09/06/2026
กำไรที่อยู่ในบริษัท ไม่ใช่เงินที่หยิบออกมาใช้ได้ทันที
เจ้าของธุรกิจจำนวนมากเข้าใจว่า เมื่อบริษัทมีกำไร เงินก้อนนั้นคือเงินของตัวเอง จะจ่ายปันผล หรือปิดบริษัทแล้วเอาคืนเมื่อไรก็ได้ — จนถึงวันที่ลงมือทำจริง ถึงเจอว่า "การเอาเงินออกจากบริษัท" แต่ละเส้นทาง มีภาษีซ่อนอยู่คนละแบบ และพลาดเรื่องเดียว เบี้ยปรับเงินเพิ่มตามมาทั้งก้อน
ทีม NRAC ในฐานะสำนักงานบัญชีคุณภาพ DBD เห็นจาก case จริงว่า จุดที่พลาดบ่อยที่สุดไม่ใช่ตอนทำกำไร แต่เป็นตอน "จ่ายเงินปันผล" และตอน "เลิกกิจการ" — สองจังหวะที่เงินไหลออกจากบริษัทกลับสู่ผู้ถือหุ้น
━━━━━━━━━━━━━━
🔴 1. จ่ายปันผลได้ ต้องมีกำไรสะสมจริง และกันสำรองตามกฎหมายก่อน
เงินปันผลจ่ายได้จาก "กำไร" เท่านั้น ไม่ใช่จากเงินสดในบัญชี (ป.พ.พ. มาตรา 1201) และทุกครั้งที่จ่าย บริษัทต้องกันเงินสำรองตามกฎหมายอย่างน้อย 5% ของกำไร จนกว่าจะครบ 10% ของทุนจดทะเบียน (มาตรา 1202)
หลายบริษัทมีเงินสดเยอะแต่กำไรสะสมไม่พอ — จ่ายปันผลไปก่อนแล้วค่อยเคลียร์ทีหลัง คือจุดที่งบฐานะการเงินเริ่มเพี้ยน
🔴 2. ทุกการจ่ายปันผล = ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 10%
เมื่อจ่ายปันผลให้ผู้ถือหุ้นบุคคลธรรมดา บริษัทมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย 10% แล้วนำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.2 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (เงินได้ตามมาตรา 40(4)(ข) หักตามมาตรา 50(2))
ข้อสังเกต: ฝั่งผู้ถือหุ้นเลือกได้ว่าจะให้ภาษี 10% นี้จบในตัว (Final Tax) หรือนำไปรวมคำนวณปลายปีเพื่อใช้เครดิตภาษีเงินปันผล — ขึ้นกับฐานภาษีของแต่ละคน ไม่มีคำตอบเดียวที่ถูกสำหรับทุกราย
🔴 3. ไม่มีมติที่ประชุม + กระดาษทำการ = จ่ายไปแล้วพิสูจน์ไม่ได้
การจ่ายปันผลที่ถูกต้องต้องมี Timeline และเอกสารครบชุด: มติที่ประชุม → ประกาศ → กระดาษทำการคำนวณปันผลและสำรองตามกฎหมาย → บันทึกบัญชี → นำส่งภาษี เอกสารชุดนี้คือสิ่งที่ใช้ยืนยันกับสรรพากรว่าจ่ายถูกต้องตามจำนวนและช่วงเวลา
🔴 4. เลิกกิจการ ไม่ได้จบแค่ "ปิดประตูร้าน"
เมื่อจดทะเบียนเลิกที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า วันนั้นถือเป็นวันสุดท้ายของรอบบัญชี ผู้ชำระบัญชีต้องแจ้งเจ้าพนักงานประเมินภายใน 15 วัน และยื่น ภ.ง.ด.50 พร้อมเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลภายใน 150 วันนับแต่วันเลิก (มาตรา 72) ทรัพย์สินที่เหลือต้องตีเป็นราคาตลาด หากสูงกว่าราคาทุน ส่วนต่างนั้นเป็นกำไรที่ต้องเสียภาษี (มาตรา 74(1)(ก))
