19/10/2026
🇦🇺🚨 FAIR WORK ฟ้องอดีตผู้ประกอบการร้านกาแฟ 2 สาขาในออสเตรเลีย!
📰 ข่าวประกาศอย่างเป็นทางการ: 7 ตุลาคม 2026
ปมค่าแรงพนักงานต่างชาติ 7 คน ยอดที่ถูกกล่าวหาว่าค้างจ่ายกว่า $29,000! นักเรียนต่างชาติรวมอยู่ด้วย 3 คน — กรรมการบริษัทถูกฟ้องเป็นการส่วนตัว!
พี่เรย์ 📞มีข่าวสำคัญสำหรับคนไทยที่ทำงานในออสเตรเลีย โดยเฉพาะนักเรียนต่างชาติ ผู้ถือวีซ่า Working Holiday และเจ้าของธุรกิจร้านอาหาร ร้านกาแฟ รวมถึงธุรกิจ Hospitality ครับ
ล่าสุด Fair Work Ombudsman หน่วยงานกำกับดูแลกฎหมายแรงงานของออสเตรเลีย ประกาศดำเนินคดีกับอดีตผู้ประกอบการร้านกาแฟแฟรนไชส์ Oliver Brown จำนวน 2 สาขา ในเมือง Newcastle รัฐ New South Wales
คดีนี้เกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาเรื่องการจ่ายค่าจ้างและสิทธิประโยชน์ให้พนักงานต่างชาติไม่ครบ รวมถึงการไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง Compliance Notices ที่ Fair Work ออกให้ดำเนินการแก้ไข
สิ่งที่น่าสนใจคือ ไม่ใช่เพียงบริษัทที่ถูกฟ้อง แต่กรรมการบริษัทก็ถูกดำเนินคดีเป็นการส่วนตัวด้วย!
🔴 1. บริษัทใดถูก Fair Work ฟ้อง?
บริษัทที่ถูกดำเนินคดีมี 2 แห่ง ได้แก่
Achon Pty Ltd อดีตผู้ประกอบการร้าน Oliver Brown ที่ Marketown Shopping Centre ใน Newcastle C*D
Echon Pty Ltd อดีตผู้ประกอบการร้าน Oliver Brown ที่ Charlestown
นอกจากนี้ Fair Work ยังดำเนินคดีกับ Rachel Lee ซึ่งเป็นกรรมการเพียงคนเดียวของทั้งสองบริษัท โดยกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการไม่ปฏิบัติตาม Compliance Notices
ทั้งสองสาขาของ Oliver Brown ที่เกี่ยวข้องกับคดีได้ปิดกิจการไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม บริษัท Achon Pty Ltd ปัจจุบันดำเนินกิจการร้านกาแฟชื่อ The Coffee Co ที่สถานที่เดิมใน Marketown Shopping Centre
Fair Work ยืนยันว่าไม่มีข้อกล่าวหาใด ๆ ต่อกิจการ The Coffee Co ในคดีนี้
🔴 2. พนักงานที่ได้รับผลกระทบเป็นใคร?
จากการสอบสวนของ Fair Work พบข้อสงสัยเกี่ยวกับการจ่ายค่าจ้างให้พนักงานทั้งหมด 7 คน
พนักงานเหล่านี้ทำงานในตำแหน่งพนักงานบริการภายในร้านกาแฟ ระหว่างเดือนตุลาคม 2023 ถึงกรกฎาคม 2025
รายละเอียดที่ Fair Work เปิดเผย ได้แก่
* พนักงานทั้ง 7 คนเป็นผู้ถือวีซ่าชั่วคราวในขณะที่ทำงาน
* มีนักเรียนต่างชาติรวมอยู่ด้วย 3 คน
* มีพนักงานอายุน้อยระหว่าง 22–24 ปี จำนวน 3 คน
* พนักงานมาจากหลายประเทศ รวมถึงเกาหลีใต้และฝรั่งเศส
* พนักงานส่วนใหญ่ทำงานในรูปแบบ Casual Employment
เรื่องนี้สำคัญมาก เพราะแรงงานต่างชาติบางคนอาจไม่เข้าใจสิทธิของตนเอง หรือไม่กล้าร้องเรียนเพราะกังวลเกี่ยวกับสถานะวีซ่าและการจ้างงาน
แต่กฎหมายแรงงานออสเตรเลียให้ความคุ้มครองพนักงานที่ถือวีซ่าชั่วคราวด้วยเช่นกัน
🔴 3. Fair Work พบข้อสงสัยเรื่องค่าแรงอะไรบ้าง?
