26/06/2025
https://www.youtube.com/watch?v=60ezJKOy8U0
การบรรยายจาก TFAC.Family และ KPMG เรื่อง "ยกระดับงานบัญชีและการสอบบัญชี ด้วยเทคโนโลยี และ AI" มีวัตถุประสงค์เพื่อแบ่งปันประสบการณ์และเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและ AI ในวิชาชีพบัญชี.
**บทบาทของสภาวิชาชีพบัญชี**
* สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์ ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2547.
* มีบทบาทในการส่งเสริม สนับสนุน พัฒนา และกำกับดูแลผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีเพื่อให้ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง มีจรรยาบรรณ มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล.
* วิสัยทัศน์คือการเป็นองค์กรที่เสริมสร้างและพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีให้เป็นมืออาชีพ ร่วมสมัย เป็นสากล และมีจรรยาบรรณ.
* การดำเนินงานยึดหลัก 5 ประการ: Quality, Trust, Integrity, Transparency, Independence.
* ส่งเสริมการศึกษา การอบรม และการวิจัยที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพบัญชี.
* กำหนดมาตรฐานการรายงานทางการเงิน มาตรฐานการสอบบัญชี และมาตรฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง.
* เผยแพร่และแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการบัญชีต่างๆ แก่ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีและประชาชนทั่วไป.
* ส่งเสริมและควบคุมผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีให้ปฏิบัติงานที่ดี และดำเนินการแก้ไขหากมีการละเมิดจรรยาบรรณ.
**วิวัฒนาการของเทคโนโลยีและ AI ในงานบัญชีและการสอบบัญชี**
* งานบัญชีมีการพัฒนาจากการเขียนสมุดเลดเจอร์ไปสู่การใช้ Excel, ERP และปัจจุบันมีการใช้ Cloud technology ที่ช่วยเพิ่มคุณภาพและประสิทธิภาพในการทำงาน.
* งานสอบบัญชีก็พัฒนาจากการใช้ Working Paper แบบกระดาษ ไปสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์, Data Analytics, Automation และ AI.
* **เทคโนโลยีในระดับต่างๆ**: ปัจจุบันมีการใช้ Data Analytics อย่างแพร่หลาย. RPA (Robotic Process Automation) ช่วยให้งานประจำที่ทำซ้ำๆ เป็นอัตโนมัติ. NLP (Natural Language Processing) เช่นใน ChatGPT ก็มีการนำมาใช้ในชีวิตประจำวันและเริ่มเข้ามามีบทบาทในงานบัญชี เช่น การทำความเข้าใจภาษาธรรมชาติในการสอบถามข้อมูล.
**ผลสำรวจการนำ AI มาใช้ในงานการเงินและบัญชี (โดย KPMG)**
* จากผลสำรวจทั่วโลกของ KPMG พบว่ากว่า **70% ขององค์กรได้นำ AI มาใช้แล้ว** ในงานด้านการเงินหรือบัญชี.
* **4 หัวข้อหลักที่นำ AI มาใช้**:
1. **การวางแผนทางการเงินและการคลัง**: เช่น การทำ forecasting และ reconciliation.
2. **การวิเคราะห์ข้อมูลและการบัญชี**: ช่วยประหยัดเวลาในการจัดการข้อมูลจำนวนมาก.
3. **การบริหารจัดการความเสี่ยงและการตรวจจับการทุจริต**: ช่วยรับมือกับความเสี่ยงที่ซับซ้อนขึ้น เช่น Cyber Security Risk.
4. **การดำเนินงานและการรายงานด้านภาษี**: ช่วยในการปฏิบัติตามกฎระเบียบภาษีที่เปลี่ยนแปลงบ่อย.
* **ความคาดหวังต่อผู้สอบบัญชี**: เมื่อองค์กรใช้ AI มากขึ้น ก็คาดหวังให้ผู้สอบบัญชีนำ AI มาใช้และตรวจสอบระบบ AI ที่องค์กรนำมาใช้ด้วย ซึ่งส่งผลต่อแผนการตรวจสอบ.