🔴 5. เงินที่คืนผู้ถือหุ้นตอนเลิก — ส่วนเกินทุนคือเงินได้
หลังชำระหนี้เสร็จ เงินที่คืนผู้ถือหุ้น เฉพาะส่วนที่ "เกินกว่าเงินลงทุนจริง" ของผู้ถือหุ้นรายนั้น ถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(4)(ฉ) และต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย เงินลงทุนในที่นี้คือราคาที่ซื้อหุ้นมาจริง ไม่ใช่ราคาพาร์ — จุดนี้ทำให้ภาระภาษีตอนเลิกของแต่ละคนไม่เท่ากัน
━━━━━━━━━━━━━━
🔥 ความเสี่ยงที่ลามต่อ
พลาดเรื่องเหล่านี้ไม่ได้กระทบแค่ตัวเลขปีเดียว:
- ลืมหัก/นำส่งภาษี ณ ที่จ่าย → บริษัทอาจต้องรับภาระภาษีที่ลืมหักเอง พร้อมเบี้ยปรับเงินเพิ่ม
- ไม่แจ้งเลิกภายใน 15 วัน → เจ้าพนักงานประเมินสั่งให้เสียภาษีเพิ่มอีก 1 เท่าได้
- จ่ายปันผล/คืนทุนกระจุกในปีเดียวก่อนเลิก → ดันฐานภาษีบุคคลของผู้ถือหุ้นพุ่งโดยไม่จำเป็น
━━━━━━━━━━━━━━
✅ Checklist ก่อนจ่ายปันผล / ก่อนเลิกกิจการ
1️⃣ เปิดงบฐานะการเงิน เช็กว่ามีกำไรสะสมพอจ่ายปันผลจริง
2️⃣ คำนวณและกันสำรองตามกฎหมาย 5% ทุกครั้งก่อนจ่าย
3️⃣ จัดทำมติที่ประชุม + กระดาษทำการจ่ายปันผลให้ครบชุด
4️⃣ หักภาษี ณ ที่จ่าย 10% และนำส่ง ภ.ง.ด.2 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป
5️⃣ ถ้าวางแผนเลิกกิจการ — วางจังหวะจ่ายปันผล/คืนทุนล่วงหน้า อย่ากระจุกปีเดียว
6️⃣ ประเมินภาษีรอบชำระบัญชี + ส่วนเกินทุนของผู้ถือหุ้น ก่อนตัดสินใจปิด
━━━━━━━━━━━━━━
💡 สรุป
"เงินปันผล" และ "เลิกกิจการ" คือสองจังหวะที่เงินออกจากบริษัทกลับสู่ผู้ถือหุ้น และทั้งคู่ถูกออกแบบให้มีภาษีกำกับชัดเจน การวางแผนล่วงหน้า — ไม่ใช่ตอนจะจ่ายหรือตอนจะปิด — คือสิ่งที่แยกระหว่าง "เอาเงินออกได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย" กับ "เสียให้เบี้ยปรับโดยไม่จำเป็น"
📞 ทีม NRAC ในฐานะสำนักงานบัญชีคุณภาพ DBD ช่วยวางแผนจ่ายปันผลและภาษีก่อนเลิกกิจการแบบ case-by-case ปรึกษาเบื้องต้นได้ที่ LINE
📚 อ้างอิง: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1201, 1202 / ประมวลรัษฎากร มาตรา 40(4)(ข), 40(4)(ฉ), 47 ทวิ, 50(2), 72, 74(1)(ก) / แบบ ภ.ง.ด.2
#เจ้าของธุรกิจ #เงินปันผล #วางแผนภาษี #เลิกกิจการ #ชำระบัญชี #ภาษีนิติบุคคล #สำนักงานบัญชีคุณภาพ