนมักใช้เป็นข้ออ้างหลัก เพราะรู้สึกว่าเบี้ยประกันเป็นภาระรายเดือนหรือรายปีที่หนักเกินไป
ความจริง คือ เบี้ยประกันมีหลายระดับราคา ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ประกันมากมายที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับทุกกลุ่มรายได้ ตั้งแต่ประกันสุขภาพแบบเบี้ยต่ำไปจนถึงประกันอุบัติเหตุที่เบี้ยสูงๆ การเลือกทำประกันในวงเงินความคุ้มครองที่เหมาะสมกับรายได้ในวันนี้ ดีกว่าการไม่มีอะไรเลย และต้องรับมือกับความเสี่ยงทั้งหมดด้วยตัวเอง
5. คิดว่า "ถ้าทำประกัน ต้องตรวจสุขภาพ ไม่อยากเจอโรคพ่วงมาด้วย"
ความกังวลนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะหลายคนกลัวว่าการตรวจสุขภาพก่อนทำประกันจะทำให้ค้นพบโรคร้ายแรงที่ยังไม่เคยรู้มาก่อน
ความจริง คือ การทำประกันไม่ได้จำเป็นต้องตรวจสุขภาพเสมอไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณอายุน้อยและเลือกทำประกันในวงเงินความคุ้มครองที่ไม่สูงมาก บริษัทประกันจะพิจารณาจากข้อมูลที่คุณแจ้งในใบคำขอเป็นหลัก แต่หากมีประวัติสุขภาพหรือโรคประจำตัว การตรวจสุขภาพก็เป็นเพียงขั้นตอนเพื่อประกอบการพิจารณาเท่านั้น และหากคุณเจอโรคที่ยังไม่เคยรู้มาก่อน การทำประกันในช่วงแรกเริ่มของโรคจะช่วยให้คุณได้รับการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ ซึ่งอาจช่วยให้ผลการรักษาดีขึ้นและมีค่าใช้จ่ายที่ควบคุมได้
6. คิดว่า "กลัวโดนหลอก กลัวเคลมไม่ได้"
ความไม่เชื่อมั่นในบริษัทประกันหรือตัวแทนเป็นอีกหนึ่งอุปสรรคสำคัญที่ทำให้หลายคนไม่กล้าตัดสินใจ
ความจริง คือ ปัจจุบันบริษัทประกันมีความโปร่งใสมากขึ้น มีการกำกับดูแลโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ซึ่งเราสามารถตรวจสอบข้อมูลบริษัทและเงื่อนไขกรมธรรม์ได้จากหลายช่องทาง การเลือกตัวแทนที่มีใบอนุญาตถูกต้อง และการทำความเข้าใจเงื่อนไขกรมธรรม์อย่างละเอียดก่อนตัดสินใจ จะช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้ และเมื่อถึงเวลาเคลม หากทำตามเงื่อนไขที่ระบุในกรมธรรม์อย่างถูกต้อง การเคลมก็ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิดครับ
[ เมื่อ "รู้" แล้ว ก็ถึงเวลา "เริ่ม" ]
การมีประกันไม่ใช่การลงทุนที่ให้ผลตอบแทนเป็นตัวเงิน แต่เป็นการลงทุนเพื่อ "ความอุ่นใจ" และ "ความมั่นคง" ในชีวิต การจ่ายเบี้ยประกันในแต่ละปีอาจดูเหมือนเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น แต่เมื่อพิจารณาถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นแล้ว จะพบว่ามันคือค่าใช้จ่ายที่คุ้มค่าที่สุดหากเกิดเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้นมาจริง ๆ
อย่าปล่อยให้เหตุผลต่าง ๆ เหล่านี้เป็นอุปสรรคในการตัดสินใจที่สำคัญ เพราะในวันที่คุณต้องการมันที่สุด อาจจะไม่มีโอกาสได้เริ่มต้นอีกแล้ว การเริ่มต้นทำประกันตั้งแต่วันนี้ คือการแสดงความรับผิดชอบต่ออนาคตทางการเงินของตัวเอง และต่อคนที่คุณรักอย่างแท้จริง