เจ้าหน้าที่ Fair Work ได้รับคำร้องขอความช่วยเหลือจากพนักงาน ก่อนดำเนินการสอบสวนและพบเหตุอันควรเชื่อว่าบริษัทจ่ายค่าจ้างและสิทธิประโยชน์บางรายการไม่ครบ
โดยเกี่ยวข้องกับ Restaurant Industry Award 2020 และ Fair Work Act
ประเด็นที่ถูกตรวจสอบประกอบด้วย
Minimum Wage — ค่าแรงขั้นต่ำ
นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างไม่น้อยกว่าอัตราที่กฎหมายและ Award ที่เกี่ยวข้องกำหนด โดยต้องพิจารณาตำแหน่ง Classification อายุ ประเภทการจ้าง และช่วงเวลาที่ทำงาน
Casual Loading — เงินเพิ่มสำหรับพนักงาน Casual
พนักงาน Casual ที่อยู่ภายใต้ Award มีสิทธิได้รับ Casual Loading ตามเงื่อนไข ไม่ใช่ได้รับเพียงอัตราค่าแรงพื้นฐานเหมือนพนักงานประจำ
Overtime Rates — ค่าล่วงเวลา
หากพนักงานทำงานเกินชั่วโมงหรือเข้าเงื่อนไขที่ Award กำหนด นายจ้างอาจต้องจ่ายค่าล่วงเวลาในอัตราที่สูงกว่าค่าแรงปกติ
Weekend Penalty Rates — ค่าแรงวันเสาร์และอาทิตย์
การทำงานในวันหยุดสุดสัปดาห์อาจมีอัตราค่าจ้างพิเศษตาม Award และประเภทการจ้างงาน
Public Holiday Penalty Rates — ค่าแรงวันหยุดนักขัตฤกษ์
พนักงานที่ทำงานในวันหยุดนักขัตฤกษ์อาจมีสิทธิได้รับอัตราค่าจ้างสูงกว่าปกติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
Annual Leave Entitlements — สิทธิวันลาพักร้อน
Fair Work ยังพบเหตุอันควรเชื่อว่าพนักงานหนึ่งคนไม่ได้รับสิทธิ Annual Leave ครบตามที่ควรได้รับ
พี่เรย์อยากเน้นว่า การคำนวณค่าแรงในออสเตรเลียไม่ใช่แค่เอาจำนวนชั่วโมงคูณอัตราค่าจ้างเท่านั้น แต่ต้องตรวจสอบ Award, Classification, Employment Type และ Penalty Rates ให้ถูกต้องด้วยครับ
🔴 4. ยอดค่าแรงที่ถูกกล่าวหาว่าค้างจ่าย $29,193 มาจากไหน?
ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 เจ้าหน้าที่ Fair Work ออก Compliance Notices ให้บริษัททั้งสองแห่ง หลังพบเหตุอันควรเชื่อว่ามีการจ่ายค่าจ้างและสิทธิประโยชน์พนักงานไม่ครบ
คำสั่งดังกล่าวกำหนดให้บริษัทคำนวณยอดที่ค้างและดำเนินการจ่ายย้อนหลังแก่พนักงาน
ตามข้อกล่าวหาของ Fair Work ยอดที่บริษัททั้งสองต้องจ่ายเพื่อปฏิบัติตาม Compliance Notices รวม $29,193
โดยมีพนักงานหนึ่งคนที่ถูกกล่าวหาว่ามียอดค้างจ่ายสูงถึง $14,852
นั่นหมายความว่าพนักงานเพียงคนเดียวมีสัดส่วนของยอดที่ถูกกล่าวหาว่าค้างจ่ายมากกว่าครึ่งหนึ่งของยอดรวมทั้งหมด
แต่ประเด็นสำคัญของคดีนี้ไม่ได้หยุดอยู่เพียงยอดค่าแรง
Fair Work กล่าวหาว่า บริษัททั้งสองไม่ปฏิบัติตาม Compliance Notices โดยไม่มีเหตุอันสมควร
จึงนำไปสู่การดำเนินคดีในศาล
🔴 5. Compliance Notice คืออะไร และทำไมจึงสำคัญ?
