22/07/2026
ตลาดไม่ได้กลัวสงคราม… แต่กลัวความไม่แน่นอน
ใครที่คิดว่าปี 2026 เป็นปีที่การลงทุนผันผวนมากๆ ความจริงอาจยังผันผวนได้อีกครับ เพราะในช่วงปี 2024–2025 เราเจอ VIX Index ที่ขึ้นแบบสุดขั้ว ในระดับที่ทะลุ 60 จุด 2 ปีซ้อน เทียบจากสภาวะการลงทุนแบบสงบสุขที่เฉลี่ยประมาณ 15–25 จุด ขณะที่ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 17 จุด
จริงอยู่ที่ปีนี้เราเจอสงคราม US-Iran แต่ VIX Index ก็ขึ้นไปเพียง 30 จุดเท่านั้นในช่วงต้นปี 2026 ที่ผ่านมา
แต่มุกเดิมๆเริ่มใช้ไม่ได้ผลกับตลาด
แม้ Trump จะยังถล่มอิหร่าน แต่ผลกระทบต่อตลาดหุ้นก็น้อยลงเรื่อยๆ
อะไรก็ตามที่ตลาด "คาดไม่ถึง" มักรุนแรงเสมอ
ตัวอย่างที่ตลาดปรับลงอย่างรุนแรงในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
โดยจะพลอต ACWI ETF (ตัวแทนหุ้นทั้งโลก- สีน้ำเงิน)
VIX Index (สีแดง)
Brent (ราคาน้ำมันดิบ - สีส้ม) เพื่อให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างหุ้นโลก เมื่อเกิดความผันผวนที่สะท้อนผ่าน VIX Index รวมถึงราคาน้ำมันดิบ(Brent) ที่สะท้อนความผันผวนชัด โดยเฉพาะภาวะสงคราม 
2024 - ธนาคารกลางญี่ปุ่นขึ้นดอกเบี้ยแบบคาดไม่ถึง ส่งผลให้เกิดการ Unwind ของ Yen Carry Trade นักลงทุนที่เคยกู้เงินเยนต้นทุนต่ำไปลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก ต้องเร่งปิดสถานะ ขายสินทรัพย์และซื้อคืนเงินเยนเพื่อชำระหนี้ทำให้ JPY แข็งค่าฉับพลัน ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวลงแรง และ VIX Index พุ่งขึ้นเหนือ 65 จุด
2025 - Reciprocal Tariff ของ Trump เป็นนโยบายที่ไม่มีใครคาดคิดว่าเขาจะกล้าขึ้นภาษีกับทั้งโลก กระทบทั้ง Supply Chain และต้นทุนใหม่ของภาคธุรกิจทั่วโลก ตลาดเข้าสู่ภาวะหวาดกลัวสุดขีด VIX Index พุ่งขึ้นเหนือ 60 จุด
ตัดมาที่ปัจจุบัน ผ่านมาแล้วกว่า 1 ปี ก็ยังไม่มีเหตุการณ์ไหน แม้แต่สงครามที่ยังดำเนินอยู่ในปัจจุบัน ที่จะทำให้ตลาดตกใจได้เท่ากับปี 2024–2025 เพราะฉะนั้น ปีนี้ถือว่าเหตุการณ์หนักๆ ยังน้อย และเบากว่าช่วง 2 ปีที่ผ่านมา หลัก ๆ ก็จะมีเรื่องการเทขายในกลุ่ม AI,กลุ่ม Big Tech, และ Trump เปิด-ปิดช่องแคบ Hormuz
ถามว่า อะไรจะเขย่าตลาดรอบใหม่ ได้แบบทีผ่านๆมา?
ต้องเป็นอะไรที่คาดเดาได้ยาก(uncertainty) และรุนแรงพอที่จะเขย่าความเสี่ยงเชิงระบบ (Systemic Risk) ได้ ซึ่งสุดท้ายก็คงหนีไม่พ้นเหตุการณ์ที่กระทบต่อต้นทุน การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค หรือกระทบต่อรายได้ของบริษัทในวงกว้าง (Tariff, inflation, GDP Growth, unemployment, etc.)
ผมไม่ได้เขียนบทความนี้เพื่อคาดเดาว่า VIX Index จะพุ่งทะลุ 30 จุด 50 จุด หรือ 60 จุด อีกเมื่อไหร่ หรือจะมีเหตุการณ์รุนแรงอะไรเกิดขึ้นตอนไหน
แต่สิ่งที่เห็นมาตลอดคือ... หุ้นยังทำ New High ได้เสมอ ตลาดยังทำหน้าที่สร้างความผันผวนและความกลัวขึ้นมาต่อไป ตราบใดที่ตลาดทุนยังขับเคลื่อนด้วยความโลภ ความกลัว ความคาดหวัง ผลประโยชน์ ฯลฯ
#ถอดรหัสการลงทุน