**การนำเทคโนโลยีและ AI มาใช้ในงานสอบบัญชีของ KPMG**
* **KPMG Smart Audit Platform (KPMG Clara)**: แพลตฟอร์มที่ช่วยให้งานตรวจสอบมีคุณภาพและเป็นไปตามมาตรฐานทั่วโลก มีการทำงานร่วมกับลูกค้า, Data Analytics และ AI.
* **Client Collaboration**: แพลตฟอร์มสำหรับส่งข้อมูลระหว่าง KPMG กับลูกค้าอย่างปลอดภัยและติดตามสถานะการตรวจสอบได้.
* **AI ในการทำงาน**:
* **Copilot AI**: ช่วยสรุปรายงาน, ร่างอีเมล, สรุปการประชุม, ลดเวลาการทำงานธุรการทั่วไป.
* **KPMG Clara AI Chat**: แชทบอทที่ปลอดภัยสำหรับการทำงานในองค์กร ช่วยค้นคว้ามาตรฐานบัญชี (IFRS, US GAAP) และตอบคำถามที่เกี่ยวข้อง. ผู้ใช้งานต้องผ่านการอบรมและทดสอบก่อนใช้งาน เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลที่เป็นความลับ.
* **AI Transaction Scoring**: ใช้ AI วิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมากเพื่อระบุรูปแบบที่ผิดปกติ ช่วยให้ผู้สอบบัญชีระบุความเสี่ยงได้ดีขึ้น และตรวจสอบได้ 100% แทนการสุ่มตัวอย่าง โดยแบ่งความเสี่ยงเป็น ต่ำ (เขียว), ปานกลาง (เหลือง), สูง (แดง).
* **AI Agent (ภาพอนาคต)**: AI ที่สามารถทำงานได้ตั้งแต่ต้นจนจบ เช่น การตรวจสอบการเปิดเผยข้อมูลตามมาตรฐานบัญชี (Disclosure Checklist) หรือการตรวจสอบเอกสาร (Vouching).
**ภาพรวม AI: การเดินทางจากอดีตสู่ปัจจุบัน**
* AI ไม่ใช่เรื่องใหม่ มีมาตั้งแต่ปี 1950 โดยเน้นการตัดสินใจด้วยเหตุผลและการเรียนรู้.
* **Machine Learning (ปี 2000)**: การใช้โมเดลและข้อมูลย้อนหลังในการคาดการณ์.
* **Deep Learning (ปี 2010)**: พัฒนาให้ใกล้เคียงการทำงานของสมองมนุษย์มากขึ้น.
* **Generative AI (Gen AI) (ปี 2020)**: สามารถสร้างข้อความ รูปภาพ วิดีโอได้เอง โดยใช้ Large Language Models (LLM) เช่น ChatGPT.
* **AI Agent (ปัจจุบัน)**: AI ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น สามารถทำงานอัตโนมัติและทำงานร่วมกันได้คล้ายมนุษย์ สามารถวางแผนและแบ่งงานใหญ่เป็นงานย่อยๆ (Decomposition) มี Short-term และ Long-term Memory และสามารถใช้ Tools หรือ Actions ต่างๆ ได้. ตัวอย่างเช่น Javis ในภาพยนตร์ Iron Man ที่สามารถทำงานหลายอย่างตามคำสั่ง.
**ผลสำรวจการลงทุน AI ของผู้นำองค์กรทั่วโลก (KPMG Global Research)**
* **91% ของผู้นำองค์กรเชื่อว่า AI จะช่วยองค์กรได้ใน 2 ปีข้างหน้า**.
* **68% จะลงทุน 50-250 ล้าน USD ใน Gen AI ภายใน 12 เดือนข้างหน้า**.
* **50% เชื่อว่าจะเห็น ROI จากการลงทุน AI ภายใน 6 เดือนข้างหน้า**.