✅️
14/10/2026

✅️

#ซื้อประกันสำคัญที่ความคุ้มครอง
#อย่าติดสินใจโดยไม่ได้เลือกแผน
#ที่เหมาะกับโจทย์ชีวิต
เมื่อมีรายได้มากขึ้น
ภาษีก็เป็นอีกเรื่อง
ที่ควรวางแผนให้ดี
แทนที่จะรอถึงปลายปี
แล้วค่อยหาว่า
มีอะไรใช้ลดหย่อนได้บ้าง
เราอาจเริ่มจากการถามว่า
“ค่าใช้จ่ายก้อนไหน
นอกจากช่วยเรื่องภาษีแล้ว
ยังมีประโยชน์กับชีวิตเราด้วย”
เบี้ยประกันบางประเภท
สามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้
ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
พร้อมกับสร้างความคุ้มครอง
ให้ตัวเราและครอบครัว
ในวันที่เกิดเรื่องไม่คาดคิด
การซื้อประกันจึงไม่ใช่แค่การ
“จ่ายเงินเพื่อประหยัดภาษี”
แต่คือการนำเงินบางส่วน
มาวางแผนให้ได้ประโยชน์สองต่อ
ทั้งจัดการภาษี
และจัดการความเสี่ยงในชีวิต
ยิ่งใกล้สิ้นปี
ยิ่งควรกลับมาเช็กว่า
ความคุ้มครองที่เรามีเพียงพอหรือยัง
และสิทธิที่ใช้ลดหย่อนได้
เราใช้ครบตามแผนหรือยัง
เพราะภาษีคือเรื่องของปีนี้
แต่ความคุ้มครองที่วางไว้ดี
อาจช่วยเราได้อีกหลายปี
#เรื่องเล่าประกันชีวิต
🌟PROBAC 7
โพรไบโอติกเกรดพรีเมียม
ที่โรงพยาบาลชั้นนำแนะนำให้ใช้
แก้ท้องผูก ลดภูมิแพ้ ปรับสมดุลลำไส้
ยอดขายอันดับ 1 ในร้านขายยา

ขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ไว้วางใจให้ผมดูแล และวางแผนการเงิน ชีวิต และสุขภาพ ด้วยผลิตภัณฑ์ทางการเงินจาก  #เมืองไทยประกันชีวิ...
11/10/2026

ขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ไว้วางใจให้ผมดูแล และวางแผนการเงิน ชีวิต และสุขภาพ ด้วยผลิตภัณฑ์ทางการเงินจาก #เมืองไทยประกันชีวิต ครับ 😊

📅 ใกล้สิ้นปีแล้วใครกำลังมองหาตัวช่วยในการ #ลดหย่อนภาษี หรืออยากมี #หลักประกันให้กับชีวิตและครอบครัว เชิญทางนี้ได้เลยนะครับ 🩷

หรือใครต้องการดูแลสุขภาพด้วยน้ำดื่ม อากาศ และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจาก ก็สามารถติดต่อผมได้เช่นกันครับ 💙

#ประกันชีวิต #ประกันสุขภาพ #ประกันโรคร้ายแรง #ประกันบำนาญ #ประกันสะสมทรัพย์ #ประกันอุบัติเหตุ #ประกันควบการลงทุน

🆕️✨️
29/09/2026

🆕️✨️

ใหม่! เล็กกว่า ครบกว่า ฟังก์ชันโดนใจคนทุกเจน!
เครื่องกรองน้ำ Coway NEON 💧

✨ ดื่มสนุกทุกสไตล์ กดน้ำได้ 3 อุณหภูมิ
✨ สะอาด กรองด้วยนวัตกรรม Nanotrap™
✨ Airtight Tank หมดกังวลสิ่งแปลกปลอมภายนอก
✨ ไซซ์เล็ก ถูกใจชาวคอนโด

💙 เปิดตัว NEON โปรเดือนแรกเพียง 99 บาท*
Subscribe เลย! > https://bit.ly/cowayneon

