N.R.Group Accounting สำนักงานบัญชีคุณภาพ รับทำบัญชี

เส้นทาง เว็บไซต์ ติดต่อ ธุรกิจของเรา

N.R.Group Accounting  สำนักงานบัญชีคุณภาพ รับทำบัญชี สำนักงานบัญชีคุณภาพที่ขึ้นทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า​ รับทำบัญชี​ วางแผนภาษี ปิดงบด้วยระบบดิจิทัล​ ดูแลงานโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต

📄💰 จ่ายค่าบริการแล้ว แต่คู่ค้าไม่ออกใบเสร็จ ทำอย่างไร?โอนเงินเรียบร้อยแล้ว งานก็ได้รับครบแล้ว แต่คู่ค้ายังไม่ออกใบเสร็จร...
27/10/2026

📄💰 จ่ายค่าบริการแล้ว แต่คู่ค้าไม่ออกใบเสร็จ ทำอย่างไร?

โอนเงินเรียบร้อยแล้ว งานก็ได้รับครบแล้ว แต่คู่ค้ายังไม่ออกใบเสร็จรับเงินให้! 😰

ปัญหานี้หลายธุรกิจอาจเคยเจอ โดยเฉพาะการจ้างฟรีแลนซ์ ค่าซ่อมแซม ค่าบริการการตลาด หรือค่าจ้างผู้ให้บริการภายนอก

คำถามคือ “ไม่มีใบเสร็จ ยังบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายได้ไหม?”

✅ คำตอบคือ สามารถบันทึกบัญชีได้ หากมีหลักฐานเพียงพอว่ามีการใช้บริการและจ่ายเงินจริง แต่ต้องแยกพิจารณาสิทธิหักรายจ่ายทางภาษีและภาษีซื้อ VAT ด้วย

📌 4 ขั้นตอนที่เจ้าของธุรกิจและฝ่ายบัญชีควรทำ

1️⃣ ติดตามใบเสร็จจากคู่ค้า
ติดต่อขอใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษี (ถ้ามีหน้าที่ออก) พร้อมเก็บหลักฐานการติดตาม เช่น อีเมลหรือข้อความสนทนา

2️⃣ รวบรวมหลักฐานการจ่ายเงิน
หากยังไม่ได้รับใบเสร็จ ควรรวบรวมเอกสารประกอบ ได้แก่

✔️ สัญญาจ้างหรือใบเสนอราคา
✔️ ใบแจ้งหนี้ (Invoice)
✔️ สลิปโอนเงินหรือ Bank Statement
✔️ หลักฐานการส่งมอบงาน
✔️ อีเมลหรือข้อความยืนยันการให้บริการ

⚠️ สลิปโอนเงินเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะยืนยันได้ว่ามีการโอนเงิน แต่ไม่ได้พิสูจน์รายละเอียดการใช้บริการทั้งหมด

3️⃣ จัดทำใบสำคัญจ่าย (Payment Voucher)
ระบุรายละเอียดบริการ ชื่อผู้รับเงิน จำนวนเงิน วันที่ชำระ และแนบหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถตรวจสอบรายการย้อนหลังได้

4️⃣ ตรวจสอบความเสี่ยงทางภาษี
ก่อนนำรายการไปใช้คำนวณภาษี ควรพิจารณา 3 เรื่องสำคัญ

🔹 ภาษีเงินได้นิติบุคคล: ต้องพิสูจน์ได้ว่าเป็นรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับกิจการจริง และไม่เข้าลักษณะรายจ่ายต้องห้าม

🔹 ภาษีซื้อ VAT: หากไม่มีใบกำกับภาษีที่ถูกต้อง โดยหลักไม่สามารถนำภาษีซื้อมาเครดิตได้ แม้จะมีหลักฐานโอนเงินก็ตาม

🔹 ภาษีหัก ณ ที่จ่าย: แม้คู่ค้าไม่ออกใบเสร็จ ก็ยังต้องตรวจสอบหน้าที่หักและนำส่งภาษีตามประเภทบริการและผู้รับเงิน

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

💡 สรุปสิ่งที่เจ้าของธุรกิจต้องจำ

“ไม่มีใบเสร็จ ไม่ได้แปลว่าลงบัญชีไม่ได้”

แต่ต้องมีหลักฐานที่น่าเชื่อถือ สามารถพิสูจน์ได้ว่าได้รับบริการจริง จ่ายเงินจริง และเป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับกิจการ

📌 การบันทึกบัญชีได้ ไม่ได้หมายความว่าจะใช้สิทธิหักรายจ่ายทางภาษีหรือเครดิต VAT ได้โดยอัตโนมัติ

การจัดเก็บเอกสารให้ครบตั้งแต่ต้น จึงช่วยลดความเสี่ยงด้านบัญชีและภาษี รวมถึงปัญหาเมื่อต้องตรวจสอบย้อนหลัง

💚💛💙 NR Group Accounting | สำนักงานบัญชีคุณภาพ
Your Business Partner

📩 Inbox เพื่อสอบถาม

#สำนักงานบัญชีคุณภาพ #ใบเสร็จรับเงิน #ค่าใช้จ่ายบริษัท #เอกสารบัญชี #ภาษีธุรกิจ #ภาษีหักณที่จ่าย #ความรู้บัญชี #เจ้าของธุรกิจ

🔥📣 กลับมาอีกครั้ง! กับ Early Bird สุดพิเศษ ACTAP FORUM 2026ใครที่พลาดโปรรอบแรก รอบนี้ห้ามพลาด! 🎉ACTAP FORUM 2026Accounti...
26/10/2026

🔥📣 กลับมาอีกครั้ง! กับ Early Bird สุดพิเศษ ACTAP FORUM 2026
ใครที่พลาดโปรรอบแรก รอบนี้ห้ามพลาด! 🎉

ACTAP FORUM 2026
Accounting Profession in the AI Era

เวทีแห่งอนาคตของวิชาชีพบัญชี ที่จะพาคุณอัปเดตโลกบัญชียุค AI พร้อมเปิดมุมมองใหม่ในการนำ AI, Automation และ Workflow มายกระดับสำนักงานบัญชีให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ชวนทีม ชวนเพื่อนร่วมวิชาชีพ มาร่วมอัปเดตความรู้ สร้างคอนเนกชัน และเตรียมพร้อมก้าวสู่อนาคตของวงการบัญชีไปด้วยกัน!

📅 วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2569
📍 C asean ชั้น 10 อาคาร CW Tower
🚆 MRT ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

🎤 อัดแน่นด้วยความรู้ เทคโนโลยี และ Networking Party พร้อมการแสดงสุดพิเศษจาก ก้อง สหรัถ สังคปรีชา

🎟️ บัตรเข้าร่วมงาน
สมาชิกสามัญ 2,500 บาท/ท่าน
สมาชิกวิสามัญ 2,800 บาท/ท่าน
บุคคลทั่วไป 3,000 บาท/ท่าน

⭐️ Special สุดพิเศษ
22 ตุลาคม - 13 พฤศจิกายน 2569 สมัครพร้อมกัน 4 คน รับส่วนลด 10% จากราคาบัตรตามประเภท

สอบถามรายละเอียดและสำรองสิทธิ์ได้ที่
https://actapforum2026.netlify.app/

Facebook: สมาคมสำนักงานบัญชีคุณภาพ ACTAP
Line Official Account:

เงื่อนไขเป็นไปตามที่สมาคมกำหนด

#สำนักงานบัญชีคุณภาพ #นักบัญชียุคAI

📢 กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เลื่อนอีกครั้ง! เริ่มหักเงิน 1 มกราคม 2570💰 นายจ้างยังไม่ต้องหักเงินเดือนลูกจ้างในเดือนตุลาคม พ...
26/10/2026

📢 กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เลื่อนอีกครั้ง! เริ่มหักเงิน 1 มกราคม 2570

💰 นายจ้างยังไม่ต้องหักเงินเดือนลูกจ้างในเดือนตุลาคม พฤศจิกายน และธันวาคม 2569

ข่าวสำคัญสำหรับนายจ้างและลูกจ้าง! ภาครัฐเลื่อนกำหนดเริ่มจัดเก็บเงินสะสมและเงินสมทบเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างออกไปอีก 3 เดือน จากเดิมวันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็น 1 มกราคม 2570

การเลื่อนครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของนายจ้างและลูกจ้างในช่วงที่เศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอน

📌 เป็นการเลื่อนกำหนดเริ่มจัดเก็บ ไม่ใช่การยกเลิกกองทุน

📅 1️⃣ กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง เลื่อนมาแล้วกี่ครั้ง?