Compliance Notice เป็นหนังสือแจ้งให้ดำเนินการแก้ไขจากเจ้าหน้าที่ Fair Work ภายใต้อำนาจตามกฎหมาย
เมื่อเจ้าหน้าที่มีเหตุอันควรเชื่อว่านายจ้างฝ่าฝืนข้อกำหนดเกี่ยวกับค่าจ้างหรือสิทธิประโยชน์ เจ้าหน้าที่สามารถออกหนังสือกำหนดให้นายจ้างดำเนินการแก้ไขภายในระยะเวลาที่ระบุ
ตัวอย่างเช่น ให้ตรวจสอบและคำนวณค่าแรงย้อนหลัง หรือจ่ายสิทธิประโยชน์ที่ค้างอยู่
นายจ้างที่ได้รับหนังสือดังกล่าวไม่ควรเพิกเฉย หากเห็นว่าคำสั่งไม่ถูกต้องควรขอคำแนะนำทางกฎหมายและดำเนินการผ่านช่องทางที่เหมาะสม
การไม่ปฏิบัติตาม Compliance Notice โดยไม่มีเหตุอันสมควรอาจนำไปสู่การดำเนินคดีและค่าปรับเพิ่มเติม
คดีนี้จึงเป็นบทเรียนว่า ปัญหาค่าแรงที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอาจกลายเป็นปัญหาทางกฎหมายที่ใหญ่ขึ้นได้
🔴 6. บริษัทและกรรมการอาจถูกปรับเท่าไร?
Fair Work กำลังขอให้ศาลพิจารณากำหนดค่าปรับจากการไม่ปฏิบัติตาม Compliance Notices
ตามประกาศของ Fair Work:
Achon Pty Ltd อาจถูกปรับสูงสุด $99,000
Echon Pty Ltd อาจถูกปรับสูงสุด $99,000
ส่วน Rachel Lee กรรมการบริษัท อาจถูกปรับสูงสุด $19,800 ต่อการฝ่าฝืนที่เกี่ยวข้องกับการไม่ปฏิบัติตาม Compliance Notices ทั้งสองฉบับ
ดังนั้น หากศาลพบว่ามีการฝ่าฝืนครบตามที่กล่าวหา เพดานค่าปรับของบริษัททั้งสองรวมกันอาจสูงถึง $198,000 และกรรมการอาจเผชิญค่าปรับเพิ่มเติมเป็นการส่วนตัว
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียง เพดานค่าปรับที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่ค่าปรับที่ศาลมีคำสั่งแล้ว
นอกจากนี้ Fair Work ยังขอให้ศาลมีคำสั่งให้บริษัทปฏิบัติตาม Compliance Notices รวมถึงชำระสิทธิประโยชน์ที่ถูกกล่าวหาว่าค้างจ่าย พร้อมดอกเบี้ยและ Superannuation ที่เกี่ยวข้อง
🔴 7. ทำไมกรรมการบริษัท Pty Ltd จึงถูกฟ้องด้วย?
หลายคนอาจเข้าใจว่าหากทำธุรกิจในรูปแบบ Pty Ltd ความรับผิดทุกอย่างจะอยู่ที่บริษัทเท่านั้น
แต่ในกฎหมายแรงงานออสเตรเลีย บุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฝ่าฝืนกฎหมายอาจมีความรับผิดส่วนบุคคลได้
ภายใต้หลัก Accessorial Liability ตามมาตรา 550 ของ Fair Work Act 2009 บุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฝ่าฝืนกฎหมายอาจถูกพิจารณาว่ามีความรับผิดด้วย หากเข้าองค์ประกอบตามกฎหมาย
การเป็นกรรมการเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้ต้องรับผิดโดยอัตโนมัติ แต่หากมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ก็อาจถูกดำเนินคดีเป็นการส่วนตัวได้
ในคดีนี้ Fair Work กล่าวหาว่ากรรมการมีส่วนเกี่ยวข้องกับการไม่ปฏิบัติตาม Compliance Notices ของทั้งสองบริษัท
นี่คือเหตุผลที่เจ้าของธุรกิจและกรรมการควรให้ความสำคัญกับการกำกับดูแล Payroll และการปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน
🔴 8. คดีนี้อยู่ในขั้นตอนไหน?
Fair Work ประกาศดำเนินคดีเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2026
คดีมีกำหนดนัดพิจารณาเพื่อกำหนดแนวทางดำเนินคดี (Directions Hearing) ที่ Federal Circuit and Family Court ในซิดนีย์ วันที่ 20 พฤศจิกายน 2026
ดังนั้น ณ วันที่เผยแพร่ข่าวนี้ คดียังอยู่ในกระบวนการศาล
ยังไม่มีคำพิพากษาว่าบริษัทหรือกรรมการกระทำผิดตามข้อกล่าวหา
การนำเสนอข่าวจึงต้องแยกให้ชัดระหว่างข้อกล่าวหาของ Fair Work กับข้อเท็จจริงที่ศาลได้วินิจฉัยแล้ว
🇹🇭 9. คนไทยที่ทำงานในออสเตรเลียควรเรียนรู้อะไรจากข่าวนี้?