ตั้งแต่วันนี้ - 28 ตุลาคม 2569
*เงื่อนไขเป็นไปตามบริษัทฯ กำหนด

#เล็กกว่าที่คิดครบกว่าที่เคย #เครื่องกรองน้ำ

✅️
29/09/2026

✅️

ไม่ควรซื้อ “ประกัน” เพราะอยาก “ลดหย่อนภาษี” แต่ควรซื้อเพราะเห็นว่ามี “ความเสี่ยงในชีวิต”
เข้าสู่ช่วงปลายปีแบบนี้ แน่นอนว่ามนุษย์เงินเดือน และผู้มีรายได้ทุกคนคงมองหาตัวช่วยที่จะนำมาหักลดหย่อนภาษี เพื่อให้ภาษีที่เราต้องจ่ายนั้นลดน้อยลง หรือบางทีอาจจะไม่ต้องเสียเลย
ซึ่งตัวช่วยลดหย่อนภาษีก็มีหลากหลาย แต่หนึ่งในตัวช่วยที่ได้รับความนิยม และมักถูกถามถึงมากที่สุดก็คือ การทำ "ประกันชีวิต" และ "ประกันสุขภาพ" ที่สามารถนำเบี้ยประกันไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ เช่น สำหรับประกันชีวิตลดหย่อนได้สูงสุด 100,000 บาท และประกันสุขภาพตนเองสูงสุด 25,000 บาท เมื่อรวมกับประกันชีวิตไม่เกิน 100,000 บาท
แน่นอนว่าการทำประกันเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว แต่ The Money Trends เราอยากจะชวนทุกคนมาเรียบเรียงความสำคัญของการซื้อประกันให้เหมาะสมสักหน่อย เพราะสิ่งที่เราเห็นบ่อยครั้งคือ…
…หลายคนมักจะเริ่มมองหาประกันก็ต่อเมื่อรู้ตัวว่าต้องเสียภาษีในอัตราที่สูงขึ้น โดยมี "การลดหย่อนภาษี" เป็นวัตถุประสงค์หลักในการตัดสินใจซื้อ แต่จริง ๆ แล้ว เราอยากจะให้การซื้อประกันนั้นมองที่ "ประโยชน์ของประกัน" เป็นหลัก
ดังนั้น การตัดสินใจเพื่อทำประกันควรมองที่ "ความเสี่ยงภัยในชีวิต" ก่อน ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงต่อสุขภาพ (เจ็บป่วย, อุบัติเหตุ), ความเสี่ยงต่อทรัพย์สิน หรือความเสี่ยงต่อการสูญเสียชีวิต และรายได้ของผู้เป็นเสาหลักของครอบครัวที่ส่งผลกระทบทางการเงินต่อคนที่อยู่ข้างหลัง
หรืออาจเป็นการทำประกันเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการวางแผนเพื่อเป้าหมายใดเป้าหมายหนึ่งของชีวิต เช่น การเลือกทำ "ประกันบำนาญ" เพื่อสร้างหลักประกันว่าจะมีเงินส่วนหนึ่งไว้ใช้จ่ายยามเกษียณอย่างมั่นคง ไม่ใช่การซื้อบำนาญเพราะอยากได้สิทธิ 200,000 บาทเพื่อนำไปลดหย่อนภาษีเท่านั้น
ข้อดีของการทำ "ประกัน" โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการบริหารจัดการความเสี่ยง (Risk Management)
1. ช่วยให้การวางแผนรอบด้านมากขึ้น
เราจะมองผลลัพธ์ของประกันเป็นที่ตั้ง เราจะประเมินว่าสวัสดิการที่มีอยู่ (เช่น ประกันสังคม, สวัสดิการบริษัท) เพียงพอต่อความเสี่ยงที่เรามีอยู่หรือไม่? หากไม่พอ เราก็จะเลือกซื้อประกันในส่วนที่ขาด เพื่อเติมเต็มความคุ้มครองให้เหมาะสมกับฐานะและภาระของเราที่สุด