กองทุนนี้มีการเลื่อนกำหนดเริ่มจัดเก็บมาแล้ว 2 ครั้ง

🔹 กำหนดเดิม: 1 ตุลาคม 2568

🔹 เลื่อนครั้งที่ 1: 1 ตุลาคม 2569

🔹 เลื่อนครั้งที่ 2 (ล่าสุด): 1 มกราคม 2570

โดยมีพระราชกฤษฎีกาประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 และกำหนดให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569

ดังนั้น นายจ้างจึงยังไม่ต้องเริ่มหักเงินสะสมจากค่าจ้างลูกจ้างในช่วงเดือนตุลาคม–ธันวาคม 2569 ตามกำหนดเดิม

💰 2️⃣ เริ่มจ่ายปี 2570 ต้องจ่ายเท่าไร?

อัตราเงินสะสมและเงินสมทบยังคงเดิม โดยปรับช่วงเวลาตามกำหนดเริ่มใหม่

📌 ปี 2570–2574

👤 ลูกจ้างสะสม 0.25% ของค่าจ้าง

🏢 นายจ้างสมทบ 0.25% ของค่าจ้าง

📌 ตั้งแต่ปี 2575 เป็นต้นไป

👤 ลูกจ้างสะสม 0.50% ของค่าจ้าง

🏢 นายจ้างสมทบ 0.50% ของค่าจ้าง

ตัวอย่าง: ลูกจ้างได้รับค่าจ้าง 20,000 บาทต่อเดือน

ในช่วงอัตรา 0.25%

✅ ลูกจ้างถูกหักเงินสะสม 50 บาท

✅ นายจ้างจ่ายเงินสมทบ 50 บาท

รวมเงินนำส่งเข้ากองทุน 100 บาทต่อเดือน

นายจ้างมีหน้าที่หักเงินสะสมจากค่าจ้างลูกจ้าง และนำส่งพร้อมเงินสมทบของนายจ้างตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

🏢 3️⃣ กิจการประเภทใดต้องจ่าย?

โดยหลักครอบคลุมสถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ซึ่งอยู่ภายใต้บังคับกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม อาจมีข้อยกเว้น เช่น

✅ กิจการที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพตามกฎหมาย

✅ กิจการที่มีระบบสวัสดิการช่วยเหลือลูกจ้างเมื่อออกจากงานหรือเสียชีวิตตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

📌 กิจการที่มีลูกจ้างไม่ถึง 10 คน ยังไม่อยู่ในเกณฑ์บังคับดังกล่าว

ทั้งนี้ ต้องตรวจสอบเงื่อนไขและข้อยกเว้นของแต่ละกิจการประกอบด้วย

🌊 4️⃣ ทำไมภาครัฐจึงเลื่อนอีกครั้ง?

การเลื่อนครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาภาระของนายจ้างและลูกจ้าง ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ต้นทุนพลังงานที่ผันผวน และกำลังซื้อที่ชะลอตัว

เพื่อให้สถานประกอบกิจการมีเวลาเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มนำส่งเงินเข้ากองทุน

💡 สรุปสิ่งที่นายจ้างและฝ่ายบัญชีต้องรู้

✔️ ตุลาคม–ธันวาคม 2569 ยังไม่ต้องหักเงินสะสมตามมาตรการนี้

✔️ เริ่มหักเงินสะสมและจ่ายเงินสมทบ 1 มกราคม 2570

✔️ ช่วงแรก ลูกจ้างและนายจ้างจ่ายฝ่ายละ 0.25%

✔️ ตั้งแต่ปี 2575 เพิ่มเป็นฝ่ายละ 0.50%

✔️ ตรวจสอบจำนวนลูกจ้างและสิทธิยกเว้นของกิจการ

นายจ้างควรเตรียมระบบ Payroll และแจ้งข้อมูลให้พนักงานเข้าใจล่วงหน้า เพื่อให้การเริ่มหักเงินและนำส่งเป็นไปอย่างถูกต้อง

💚💛NR Group Accounting | สำนักงานบัญชีคุณภาพ

เราให้ความสำคัญกับการติดตามกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการเตรียมความพร้อมด้านบัญชีและการบริหารงานได้อย่างเหมาะสม

📩 Inbox เพื่อสอบถาม

#กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง #กฎหมายแรงงาน #เงินสมทบ #บริหารเงินเดือน #สำนักงานบัญชีคุณภาพ #เจ้าของธุรกิจ #นายจ้าง #ลูกจ้าง

ก่อนปิดงบปี 2569 เจ้าของธุรกิจควรตรวจ 5 บัญชีนี้งบการเงินที่มีปัญหา ไม่ได้เริ่มมีปัญหาในวันปิดงบ แต่หลายครั้งเกิดจากรายก...
23/10/2026

ก่อนปิดงบปี 2569 เจ้าของธุรกิจควรตรวจ 5 บัญชีนี้

งบการเงินที่มีปัญหา ไม่ได้เริ่มมีปัญหาในวันปิดงบ แต่หลายครั้งเกิดจากรายการที่ปล่อยค้างไว้ตั้งแต่ระหว่างปี

สำหรับบริษัทที่ปิดรอบบัญชีวันที่ 31 ธันวาคม เหลือเวลาอีกประมาณ 2 เดือนก่อนสิ้นปี 2569 นี่คือช่วงเวลาที่เจ้าของธุรกิจควรขอข้อมูลจากฝ่ายบัญชีมาตรวจสอบ เพื่อให้มีเวลาแก้ไขรายการผิดปกติก่อนปิดงบ

ทีม NRAC แนะนำให้เริ่มจาก 5 บัญชีสำคัญ

━━━━━━━━━━━━━━

1. ลูกหนี้การค้า — ขายได้แล้ว เก็บเงินได้จริงเท่าไร?

ยอดขายเพิ่มไม่ได้หมายความว่าเงินสดเพิ่ม หากมีลูกหนี้ค้างชำระจำนวนมาก บริษัทอาจมีกำไรแต่ประสบปัญหาสภาพคล่อง

สิ่งที่ควรตรวจ
• รายงานอายุลูกหนี้ แยกยอดยังไม่ถึงกำหนด และยอดค้าง 30, 60, 90 วัน หรือมากกว่า
• ลูกหนี้ที่มีปัญหาในการเรียกเก็บเงิน
• แผนติดตามหนี้และการประเมินค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ

2. สินค้าคงเหลือ — สินค้าในบัญชียังมีอยู่จริงหรือไม่?

สินค้าสูญหาย ชำรุด เสื่อมสภาพ หรือล้าสมัย อาจทำให้มูลค่าสินทรัพย์และกำไรในงบไม่สะท้อนข้อเท็จจริง

สิ่งที่ควรตรวจ
• เปรียบเทียบยอดสต๊อกกับสินค้าจริง
• แยกสินค้าขายช้า ชำรุด และเสื่อมสภาพ
• ประเมินมูลค่าตามหลักราคาทุนหรือมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ แล้วแต่ราคาใดจะต่ำกว่า

3. ลูกหนี้–เจ้าหนี้กรรมการ — เงินบริษัทกับเงินส่วนตัวแยกกันชัดเจนหรือยัง?