* **โอกาสในการประหยัดต้นทุน (Cost Saving)**: AI สามารถช่วยประหยัดต้นทุนเงินเดือนได้ **19-23%** (โดยเฉพาะในกลุ่ม Professional Service, Telecom, Healthcare) เนื่องจาก AI ช่วยทำให้งานบางอย่างเป็นอัตโนมัติและรวดเร็วขึ้น ทำให้คนมีเวลาไปทำงานที่มีมูลค่าสูงขึ้น.
* **ความซับซ้อนในการนำ AI มาใช้ (Complexity)**:
* **Low Complexity**: AI ฝังอยู่ในแอปพลิเคชันอยู่แล้ว (เช่น Copilot ใน Microsoft 365).
* **Medium Complexity**: ต้องมีการแก้ไขปรับปรุงเล็กน้อย.
* **High Complexity**: ต้องมีการออกแบบระบบใหม่ทั้งหมด (เช่นการสร้าง AI Agent ที่เฉพาะเจาะจง).
**ตัวอย่าง Use Case ของการนำเทคโนโลยีและ AI มาใช้ในงานบัญชี (6 กรณีศึกษา)**
1. **Cash Flow Projection**: ใช้ Power Automate (low-code no-code) ดึงข้อมูล Bank Statement จากหลายธนาคารมารวมและสรุปเพื่อคาดการณ์กระแสเงินสดรายวันโดยอัตโนมัติ ลดเวลาการรวมข้อมูลจากหลายวันเป็นนาที. (Automation, Productivity, Time, Medium Complexity).
2. **Bank Reconciliation**: ใช้ AI Agent (Symantic Kernel) ช่วยกระทบยอดระหว่าง Bank Statement กับลูกหนี้ (AR) โดย AI สามารถเปรียบเทียบยอดรวมและยอดที่หักภาษี ณ ที่จ่ายได้ สรุปผลการกระทบยอดและข้อสรุป/Next Step ให้ทางอีเมล. (AI, Productivity, High Complexity).
3. **Demand Forecasting**: ใช้ Machine Learning และ Copilot ใน Dynamics 365 F&O (ที่ฝังอยู่แล้ว) วิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังเพื่อคาดการณ์ความต้องการในอนาคต ช่วยในการวางแผน. (ML/AI, Productivity, Low Complexity).
4. **Generative AI with SAP Data**: เชื่อมต่อ Gen AI กับข้อมูลจากระบบหลังบ้าน (เช่น SAP) เพื่อให้พนักงาน (เช่น ทีมขาย) สามารถสอบถามข้อมูล Real-time (เช่น การขาย, สินค้าคงคลัง, การจัดซื้อ) ผ่านการสนทนาได้ทันที โดยไม่ต้องเข้าสู่ระบบด้วยตนเอง. (Gen AI, Productivity, Medium Complexity).
5. **Purchase Requisition (PR) Approval Workflow**: สร้างแอปพลิเคชันหรือระบบอัตโนมัติสำหรับการขอซื้อ (PR) ที่สามารถเข้าถึงได้ทุกที่ (Work From Anywhere) และมีฟีเจอร์ตรวจสอบงบประมาณ (Budget) อัตโนมัติ ช่วยให้การอนุมัติรวดเร็วขึ้นและลดการใช้เอกสารกระดาษ. (Automation, Governance, Medium Complexity).
6. **BOI Report Generation**: สร้างระบบอัตโนมัติเพื่อคำนวณและสร้างรายงาน BOI ซึ่งมีความซับซ้อนสูง (เช่น มีสินค้าหลายพันรายการ) และต้องใช้ข้อมูลจำนวนมาก หากทำด้วยมือจะใช้เวลาหลายวัน ระบบอัตโนมัติสามารถลดเวลาเหลือเพียงไม่กี่ชั่วโมงหรือทำในตอนกลางคืนได้. (Automation, Productivity, High Complexity).
**ข้อควรระวังในการใช้ AI**
* **ทำความเข้าใจความสามารถของ AI**: ผู้ใช้งานต้องเข้าใจว่า AI สามารถทำอะไรได้บ้างและนำไปประยุกต์ใช้กับงานได้อย่างไร.