2. ได้ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์จริง ๆ
เราจะโฟกัสที่ "ความคุ้มครอง" เป็นหลัก เช่น หากกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาลยามป่วยหนัก ก็จะเน้นประกันสุขภาพที่มีวงเงินสูงและครอบคลุมโรคร้ายแรง หรือหากกังวลเรื่องการจากไปเร็ว ก็จะเน้น "ประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลา" (Term Life) ที่ให้ความคุ้มครองสูงด้วยเบี้ยประกันที่ต่ำ
แต่หากซื้อประกันโดยมี "การลดหย่อนภาษี" เป็นเป้าหมายหลัก สิ่งที่อาจเกิดขึ้นคือ…
1. ซื้อเกินความจำเป็น
อาจซื้อความคุ้มครองที่ซ้ำซ้อนกับที่มีอยู่แล้ว หรือซื้อวงเงินความคุ้มครองที่ไม่สอดคล้องกับภาระที่แท้จริง
2. เลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่ตอบโจทย์
อาจเลือกซื้อ "ประกันสะสมทรัพย์" ที่มีความคุ้มครองชีวิตต่ำ แต่มีผลตอบแทนสะสม ซึ่งจริง ๆ แล้วความเสี่ยงที่เรากลัวอาจเป็นเรื่องค่ารักษาพยาบาลที่บานปลาย เราอาจต้องการเงินไปเติมในส่วนของประกันสุขภาพมากกว่า
3. การจัดสรรเงินผิดพลาด
บางครั้งสวัสดิการหรือประกันที่เรามีอยู่เดิม อาจจะครอบคลุมความเสี่ยงที่เรามีเรียบร้อยแล้ว การที่เราได้ถอยหลังกลับมาพิจารณาว่า เราต้องการอะไรจริง ๆ บางครั้งเราอาจจะต้องเอาเงินไปเติมในฝั่งการลงทุนเพื่อลดหย่อนภาษี เช่น กองทุน RMF ThaiESG ก็เป็นได้
[ เป้าหมายหลักของประกัน คือ ตัวช่วยจัดการ “ความเสี่ยง" ไม่ใช่ “ภาษี” ]
The Money Trends ขอย้ำอีกครั้งว่า การซื้อประกันเพื่อลดหย่อนภาษีไม่ผิด เพราะมันคือสิทธิประโยชน์ที่เราสามารถใช้ได้ตามกฎหมาย แต่สิ่งที่เราอยากให้ทุกคนตระหนักคือ "ความเข้าใจ" ในผลิตภัณฑ์ที่เรากำลังจะซื้อ
อย่าให้ "แรงจูงใจทางภาษี" มาบดบัง "ความจำเป็นในการบริหารความเสี่ยง"
จงซื้อประกันเพราะคุณ "มีความเสี่ยง" ที่จำเป็นต้องจัดการ และซื้อให้พอดีกับความเสี่ยงนั้น
สุดท้ายแล้ว ทุกผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เราซื้อไป ไม่ว่าจะเป็นประกัน กองทุน หรือการลงทุนใด ๆ ต้องเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนชีวิตโดยรวมด้วย ถ้าการซื้อประกันนั้นช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในอนาคต พร้อมกับช่วยประหยัดภาษีในปัจจุบัน นั่นแหละคือ "ความคุ้มค่า" ที่แท้จริงครับ
#ลดหย่อนภาษี