เงินที่กรรมการนำมาช่วยกิจการ หรือเงินที่บริษัทจ่ายให้กรรมการ หากไม่มีหลักฐานและวัตถุประสงค์ชัดเจน อาจเกิดปัญหาด้านบัญชีและภาษี

สิ่งที่ควรตรวจ
• ที่มาของยอดคงเหลือและรายการโอนเงิน
• เอกสารประกอบการรับ–จ่ายเงิน
• สัญญาและเงื่อนไขการกู้ยืม หากเป็นรายการกู้ยืมจริง

4. เงินทดรองจ่าย — เงินออกจากบริษัทแล้ว เอกสารครบหรือยัง?

เงินทดรองที่ค้างนานอาจสะท้อนว่าเอกสารค่าใช้จ่ายยังไม่ครบ หรือมีรายการที่ยังไม่ได้สะสาง

สิ่งที่ควรตรวจ
• รายชื่อผู้รับเงินทดรองและวันที่รับเงิน
• วัตถุประสงค์ของการเบิกเงิน
• หลักฐานค่าใช้จ่ายและการคืนเงินส่วนที่เหลือ

5. สินทรัพย์ถาวร — ทรัพย์สินในทะเบียนยังตรงกับของจริงหรือไม่?

เครื่องจักร คอมพิวเตอร์ รถยนต์ หรืออุปกรณ์บางรายการอาจเลิกใช้งานแล้ว ขณะที่สินทรัพย์ที่ซื้อใหม่อาจยังบันทึกไม่ครบ

สิ่งที่ควรตรวจ
• ทะเบียนสินทรัพย์เทียบกับทรัพย์สินจริง
• รายการซื้อ ขาย จำหน่าย หรือเลิกใช้งาน
• ค่าเสื่อมราคาและความจำเป็นในการปรับปรุงมูลค่าตามหลักบัญชี

━━━━━━━━━━━━━━

CHECKLIST ก่อนสิ้นปี 2569

□ ขอรายงานลูกหนี้ค้างชำระและแผนติดตามเงิน

□ กำหนดวันตรวจนับสินค้าคงเหลือ

□ กระทบยอดลูกหนี้–เจ้าหนี้กรรมการ และเงินทดรองจ่าย

□ ตรวจทะเบียนสินทรัพย์กับทรัพย์สินจริง

□ ให้ฝ่ายบัญชีสรุปรายการผิดปกติ พร้อมผู้รับผิดชอบและกำหนดวันแก้ไข

━━━━━━━━━━━━━━

สิ่งสำคัญไม่ใช่การรอให้ถึงวันปิดงบแล้วค่อยตรวจสอบ แต่คือการใช้ข้อมูลบัญชีระหว่างปีเพื่อค้นหาปัญหาและแก้ไขได้ทันเวลา

เพราะงบการเงินที่ดี ไม่ใช่เพียงงบที่ปิดได้ทันเวลา แต่ต้องเป็นงบที่เจ้าของธุรกิจใช้ตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ

อ้างอิง: มาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ (TFRS for NPAEs) ในส่วนลูกหนี้ สินค้าคงเหลือ และที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ รวมถึงหลักการรับรู้รายการตามเกณฑ์คงค้าง ทั้งนี้ การหักรายจ่ายทางภาษีต้องพิจารณาเงื่อนไขตามประมวลรัษฎากรแยกต่างหาก

หากธุรกิจของคุณมีรายการค้างหรือยอดผิดปกติใน 5 บัญชีนี้ ทีม NRAC ยินดีช่วยทบทวนก่อนถึงรอบปิดงบ

NRAC | บัญชีและภาษีสำหรับ SME ที่ใส่ใจการเติบโต

#สำนักงานบัญชีคุณภาพ #ปิดงบ2569 #บัญชีSME #บริหารธุรกิจ #วางแผนก่อนปิดงบ

💰 เงินได้มาตรา 40(1) และ 40(2) ต่างกันอย่างไร? ทำงานเหมือนกัน แต่ภาษีอาจไม่เหมือนกัน!ทำงานให้บริษัทเหมือนกัน ได้รับค่าตอ...
23/10/2026

💰 เงินได้มาตรา 40(1) และ 40(2) ต่างกันอย่างไร? ทำงานเหมือนกัน แต่ภาษีอาจไม่เหมือนกัน!

ทำงานให้บริษัทเหมือนกัน ได้รับค่าตอบแทนเหมือนกัน แต่ทำไมบางคนเป็น “ลูกจ้าง” ขณะที่บางคนเป็น “ผู้รับทำงานให้”? 🤔

คำตอบขึ้นอยู่กับลักษณะการทำงาน ความสัมพันธ์ระหว่างคู่สัญญา และเงื่อนไขการจ้าง ซึ่งส่งผลต่อการจัดประเภทเงินได้และหน้าที่ทางภาษี

📌 มาทำความเข้าใจความแตกต่างกัน

👔 1️⃣ เงินได้มาตรา 40(1) — เงินได้จากการจ้างแรงงาน

เช่น เงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส และค่าตอบแทนจากการจ้างแรงงาน

✅ มีความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง
✅ นายจ้างมีอำนาจบังคับบัญชาและกำหนดวิธีทำงาน
✅ ได้รับค่าจ้างตามเงื่อนไขการจ้าง

ตัวอย่าง: พนักงานบัญชี พนักงานขาย หรือพนักงานประจำบริษัท

💼 2️⃣ เงินได้มาตรา 40(2) — เงินได้จากหน้าที่หรือตำแหน่งงาน หรือการรับทำงานให้

เช่น ค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า และค่าตอบแทนจากการรับทำงานที่เข้าเงื่อนไข

✅ อาจมีอิสระในการทำงานมากกว่าลูกจ้าง
✅ ค่าตอบแทนอาจขึ้นอยู่กับขอบเขตงานหรือผลงาน
✅ ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและลักษณะการจ้าง

ตัวอย่าง: บุคคลธรรมดาที่รับทำงานเฉพาะกิจและเข้าเกณฑ์มาตรา 40(2)

⚠️ ฟรีแลนซ์ไม่ได้เป็นเงินได้ 40(2) ทุกกรณี บางงานอาจเข้าข่าย 40(6), 40(7) หรือ 40(8)

━━━━━━━━━━━━━━

🧮 3️⃣ หักค่าใช้จ่ายทางภาษีอย่างไร?

เงินได้ 40(1) และ 40(2) หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ 50% แต่รวมกันไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี

ตัวอย่าง มีเงินเดือน 300,000 บาท และรายได้ 40(2) อีก 100,000 บาท

รวมเงินได้ 400,000 บาท แม้คำนวณ 50% ได้ 200,000 บาท แต่หักค่าใช้จ่ายได้สูงสุดเพียง 100,000 บาท

📑 4️⃣ ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ต่างกันอย่างไร?

🔹 40(1): การให้บริการของลูกจ้างตามสัญญาจ้างแรงงานได้รับยกเว้น VAT

🔹 40(2): หากเป็นการให้บริการในทางธุรกิจหรือวิชาชีพ อาจอยู่ในบังคับ VAT และต้องพิจารณาเกณฑ์รายรับ 1.8 ล้านบาทต่อปี รวมถึงข้อยกเว้นตามกฎหมาย

⚠️ ไม่สามารถตัดสินหน้าที่ VAT จากประเภทเงินได้เพียงอย่างเดียว

━━━━━━━━━━━━━━

💡 สรุปสำหรับเจ้าของธุรกิจ

40(1) เน้นความสัมพันธ์แบบนายจ้าง–ลูกจ้าง ส่วน 40(2) เป็นเงินได้จากหน้าที่หรือตำแหน่งงาน หรือการรับทำงานให้

การจัดประเภทเงินได้ต้องดูข้อเท็จจริง ไม่ใช่เพียงชื่อสัญญาหรือคำว่า “ฟรีแลนซ์” เพราะอาจส่งผลต่อภาษีหัก ณ ที่จ่าย VAT และหน้าที่ตามกฎหมายแรงงาน

💚💛💙 NR Group Accounting | สำนักงานบัญชีคุณภาพ

📩 Inbox เพื่อสอบถาม

#สำนักงานบัญชีคุณภาพ #มาตรา401 #มาตรา402 #ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา #ภาษีหักณที่จ่าย #ความรู้ภาษี #เจ้าของธุรกิจ

📄 จ่ายค่าบริการแล้ว แต่คู่ค้าไม่ออกใบเสร็จ ทำอย่างไร?หลายธุรกิจอาจเคยเจอสถานการณ์นี้…จ้างผู้ให้บริการทำงานเสร็จเรียบร้อย...
22/10/2026

📄 จ่ายค่าบริการแล้ว แต่คู่ค้าไม่ออกใบเสร็จ ทำอย่างไร?