พี่เรย์อยากฝากถึงนักเรียนต่างชาติ ผู้ถือ Working Holiday Visa และคนไทยที่ทำงานในร้านอาหาร ร้านกาแฟ หรือธุรกิจ Hospitality ครับ
ข้อแรก: วีซ่าชั่วคราวไม่ได้ทำให้สิทธิแรงงานหายไป
ไม่ว่าจะถือ Student Visa, Working Holiday Visa หรือวีซ่าทำงานประเภทอื่น พนักงานก็มีสิทธิได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานออสเตรเลีย
ข้อสอง: ตรวจสอบ Payslip และอัตราค่าจ้างของตัวเอง
พนักงานควรตรวจสอบว่าจำนวนชั่วโมงทำงาน อัตราค่าจ้าง Casual Loading, Overtime และ Penalty Rates ถูกต้องหรือไม่
ข้อสาม: เก็บหลักฐานการทำงาน
ควรเก็บ Payslip, Timesheet, Roster, Employment Contract และ Bank Statements เพื่อใช้ตรวจสอบสิทธิของตนเอง
ข้อสี่: หากสงสัยว่าค่าแรงไม่ถูกต้อง สามารถขอความช่วยเหลือได้
Fair Work Ombudsman มีบริการให้ข้อมูลและช่วยเหลือแรงงาน รวมถึงแรงงานต่างชาติ
พนักงานสามารถติดต่อ Fair Work ได้ที่หมายเลข 13 13 94 และขอใช้บริการล่ามผ่านหมายเลข 13 14 50
🏢 10. เจ้าของธุรกิจร้านอาหารและร้านนวดควรเตรียมตัวอย่างไร?
สำหรับเจ้าของธุรกิจ พี่เรย์อยากให้ใช้คดีนี้เป็นกรณีศึกษาในการตรวจสอบระบบภายใน
ตรวจสอบ Award ให้ถูกต้อง
อย่าสันนิษฐานว่าพนักงานทุกตำแหน่งใช้ Award เดียวกัน ต้องพิจารณาลักษณะธุรกิจและหน้าที่จริงของพนักงาน
ตรวจสอบ Employment Classification
การกำหนด Classification ผิดอาจส่งผลต่ออัตราค่าจ้างขั้นต่ำและสิทธิประโยชน์ที่พนักงานควรได้รับ
ตรวจสอบ Penalty Rates
โดยเฉพาะธุรกิจที่เปิดวันเสาร์ อาทิตย์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ หรือมีพนักงานทำงานล่วงเวลา
ตรวจสอบ Payroll และ Payslip
ข้อมูลต้องสอดคล้องกับชั่วโมงทำงานจริง และเก็บรักษาบันทึกการจ้างงานตามข้อกำหนดของกฎหมาย
ตรวจสอบ Superannuation
การจ่าย Super เป็นอีกหนึ่งหน้าที่สำคัญของนายจ้าง ต้องตรวจสอบอัตรา ฐานคำนวณ และกำหนดเวลาที่ใช้บังคับ
อย่าเพิกเฉยต่อหนังสือจาก Fair Work
หากได้รับ Compliance Notice ควรตรวจสอบข้อเท็จจริง เอกสาร และดำเนินการตามกฎหมายภายในระยะเวลาที่กำหนด
💬 มุมมองจากพี่เรย์
ในฐานะผู้ให้บริการด้านภาษีและบัญชีในออสเตรเลีย พี่เรย์มองว่าคดีนี้สะท้อนประเด็นสำคัญเรื่องการบริหารธุรกิจ
เจ้าของธุรกิจจำนวนมากให้ความสำคัญกับยอดขาย ต้นทุนวัตถุดิบ ค่าเช่า และกระแสเงินสด แต่เรื่อง Payroll และสิทธิแรงงานก็สำคัญไม่แพ้กัน
บางครั้งความผิดพลาดอาจเริ่มจากการจัดประเภทพนักงานไม่ถูกต้อง การไม่เข้าใจ Award หรือการตั้งค่าระบบ Payroll ผิด
แต่เมื่อได้รับแจ้งปัญหาแล้ว สิ่งสำคัญคือต้องตรวจสอบและแก้ไขอย่างเหมาะสม ไม่ควรปล่อยให้ปัญหาสะสมจนกลายเป็นข้อพิพาททางกฎหมาย
การทำธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง ไม่ใช่แค่ทำกำไร แต่ต้องบริหารพนักงานและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างถูกต้องด้วยครับ
และสำหรับคนทำงาน พี่เรย์อยากย้ำว่า
ไม่ว่าคุณจะมาจากประเทศไหน หรือถือวีซ่าประเภทใด คุณก็ควรได้รับค่าจ้างและสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายออสเตรเลีย
— พี่เรย์ รัชชยะ
Rayya Tax Agent
#แรงงานต่างชาติ #คนไทยในออสเตรเลีย #ธุรกิจร้านอาหาร #พี่เรย์ส่งข่าว