* **ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของผลลัพธ์**: AI อาจไม่ได้แม่นยำเท่าคนที่มีประสบการณ์สูง ควรตรวจสอบผลลัพธ์ที่ AI สร้างขึ้นเสมอ.
* **คำนึงถึงข้อมูลที่เป็นความลับ**: ต้องระมัดระวังเรื่องข้อมูลที่ไม่ควรนำไปใช้กับ AI เนื่องจากข้อกังวลด้าน GDPR หรือ PDPA และความปลอดภัยของข้อมูล.
* **อย่าเชื่อ AI ทุกครั้ง**: ผู้ใช้งานต้องใช้ Professional Judgment และ Critical Thinking ในการประเมินความสมเหตุสมผลของผลลัพธ์ที่ AI สร้างขึ้น.
**ทักษะที่จำเป็นสำหรับนักบัญชีในยุค AI (World Economic Forum & KPMG)**
1. **AI Literacy**: เข้าใจและใช้งาน AI ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ.
2. **Cybersecurity**: เข้าใจและบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่มาพร้อมกับการใช้เทคโนโลยี.
3. **Technology Literacy**: เปิดใจเรียนรู้และปรับตัวกับเทคโนโลยีใหม่ๆ อยู่เสมอ.
4. **Creativity**: ยังคงมีความคิดสร้างสรรค์และทักษะการเป็นมนุษย์.
5. **Adaptability**: พร้อมที่จะรับการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา.
* **KPMG G^3 Skills Set**: Human Centric (Empathy, Collaboration), Growth Mindset (เรียนรู้ต่อเนื่อง), Logic Thinking & Critical Thinking (การคิดวิเคราะห์), Digital & Data Literacy (อัปเดตความรู้ด้านดิจิทัลและข้อมูล).
**ข้อแนะนำ 7 ประการในการผลักดันการใช้ AI ในองค์กร**
1. **ให้ความสำคัญกับการนำ AI มาใช้ในกระบวนการทางการเงิน**: เพราะมีประโยชน์อย่างมาก.
2. **มีกลยุทธ์และแผนการปฏิบัติงานที่ชัดเจน**: เพื่อให้การผลักดัน AI เป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งองค์กร.
3. **ประยุกต์ใช้ AI ในงานบัญชีให้กว้างขวาง**: ไม่จำกัดแค่การลงบัญชี แต่รวมถึง forecasting, บริหารความเสี่ยง, ตรวจจับทุจริต, ภาษี ฯลฯ.
4. **เพิ่มพูนทักษะพนักงาน**: อบรมพนักงานให้มีความรู้ความเข้าใจในการใช้ AI หากไม่เพียงพอ ควรเพิ่มผู้เชี่ยวชาญด้าน AI.
5. **กำหนดแนวทางและกลไกกำกับดูแลที่ชัดเจน**: เพื่อให้การใช้ AI เป็นไปอย่างถูกวิธีและมีความรับผิดชอบ.
6. **เน้นความโปร่งใสและ Logic ของ AI**: ทำความเข้าใจและทดสอบเทคโนโลยีใหม่ๆ ก่อนนำมาใช้ เพื่อให้เป็นไปตามแผน.
7. **ขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ**: เช่น ผู้ตรวจสอบบัญชีหรือที่ปรึกษาธุรกิจ หากต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม.
KPMG Advisory ให้บริการด้าน AI ตั้งแต่การวางกลยุทธ์ (AI Strategy), การเริ่มต้น (AI Jump Start), การสร้างความน่าเชื่อถือ (AI Trust), การบริหารกำลังคน (AI Work Force) ไปจนถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี AI (AI Technology).
📣 Advanced Technology EP: 8 ยกระดับงานบัญชีและการสอบบัญชี ด้วยเทคโนโลยี และ AI.📆 วันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568⏰ เวลา 10.00 – 11.30 น..ผู้ร....