หลายธุรกิจอาจเคยเจอสถานการณ์นี้…

จ้างผู้ให้บริการทำงานเสร็จเรียบร้อย โอนเงินชำระค่าบริการแล้ว แต่เมื่อขอใบเสร็จรับเงินกลับไม่ได้รับเอกสาร หรือคู่ค้าผัดผ่อนการออกใบเสร็จอยู่เรื่อย ๆ

คำถามคือ บริษัทสามารถบันทึกค่าใช้จ่ายได้หรือไม่? และจะมีความเสี่ยงทางภาษีอย่างไร?

💡 คำตอบคือ การไม่มีใบเสร็จ ไม่ได้หมายความว่าจะบันทึกค่าใช้จ่ายไม่ได้เสมอไป แต่บริษัทต้องมีหลักฐานที่น่าเชื่อถือ สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีการรับบริการและเกิดการจ่ายเงินจริง

วันนี้ NR Group Accounting สรุป 4 ขั้นตอนที่เจ้าของธุรกิจควรดำเนินการ เพื่อป้องกันปัญหาด้านบัญชีและภาษี

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

📩 1️⃣ ติดตามใบเสร็จรับเงินจากคู่ค้า

เมื่อชำระค่าบริการแล้ว ควรติดต่อผู้ให้บริการเพื่อขอใบเสร็จรับเงิน โดยแจ้งรายละเอียดให้ชัดเจน เช่น

✅ ชื่อบริษัทผู้ชำระเงิน

✅ เลขที่ใบแจ้งหนี้หรือรายการบริการ

✅ วันที่และจำนวนเงินที่ชำระ

✅ หลักฐานการโอนเงิน

หากผู้ให้บริการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และรายการนั้นอยู่ในบังคับ VAT ควรตรวจสอบการออกใบกำกับภาษีให้ถูกต้องด้วย

ข้อควรรู้: ใบเสร็จรับเงินและใบกำกับภาษีมีหน้าที่แตกต่างกัน การมีใบเสร็จไม่ได้หมายความว่าจะสามารถใช้สิทธิภาษีซื้อได้ทันที

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

📂 2️⃣ รวบรวมหลักฐานการใช้บริการและการชำระเงิน

หากยังไม่ได้รับใบเสร็จ บริษัทควรรวบรวมเอกสารอื่นที่สามารถยืนยันรายการได้ เช่น

📑 สัญญาจ้างหรือข้อตกลงการให้บริการ

📑 ใบเสนอราคาและใบแจ้งหนี้

📑 สลิปโอนเงินหรือรายการเดินบัญชีธนาคาร

📑 หลักฐานการส่งมอบงานหรือรายงานการให้บริการ

📑 อีเมลหรือข้อความยืนยันการตกลงและการรับชำระเงิน

เอกสารเหล่านี้ช่วยเชื่อมโยงว่า บริษัทจ่ายเงินให้ใคร จ่ายเพื่ออะไร และได้รับบริการจริงหรือไม่

⚠️ สลิปโอนเงินเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะแม้จะพิสูจน์ได้ว่ามีการโอนเงิน แต่ไม่ได้ยืนยันรายละเอียดของบริการทั้งหมด

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

🧾 3️⃣ จัดทำใบสำคัญจ่ายและบันทึกบัญชีให้ถูกต้อง

หากคู่ค้ายังไม่ส่งใบเสร็จ บริษัทสามารถจัดทำใบสำคัญจ่าย (Payment Voucher) เพื่อรวบรวมเอกสารประกอบรายการได้

โดยควรระบุรายละเอียด เช่น

✅ ชื่อผู้รับเงินและรายละเอียดบริการ

✅ วันที่ทำรายการและจำนวนเงิน

✅ วัตถุประสงค์ในการจ่ายเงิน

✅ หลักฐานประกอบและผู้อนุมัติรายการ

ทั้งนี้ การบันทึกค่าใช้จ่ายต้องพิจารณาตามหลักบัญชีและข้อเท็จจริงของธุรกรรม

สำคัญ: ใบสำคัญจ่ายที่บริษัทจัดทำเอง ไม่ใช่เอกสารที่รับประกันว่าสามารถหักรายจ่ายทางภาษีได้ทุกกรณี และไม่สามารถใช้แทนใบกำกับภาษีสำหรับการเครดิตภาษีซื้อได้

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

⚖️ 4️⃣ ตรวจสอบความเสี่ยงด้านภาษี

ก่อนนำรายการไปใช้คำนวณภาษี ควรตรวจสอบ 3 ประเด็นสำคัญ

🔹 ภาษีเงินได้นิติบุคคล

รายจ่ายต้องเกี่ยวข้องกับกิจการ เกิดขึ้นจริง มีหลักฐานเพียงพอ และไม่เป็นรายจ่ายต้องห้ามตามกฎหมาย

หากไม่สามารถพิสูจน์ผู้รับเงินหรือความเกี่ยวข้องกับกิจการได้ อาจมีความเสี่ยงที่รายจ่ายจะไม่ได้รับการยอมรับทางภาษี

🔹 ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

หากบริษัทต้องการใช้สิทธิภาษีซื้อ ต้องมีเอกสารและปฏิบัติตามเงื่อนไขของกฎหมาย VAT

การมีเพียงสลิปโอนเงินหรือใบแจ้งหนี้ทั่วไป ไม่ได้ทำให้สามารถเครดิตภาษีซื้อได้โดยอัตโนมัติ

🔹 ภาษีหัก ณ ที่จ่าย

แม้คู่ค้าไม่ออกใบเสร็จ บริษัทก็ยังต้องตรวจสอบว่าค่าบริการนั้นอยู่ในบังคับหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่

หากมีหน้าที่หักและนำส่งภาษี ต้องดำเนินการตามประเภทเงินได้ อัตรา และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

📌 ตัวอย่างสถานการณ์

บริษัทจ้างผู้ให้บริการออกแบบสื่อประชาสัมพันธ์ ราคา 15,000 บาท

ผู้ให้บริการส่งมอบงานเรียบร้อย บริษัทโอนเงินแล้ว แต่ยังไม่ได้รับใบเสร็จ

หากบริษัทมีสัญญาจ้าง ใบแจ้งหนี้ หลักฐานโอนเงิน และไฟล์งานที่ส่งมอบ ก็มีหลักฐานสนับสนุนว่ารายการดังกล่าวเกิดขึ้นจริง

อย่างไรก็ตาม ยังต้องพิจารณาความถูกต้องของการบันทึกบัญชี รายจ่ายทางภาษี และหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายตามข้อเท็จจริง

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

💡 สรุปสำหรับเจ้าของธุรกิจ

“ไม่มีใบเสร็จ ไม่ได้แปลว่าลงบัญชีไม่ได้ แต่ต้องพิสูจน์รายจ่ายให้ได้”