23/09/2026

💙

✅️
23/09/2026

✅️

เงินเดือนเท่านี้ อยากเสียภาษี 0 บาท ต้องซื้ออะไรลดหย่อนบ้าง ? | Money Buffalo

ใกล้สิ้นปีทีไร หลายคนน่าจะเริ่มเปิดดูรายได้ตัวเองแล้วมีคำถามเดียวกันครับว่า ปีนี้ต้องเสียภาษีเท่าไหร่ แล้วถ้าไม่อยากเสียเลย ต้องซื้ออะไรลดหย่อนเพิ่มอีกเท่าไหร่ 55555

จริง ๆ แล้ว “เงินเดือน” ไม่ได้ถูกเอาไปคูณอัตราภาษีตรง ๆ นะครับ เพราะภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของไทยคิดจาก เงินได้สุทธิ หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนต่าง ๆ แล้ว จากนั้นค่อยนำเงินที่เหลือไปคิดภาษีแบบขั้นบันได ตั้งแต่ 0% ไปจนถึง 35%

เพราะฉะนั้น ยิ่งรายได้สูง การใช้สิทธิลดหย่อนก็ยิ่งมีผลมากขึ้นครับ

พี่ทุยเลยลองคำนวณให้ดูว่า ถ้าเป็นคนโสด มีรายได้จากเงินเดือนอย่างเดียว และใช้ค่าลดหย่อนพื้นฐานตามสมมติฐานในภาพ หากอยากทำให้ ภาษีสุทธิลงมาเหลือ 0 บาท จะต้องหาค่าลดหย่อนเพิ่มประมาณเท่าไหร่

อย่างเงินเดือน 30,000 บาท ต้องใช้ค่าลดหย่อนเพิ่มประมาณ 41,000 บาท ขณะที่เงินเดือน 50,000 บาท ต้องใช้ประมาณ 281,000 บาท และถ้าเงินเดือน 100,000 บาท จะขยับขึ้นไปถึงประมาณ 881,000 บาทเลยครับ

แต่ประเด็นสำคัญคือ เราจะซื้ออะไรก็ได้ให้ครบยอดไม่ได้ เพราะค่าลดหย่อนแต่ละประเภทมี “เพดาน” และ “เงื่อนไข” ของตัวเองครับ

อย่างประกันชีวิตทั่วไป ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงสูงสุด 100,000 บาท ส่วน RMF ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 30% ของเงินได้ และเมื่อรวมกับกลุ่มเงินออมเพื่อเกษียณอื่น ๆ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท ขณะที่ Thai ESG ก็มีวงเงินและเงื่อนไขแยกออกมาอีกชุดหนึ่ง

ที่สำคัญ RMF ไม่ใช่ของที่ซื้อปลายปีแล้วปีหน้าขายทิ้งได้นะครับ เพราะมีเงื่อนไขการถือครอง ต้องถือจนถึงอายุอย่างน้อย 55 ปี และลงทุนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปีนับจากวันที่ซื้อครั้งแรก ดังนั้นก่อนซื้อเพื่อลดภาษี ต้องแน่ใจก่อนว่าเป็นเงินที่เรายอมล็อกไว้เพื่อเกษียณได้จริง

อีกเรื่องที่พี่ทุยอยากเตือนคือ อย่าซื้อของ 100,000 บาท เพียงเพื่อประหยัดภาษีหลักหมื่น เพราะคำว่า “ลดหย่อน 100,000 บาท” ไม่ได้แปลว่าได้เงินคืน 100,000 บาทครับ มันแค่ทำให้เงินได้สุทธิที่นำไปคำนวณภาษีลดลง ส่วนจะประหยัดภาษีจริงเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับฐานภาษีของแต่ละคน

ดังนั้นเป้าหมายไม่ควรเป็น “ทำยังไงก็ได้ให้เสียภาษี 0 บาท” อย่างเดียว แต่ควรเลือกสิทธิลดหย่อนที่เราได้ประโยชน์จริงด้วยครับ เช่น ตั้งใจลงทุนเกษียณอยู่แล้วก็ใช้ RMF หรือกำลังต้องการความคุ้มครองก็พิจารณาประกัน แบบนี้เงินที่จ่ายออกไปถึงจะได้มากกว่าแค่คำว่า “ลดภาษี”

ลองดูจากตารางกันได้เลยฮะว่า เงินเดือนของเราอยู่แถวไหน แล้วถ้าอยากลดภาษีจนเหลือ 0 บาท ต้องเตรียมค่าลดหย่อนอีกประมาณเท่าไหร่ครับ

#สนุกง่ายได้ประโยชน์ #เพราะภาษีง่ายกว่าที่คิด #ลดหย่อนภาษี #ภาษี2569 #วางแผนภาษี #ประกันชีวิต #การเงินส่วนบุคคล

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Health Wealth Life by Wit MTL & Coway โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์