สิ่งสำคัญไม่ใช่เพียงการมีหลักฐานว่าโอนเงินแล้ว แต่ต้องสามารถตรวจสอบได้ว่า

✔️ จ่ายเงินให้ใคร

✔️ จ่ายเพื่อบริการอะไร

✔️ มีการให้บริการจริงหรือไม่

✔️ มีเอกสารสนับสนุนเพียงพอหรือไม่

✔️ ปฏิบัติตามกฎหมายภาษีครบถ้วนหรือไม่

เพราะ การจ่ายเงินเสร็จ ไม่ได้หมายความว่างานเอกสารเสร็จแล้ว

การติดตามเอกสารและจัดเก็บหลักฐานให้ครบตั้งแต่ต้น จะช่วยลดปัญหาในการปิดบัญชี การตรวจสอบรายจ่าย และความเสี่ยงทางภาษีในอนาคต

💚💛💙 NR Group Accounting | สำนักงานบัญชีคุณภาพ

เราให้ความสำคัญกับการจัดทำบัญชีและภาษีอย่างถูกต้อง พร้อมช่วยให้เจ้าของธุรกิจบริหารจัดการเอกสารทางการเงินได้อย่างเป็นระบบ

📩 Inbox เพื่อสอบถาม

#สำนักงานบัญชีคุณภาพ #ใบเสร็จรับเงิน #ใบสำคัญจ่าย #หลักฐานการโอนเงิน #ค่าใช้จ่ายบริษัท #รายจ่ายทางภาษี #ภาษีหักณที่จ่าย #ภาษีซื้อ #ความรู้บัญชี #ความรู้ภาษี #เจ้าของธุรกิจ

📢 ออกบูธงานแสดงสินค้า หักรายจ่ายได้เพิ่ม 2 เท่า จริงหรือยัง?ข่าวดีสำหรับผู้ประกอบการที่วางแผนเข้าร่วมงานแสดงสินค้า งานนิ...
21/10/2026

📢 ออกบูธงานแสดงสินค้า หักรายจ่ายได้เพิ่ม 2 เท่า จริงหรือยัง?

ข่าวดีสำหรับผู้ประกอบการที่วางแผนเข้าร่วมงานแสดงสินค้า งานนิทรรศการ และงานออกร้านในประเทศไทย เพราะภาครัฐมีความคืบหน้าเกี่ยวกับมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการจัดงานแสดงสินค้าและอุตสาหกรรม MICE

แต่ก่อนนำสิทธิประโยชน์ดังกล่าวไปใช้คำนวณภาษี มีเรื่องสำคัญที่เจ้าของธุรกิจและนักบัญชีต้องเข้าใจให้ตรงกัน

⚠️ “มติ ครม. อนุมัติหลักการ” ไม่ได้หมายความว่า “กฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว”

วันนี้ NR Group Accounting พามาทำความเข้าใจว่าค่าใช้จ่ายในการออกบูธสามารถหักภาษีได้อย่างไร และมาตรการหักรายจ่ายเพิ่ม 2 เท่า มีรายละเอียดอะไรที่ควรติดตาม

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

🏢 1️⃣ ค่าใช้จ่ายในการออกบูธ หักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้หรือไม่?

โดยทั่วไป บริษัทสามารถนำค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการออกบูธงานแสดงสินค้า มาบันทึกบัญชีและพิจารณาหักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ตามปกติ หากเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริง เกี่ยวข้องกับกิจการ มีหลักฐานประกอบ และไม่เข้าลักษณะรายจ่ายต้องห้ามตามกฎหมาย

ตัวอย่างค่าใช้จ่ายที่พบบ่อย ได้แก่

✅ ค่าเช่าพื้นที่จัดแสดงสินค้า

✅ ค่าบริการเข้าร่วมงานแสดงสินค้า

✅ ค่าตกแต่งและจัดทำบูธ

✅ ค่าขนส่งสินค้าและอุปกรณ์ไปยังสถานที่จัดงาน

✅ ค่าเดินทางและที่พักของพนักงานที่เกี่ยวข้อง

✅ ค่าโฆษณาและสื่อประชาสัมพันธ์ภายในงาน

ทั้งนี้ ต้องพิจารณาลักษณะของค่าใช้จ่ายแต่ละรายการให้ถูกต้องตามหลักบัญชีและกฎหมายภาษี

ข้อควรรู้: การหักรายจ่ายตามปกติ กับการหักรายจ่ายเพิ่มตามมาตรการพิเศษ เป็นสิทธิคนละส่วนกัน

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

💰 2️⃣ มาตรการหักรายจ่าย 2 เท่า คืออะไร?

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกา เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมการจัดประชุม นิทรรศการ และงานแสดงสินค้า หรือ MICE

โดยมีสาระสำคัญเสนอให้บริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสามารถหักรายจ่ายได้ 2 เท่า สำหรับรายจ่ายที่เข้าเงื่อนไข ได้แก่

📌 ค่าเช่าพื้นที่ในการเข้าร่วมงานออกร้าน งานนิทรรศการ และงานแสดงสินค้าในประเทศไทย

📌 ค่าบริการในการเข้าร่วมงานดังกล่าว

📅 ช่วงเวลาตามร่างมาตรการ: 6 ตุลาคม 2569 – 31 ธันวาคม 2570

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดและเงื่อนไขการใช้สิทธิต้องเป็นไปตามกฎหมายที่ประกาศใช้จริง

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

🧮 3️⃣ หักรายจ่าย 2 เท่า ช่วยประหยัดภาษีอย่างไร?

สมมติบริษัทมีค่าเช่าพื้นที่และค่าบริการเข้าร่วมงานแสดงสินค้า รวม 100,000 บาท

หากรายจ่ายดังกล่าวเข้าเงื่อนไขตามกฎหมายที่มีผลบังคับใช้ และสามารถหักรายจ่ายได้ 2 เท่า

🔹 รายจ่ายตามปกติ = 100,000 บาท

🔹 รายจ่ายที่หักเพิ่มตามมาตรการ = 100,000 บาท

✅ รวมรายจ่ายที่นำมาหักในการคำนวณภาษี = 200,000 บาท

หากบริษัทเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตรา 20% และสามารถใช้สิทธิได้เต็มจำนวน ส่วนที่หักเพิ่ม 100,000 บาท อาจช่วยลดภาษีได้ 20,000 บาท

ข้อควรเข้าใจ: การหักรายจ่าย 2 เท่า ไม่ได้หมายความว่ารัฐคืนเงินให้บริษัท 2 เท่าของค่าออกบูธ แต่เป็นการเพิ่มจำนวนรายจ่ายที่นำไปใช้คำนวณกำไรสุทธิทางภาษี

ตัวอย่างนี้ใช้เพื่ออธิบายหลักการเท่านั้น ไม่ใช่การยืนยันว่ามาตรการสามารถใช้สิทธิได้แล้ว

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

⚖️ 4️⃣ มติ ครม. กับกฎหมายที่มีผลบังคับใช้ ต่างกันอย่างไร?

นี่คือประเด็นสำคัญที่เจ้าของธุรกิจไม่ควรมองข้าม

ขั้นที่ 1 — ครม. อนุมัติหลักการ

เป็นการเห็นชอบแนวทางและหลักการของมาตรการภาษี แต่ยังไม่ได้หมายความว่าผู้ประกอบการสามารถนำสิทธิไปใช้ได้ทันที

ขั้นที่ 2 — ดำเนินกระบวนการออกกฎหมาย

ต้องมีการดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย รวมถึงกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับผู้มีสิทธิ ประเภทรายจ่าย ระยะเวลา และเงื่อนไขต่าง ๆ

ขั้นที่ 3 — กฎหมายประกาศใช้และมีผลบังคับ

จึงสามารถพิจารณาใช้สิทธิได้ตามเงื่อนไขและวันที่กฎหมายกำหนด รวมถึงประกาศที่เกี่ยวข้องของกรมสรรพากร หากมี

📌 สถานะข้อมูล ณ วันที่ 21 ตุลาคม 2569

มาตรการดังกล่าวอยู่ในขั้นที่ ครม. อนุมัติหลักการ โดยยังไม่พบการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับใหม่สำหรับมาตรการรอบนี้

ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงไม่ควรนำสิทธิหักรายจ่ายเพิ่ม 2 เท่าไปใช้ในการคำนวณภาษี จนกว่าจะตรวจสอบว่ามีกฎหมายรองรับและมีผลใช้บังคับแล้ว

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

📂 5️⃣ หากมีแผนออกบูธ ควรเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?

แม้มาตรการยังต้องติดตามสถานะกฎหมาย แต่ผู้ประกอบการสามารถเตรียมความพร้อมด้านเอกสารไว้ล่วงหน้าได้

✅ สัญญาเช่าพื้นที่หรือเอกสารยืนยันการเข้าร่วมงาน

✅ ใบแจ้งหนี้ ใบกำกับภาษี และใบเสร็จรับเงิน

✅ หลักฐานการชำระเงิน

✅ รายละเอียดชื่องาน สถานที่ และวันที่จัดงาน

✅ เอกสารแยกประเภทค่าเช่าพื้นที่ ค่าบริการ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

การจัดเก็บเอกสารอย่างเป็นระบบจะช่วยให้สามารถตรวจสอบรายจ่ายและพิจารณาสิทธิทางภาษีได้สะดวกยิ่งขึ้น

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

💡 สรุปสำหรับเจ้าของธุรกิจ

การออกบูธงานแสดงสินค้าไม่ได้มีประโยชน์เพียงด้านการตลาดและการสร้างโอกาสทางธุรกิจเท่านั้น แต่ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องยังอาจนำมาหักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ตามหลักเกณฑ์ปกติ

ส่วนมาตรการหักรายจ่ายเพิ่ม 2 เท่า ถือเป็นสิทธิประโยชน์พิเศษที่ต้องติดตามกฎหมายอย่างใกล้ชิด

จำไว้ว่า “ครม. อนุมัติหลักการ” ≠ “ใช้สิทธิทางภาษีได้ทันที”

ก่อนใช้สิทธิทุกครั้ง ควรตรวจสอบกฎหมายที่มีผลบังคับใช้ ประเภทรายจ่ายที่เข้าเงื่อนไข และหลักฐานประกอบให้ครบถ้วน เพื่อป้องกันความคลาดเคลื่อนในการคำนวณภาษีของกิจการ

💚💛💙 NR Group Accounting | สำนักงานบัญชีคุณภาพ

เราให้ความสำคัญกับการวางแผนบัญชีและภาษีอย่างถูกต้อง เพื่อช่วยให้เจ้าของธุรกิจบริหารต้นทุนและใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีได้อย่างเหมาะสม

📩 Inbox เพื่อสอบถาม

#สำนักงานบัญชีคุณภาพ #ออกบูธงานแสดงสินค้า #งานแสดงสินค้า #มาตรการภาษี #หักรายจ่าย2เท่า #ภาษีธุรกิจ #ภาษีเงินได้นิติบุคคล #วางแผนภาษี #ความรู้ภาษี #เจ้าของธุรกิจ

📦 ซื้อของจากบุคคลธรรมดา ไม่มีใบกำกับภาษี ลงบัญชีได้ไหม?เจ้าของธุรกิจหลายคนอาจเคยเจอสถานการณ์แบบนี้…ซื้อสินค้ามือสองจากบุ...
20/10/2026

📦 ซื้อของจากบุคคลธรรมดา ไม่มีใบกำกับภาษี ลงบัญชีได้ไหม?

เจ้าของธุรกิจหลายคนอาจเคยเจอสถานการณ์แบบนี้…

ซื้อสินค้ามือสองจากบุคคลธรรมดา ซื้ออุปกรณ์สำนักงานจากผู้ขายรายย่อย หรือซื้อวัตถุดิบจากผู้ขายที่ไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

เมื่อขอใบกำกับภาษี ผู้ขายกลับไม่มีให้ออก แล้วแบบนี้บริษัทจะนำรายการซื้อมาบันทึกบัญชีได้หรือไม่? จะถือเป็นต้นทุนหรือรายจ่ายทางภาษีได้ไหม? และต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือเปล่า?

💡 คำตอบคือ “ลงบัญชีได้” หากเป็นรายการซื้อที่เกิดขึ้นจริง มีหลักฐานน่าเชื่อถือ และสามารถตรวจสอบได้

แต่ต้องเข้าใจก่อนว่า การบันทึกบัญชี การหักรายจ่ายทางภาษี และการใช้สิทธิภาษีซื้อ เป็นคนละเรื่องกัน

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

📋 1️⃣ ไม่มีใบกำกับภาษี ต้องใช้หลักฐานอะไร?

หากซื้อสินค้าจากบุคคลธรรมดาที่ไม่ได้จดทะเบียน VAT ผู้ขายอาจไม่สามารถออกใบกำกับภาษีให้ได้ แต่บริษัทควรเก็บหลักฐานอื่นเพื่อยืนยันการซื้อขาย เช่น

✅ ใบรับเงินหรือเอกสารรับเงินที่ผู้ขายลงนาม

✅ ใบซื้อสินค้าหรือบันทึกรายละเอียดการซื้อขาย

✅ หลักฐานการโอนเงินหรือการชำระเงิน

✅ หลักฐานการส่งมอบหรือรับสินค้า

✅ ข้อมูลผู้ขายที่สามารถตรวจสอบได้

สิ่งสำคัญ: เอกสารควรระบุว่า ซื้ออะไร ซื้อจากใคร วันที่เท่าไร จำนวนเงินเท่าไร และมีหลักฐานว่าบริษัทได้รับสินค้าจริง

⚠️ การมีเพียงสลิปโอนเงินอาจไม่เพียงพอ หากไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเงินที่จ่ายเป็นค่าสินค้าหรือค่าใช้จ่ายของกิจการจริง

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

📒 2️⃣ ซื้อสินค้าแล้ว บันทึกเป็นต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายได้ไหม?

สามารถบันทึกบัญชีได้ตามลักษณะของรายการและวัตถุประสงค์ในการซื้อ เช่น

📦 ซื้อสินค้ามาขายต่อ — บันทึกเป็นสินค้าคงเหลือ และรับรู้ต้นทุนขายตามหลักเกณฑ์บัญชี

🖨️ ซื้ออุปกรณ์สำนักงานมาใช้งาน — พิจารณาบันทึกเป็นสินทรัพย์หรือค่าใช้จ่ายตามลักษณะและมูลค่าของรายการ

🧾 ซื้อวัสดุสิ้นเปลืองสำหรับกิจการ — บันทึกเป็นค่าใช้จ่ายหรือวัสดุคงเหลือตามความเหมาะสม

แต่การบันทึกบัญชีได้ ไม่ได้หมายความว่าจะหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ทุกกรณี

รายจ่ายที่นำมาหักภาษีต้องเกิดขึ้นจริง เกี่ยวข้องกับกิจการ มีหลักฐานพิสูจน์ได้ และไม่เข้าลักษณะรายจ่ายต้องห้ามตามกฎหมาย

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

❌ 3️⃣ ไม่มีใบกำกับภาษี ใช้สิทธิภาษีซื้อ VAT ได้หรือไม่?

กรณีซื้อสินค้าจากบุคคลธรรมดาที่ไม่ได้จดทะเบียน VAT บริษัทจะ ไม่มีภาษีซื้อให้เครดิต เนื่องจากผู้ขายไม่ได้เรียกเก็บ VAT ในฐานะผู้ประกอบการจดทะเบียน

ตัวอย่าง

บริษัทซื้อโต๊ะทำงานมือสองจากบุคคลธรรมดา ราคา 8,000 บาท

✅ สามารถบันทึกมูลค่าการซื้อ 8,000 บาท ตามประเภทบัญชีที่เหมาะสม หากมีหลักฐานเพียงพอ

❌ ไม่สามารถนำราคา 8,000 บาทมาแยกคำนวณ VAT 7% เพื่อใช้เป็นภาษีซื้อได้เอง

เพราะการใช้สิทธิภาษีซื้อจะต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของกฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่ม และมีเอกสารภาษีที่ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

💰 4️⃣ ซื้อของจากบุคคลธรรมดา ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายไหม?

ประเด็นนี้ต้องพิจารณาจาก ประเภทของเงินที่จ่าย ไม่ใช่ดูเพียงว่าผู้รับเงินเป็นบุคคลธรรมดา

🔹 กรณีซื้อสินค้าทั่วไป

โดยทั่วไป การจ่ายเงินเพื่อซื้อสินค้าจากบุคคลธรรมดาไม่อยู่ในบังคับต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย

🔹 กรณีจ้างบุคคลธรรมดาให้บริการ

เช่น จ้างซ่อมแซมอุปกรณ์ จ้างติดตั้ง หรือจ้างทำงานบางประเภท อาจมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายตามลักษณะเงินได้และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

🔹 กรณีซื้อสินค้าพร้อมบริการติดตั้ง

ต้องพิจารณารายละเอียดสัญญาและลักษณะธุรกรรมว่าเป็นการซื้อสินค้า การจ้างบริการ หรือมีการแยกค่าบริการออกจากค่าสินค้า

⚠️ ดังนั้น ไม่ใช่ทุกครั้งที่จ่ายเงินให้บุคคลธรรมดาแล้วต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย และไม่ควรใช้อัตราเดียวกันกับธุรกรรมทุกประเภท

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

📌 ก่อนนำรายการซื้อเข้าบัญชี เจ้าของธุรกิจควรตรวจสอบ 5 เรื่องนี้

✅ เป็นการซื้อสินค้าหรือบริการเพื่อใช้ในกิจการจริงหรือไม่?

✅ มีหลักฐานยืนยันตัวผู้ขาย รายการซื้อ และการชำระเงินหรือไม่?

✅ ควรบันทึกเป็นต้นทุน สินทรัพย์ หรือค่าใช้จ่าย?

✅ มีสิทธิใช้ภาษีซื้อ VAT หรือไม่?

✅ รายการจ่ายดังกล่าวมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่?

━━━━━━━━━━━━━━━━━━

💡 สรุป: ไม่มีใบกำกับภาษี ≠ ลงบัญชีไม่ได้

การซื้อสินค้าจากบุคคลธรรมดาที่ไม่มีใบกำกับภาษี ไม่ได้หมายความว่าบริษัทจะนำรายการนั้นมาบันทึกบัญชีไม่ได้

หัวใจสำคัญคือ ต้องพิสูจน์ได้ว่ามีการซื้อขายจริง มีหลักฐานประกอบที่น่าเชื่อถือ และพิจารณาการบันทึกบัญชีรวมถึงสิทธิทางภาษีให้ถูกต้อง

เพราะเอกสารที่ครบถ้วนและตรวจสอบได้ ไม่เพียงช่วยให้งานบัญชีเป็นระบบ แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงเมื่อมีการตรวจสอบภาษีในอนาคต

💚 NR Group Accounting | สำนักงานบัญชีคุณภาพ

เราให้ความสำคัญกับความถูกต้องของข้อมูลทางบัญชีและภาษี เพื่อช่วยให้เจ้าของธุรกิจบริหารจัดการเอกสารและดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นใจ

📩 Inbox เพื่อสอบถาม

#สำนักงานบัญชีคุณภาพ #ความรู้บัญชี #ความรู้ภาษี #ใบกำกับภาษี #ภาษีซื้อ #ภาษีหักณที่จ่าย #ต้นทุนธุรกิจ #รายจ่ายทางภาษี #บัญชีธุรกิจ #เจ้าของกิจการ

📌 อัปเดตค่าลดหย่อนภาษี ปี 2569 เช็กให้ครบทั้ง 5 หมวด ก่อนยื่นภาษีต้นปี 2570ใกล้สิ้นปีแล้ว ใครที่มีเงินได้ในปี 2569 อย่าล...
19/10/2026

📌 อัปเดตค่าลดหย่อนภาษี ปี 2569 เช็กให้ครบทั้ง 5 หมวด ก่อนยื่นภาษีต้นปี 2570

ใกล้สิ้นปีแล้ว ใครที่มีเงินได้ในปี 2569 อย่าลืมตรวจสอบสิทธิลดหย่อนภาษีของตัวเองให้ครบถ้วน เพราะการวางแผนภาษีล่วงหน้า ไม่เพียงช่วยให้ใช้สิทธิได้อย่างเหมาะสม แต่ยังช่วยลดโอกาสพลาดสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ควรได้รับ

ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์เงินเดือน เจ้าของกิจการ หรือผู้มีรายได้จากหลายช่องทาง ต่างก็สามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ตามคุณสมบัติและเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

วันนี้ NR Group Accounting รวบรวมรายการลดหย่อนภาษีสำหรับปี 2569 แบ่งเป็น 5 หมวดสำคัญ เพื่อให้ตรวจสอบและวางแผนได้ง่ายขึ้น

🛡️ หมวดที่ 1 ประกันและความคุ้มครอง

ค่าใช้จ่ายด้านประกันและความคุ้มครองบางประเภท สามารถนำมาใช้ลดหย่อนภาษีได้ ได้แก่

✅ เงินสมทบประกันสังคม — สูงสุด 10,500 บาท ตามจำนวนที่จ่ายจริงและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

✅ เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา — สูงสุด 15,000 บาท

✅ เบี้ยประกันชีวิต / ประกันสะสมทรัพย์ — สูงสุด 100,000 บาท

✅ เบี้ยประกันสุขภาพของตนเอง — สูงสุด 25,000 บาท

ข้อควรรู้

• เบี้ยประกันชีวิตและเบี้ยประกันสุขภาพของตนเอง เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 100,000 บาท

• กรมธรรม์ต้องเป็นไปตามประเภท ระยะเวลาคุ้มครอง และเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด

• การใช้สิทธิเบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา ต้องตรวจสอบคุณสมบัติและเงื่อนไขด้านรายได้ของบิดามารดาด้วย

👨‍👩‍👧‍👦 หมวดที่ 2 สิทธิลดหย่อนส่วนตัวและครอบครัว

สิทธิพื้นฐานที่ผู้เสียภาษีควรตรวจสอบ โดยเฉพาะผู้ที่มีคู่สมรส บุตร หรือบุคคลในความอุปการะ

✅ ค่าลดหย่อนส่วนตัว — 60,000 บาท

✅ คู่สมรสที่ไม่มีเงินได้ — 60,000 บาท

✅ ค่าฝากครรภ์และคลอดบุตร — สูงสุด 60,000 บาทต่อการตั้งครรภ์หนึ่งครั้ง

✅ ค่าลดหย่อนบุตร — คนละ 30,000 บาท

✅ บุตรคนที่ 2 เป็นต้นไป ที่เกิดตั้งแต่ปี 2561 — คนละ 60,000 บาท เมื่อเข้าเงื่อนไข

✅ ค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา — คนละ 30,000 บาท

✅ ค่าอุปการะผู้พิการหรือทุพพลภาพ — คนละ 60,000 บาท

ข้อควรรู้

• สิทธิลดหย่อนบุตรต้องพิจารณาอายุ การศึกษา และเงื่อนไขอื่นตามกฎหมาย

• สิทธิสำหรับบุตรคนที่ 2 เป็นต้นไป ต้องตรวจสอบลำดับบุตรและเงื่อนไขการเกิดตามที่กำหนด

• การลดหย่อนบิดามารดาต้องตรวจสอบอายุ รายได้ และเงื่อนไขการใช้สิทธิของผู้มีเงินได้

• สิทธิอุปการะผู้พิการหรือทุพพลภาพต้องมีหลักฐานและคุณสมบัติครบถ้วน

💰 หมวดที่ 3 การออมเพื่อวัยเกษียณ

การออมเพื่อเกษียณช่วยสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว และยังสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้

✅ ประกันชีวิตแบบบำนาญ — สูงสุด 15% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 200,000 บาท

✅ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) — สูงสุด 30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 500,000 บาท

✅ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) — สูงสุด 15% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 500,000 บาท

✅ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) และกองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน — ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

✅ กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) — สูงสุด 30,000 บาท

ข้อควรรู้

⚠️ สิทธิในกลุ่มการออมเพื่อเกษียณข้างต้น เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี

ตัวอย่างเช่น หากมีเงินสะสมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและซื้อ RMF เพิ่มเติม ต้องนำยอดที่ใช้สิทธิได้มาคำนวณร่วมกันตามเกณฑ์ ไม่ใช่นำวงเงินสูงสุดของแต่ละกองทุนมารวมกันทั้งหมด

นอกจากนี้ แต่ละผลิตภัณฑ์ยังมีเงื่อนไขเรื่องระยะเวลาถือครอง การลงทุนต่อเนื่อง หรืออายุที่สามารถไถ่ถอนได้ จึงควรศึกษาก่อนตัดสินใจ

📈 หมวดที่ 4 การลงทุนเพื่อใช้สิทธิลดหย่อนภาษี

สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนระยะยาว สามารถศึกษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากกองทุนที่เข้าเงื่อนไขได้

✅ กองทุน Thai ESG

สำหรับเงินลงทุนในช่วงปี 2567–2569 ตามมาตรการที่กำหนด สามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้สูงสุด 30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 300,000 บาท

✅ กองทุน Thai ESGX

สำหรับเงินลงทุนใหม่ที่เข้าเงื่อนไขของมาตรการ ใช้วงเงินลดหย่อนร่วมกับ Thai ESG รวมไม่เกิน 300,000 บาท โดยต้องตรวจสอบช่วงเวลาที่เปิดให้ใช้สิทธิ

เงื่อนไขสำคัญ

• เงินลงทุนที่เข้าเงื่อนไขต้องถือครองอย่างน้อย 5 ปี นับแบบวันชนวัน

• กรณีสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนจาก LTF ไปยัง Thai ESGX มีหลักเกณฑ์การใช้สิทธิแยกต่างหาก

• มาตรการลงทุนที่มีการระบุวงเงินลดหย่อนสูงสุด 50,000 บาทในปี 2569 ต้องตรวจสอบว่าเป็นสิทธิประเภทใดและมีเงื่อนไขอย่างไร ไม่ควรนำมารวมกับสิทธิ Thai ESG โดยอัตโนมัติ

⚠️ ข้อควรระวัง: สิทธิ Thai ESGX มีเงื่อนไขเกี่ยวกับช่วงเวลาการลงทุน จึงไม่ควรเข้าใจว่าการซื้อหน่วยลงทุนใหม่ทุกช่วงของปี 2569 จะได้รับสิทธิลดหย่อนเช่นเดียวกัน

🏠 หมวดที่ 5 ที่อยู่อาศัย พลังงานสะอาด และเงินบริจาค

นอกจากการออมและประกันแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายและการสนับสนุนกิจกรรมบางประเภทที่อาจใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้

✅ ดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อซื้อที่อยู่อาศัย — สูงสุด 100,000 บาท

✅ ค่าติดตั้ง Solar Rooftop สำหรับบ้านอยู่อาศัย — ตามที่จ่ายจริง สูงสุด 200,000 บาท เมื่อเป็นไปตามเงื่อนไขและระยะเวลาของมาตรการ

✅ เงินลงทุนในกิจการ Social Enterprise — สูงสุด 100,000 บาท ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

✅ เงินบริจาคเพื่อการศึกษา กีฬา และโรงพยาบาลรัฐที่เข้าเงื่อนไข — อาจใช้สิทธิหักลดหย่อนได้ 2 เท่าของยอดบริจาคจริง ภายใต้เพดานตามกฎหมาย

✅ เงินบริจาคทั่วไป — ตามที่จ่ายจริง ภายใต้เพดาน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนที่เกี่ยวข้อง

✅ เงินบริจาคให้พรรคการเมือง — สูงสุด 10,000 บาท

ข้อควรรู้

• ดอกเบี้ยบ้านต้องเป็นเงินกู้และที่อยู่อาศัยที่เข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย

• Solar Rooftop ต้องตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ใช้สิทธิ ระบบที่ติดตั้ง หลักฐาน และวันที่กฎหมายให้สิทธิ

• การลงทุนใน Social Enterprise ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาที่กำหนด

• เงินบริจาคที่หักลดหย่อนได้ 2 เท่า ต้องเป็นการบริจาคให้หน่วยงานหรือโครงการที่เข้าเงื่อนไข ไม่ใช่เงินบริจาคทุกประเภท

• การบริจาคผ่าน e-Donation ควรตรวจสอบข้อมูลในระบบและสิทธิที่ใช้ได้จริงก่อนยื่นแบบ

📋 5 สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนยื่นภาษีปี 2570

1️⃣ เช็กสิทธิส่วนตัวและครอบครัว — ตรวจสอบว่ามีสิทธิของคู่สมรส บุตร บิดามารดา หรือบุคคลในอุปการะที่ยังไม่ได้ใช้หรือไม่

2️⃣ รวบรวมข้อมูลประกัน — ตรวจสอบเบี้ยประกันชีวิต ประกันสุขภาพ และเงินสมทบประกันสังคม

3️⃣ คำนวณวงเงินกองทุนเกษียณ — รวมยอด RMF, PVD, ประกันบำนาญ และกองทุนอื่นที่เกี่ยวข้องให้ไม่เกินเพดาน

4️⃣ ตรวจสอบเงื่อนไขการลงทุน — พิจารณาวงเงิน ระยะเวลาถือครอง และช่วงเวลาที่มาตรการเปิดให้ใช้สิทธิ

5️⃣ เตรียมหลักฐานให้ครบ — ทั้งดอกเบี้ยบ้าน การติดตั้ง Solar Rooftop และเงินบริจาคประเภทต่าง ๆ

💡 ลดหย่อนภาษีได้มาก ไม่ได้หมายความว่าต้องใช้เงินให้มากที่สุด

สิ่งสำคัญคือการเลือกใช้สิทธิให้เหมาะสมกับรายได้ ภาระค่าใช้จ่าย และเป้าหมายทางการเงินของตนเอง

เพราะ วงเงินลดหย่อนสูงสุดเป็นเพียงเพดานตามกฎหมาย ไม่ได้หมายความว่าผู้เสียภาษีทุกคนจะใช้สิทธิได้เต็มจำนวน

การวางแผนภาษีที่ดีจึงควรเริ่มจากการตรวจสอบสิทธิที่มีอยู่ คำนวณภาษีที่คาดว่าจะต้องชำระ และพิจารณาความคุ้มค่าก่อนตัดสินใจซื้อประกันหรือลงทุนเพิ่มเติม

📅 เงินได้ปี 2569 เตรียมยื่นภาษีต้นปี 2570

ก่อนใช้สิทธิจริง ควรตรวจสอบประกาศและหลักเกณฑ์ล่าสุดจากกรมสรรพากร โดยเฉพาะมาตรการที่มีระยะเวลาบังคับใช้เฉพาะหรือมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข

💚 NR Group Accounting | สำนักงานบัญชีคุณภาพ

ให้คำปรึกษาด้านบัญชีและภาษี เพื่อช่วยให้การวางแผนและจัดการภาษีเป็นไปอย่างถูกต้องและเหมาะสม

📩 Inbox เพื่อสอบถาม

#ลดหย่อนภาษี2569 #ภาษี2569 #ยื่นภาษี2570 #วางแผนภาษี #ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา #สิทธิลดหย่อนภาษี #สำนักงานบัญชีคุณภาพ #ความรู้ภาษี

ที่อยู่

Bang Rak
10150

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ N.R.Group Accounting สำนักงานบัญชีคุณภาพ รับทำบัญชี โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง N.R.Group Accounting สำนักงานบัญชีคุณภาพ รับทำบัญชี:

ทางลัด

แชร์