12/05/2026
💡 ทำไม SOXX ถึงแซง SMH ในปี 2026 เจาะลึกความแตกต่างพร้อม list กองทุน Semiconductor ในไทย | Unhedged x 5to9Investors
🔹 คนที่เริ่มลงทุนใน Semiconductor ผ่าน ETF น่าจะต้องรู้จัก SOXX และ SMH แต่หลายคนอาจจะไม่ทันดูว่าปีนี้ SOXX ให้ผลตอบแทนดีกว่า SMH ทั้งๆ ที่ SMH ชนะมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา วันนี้เลยชวน Unhedged มาเล่าให้ฟังว่า 2 ตัวนี้มันต่างกันยังไงบ้าง เพื่อนๆ จะได้เลือกลงทุนได้ตรงกับมุมมองเรื่อง chips / AI มากที่สุด
📊 ย้อนดูผลตอบแทน 3 ปีที่ผ่านมา SMH ชนะ SOXX ทุกปี
ปี 2023 SMH +73% vs SOXX +67%
ปี 2024 SMH +23% vs SOXX +13%
ปี 2025 SMH +50% vs SOXX +41%
แต่ปี 2026 (YTD 8 May 2026) SOXX +68% vs SMH (US) +51% vs SMH UCITS (กองทุนไทยใช้) +58% - SOXX ผลตอบแทนดีกว่าชัดเจนเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
ทำไมผลตอบแทนถึงต่างกันได้ขนาดนี้? ขอเชิญ Unhedged 💁🏻♂️ มาเล่าให้ฟังค่ะ
🔬เจาะลึกความต่างระหว่าง SOXX และ SMH - คำตอบอยู่ที่กฎการสร้าง Index ที่แต่ละตัวใช้ครับ
📐 SMH อิงกับดัชนี MVIS US Listed Semiconductor 25 Index
- ถือหุ้นแค่ 25 ตัว และใช้ระบบ modified market-cap weighted
- กฎ weight cap มีแค่ว่า ไม่มีหุ้นตัวไหน เกิน 20% ของพอร์ต ทำให้เกิดความแตกต่างกับ SOXX เยอะมาก เพราะผลที่ได้คือ NVDA สามารถครองพอร์ตได้เกือบ 20%
- อีกจุดที่น่าสนใจคือ SMH ไม่มี ADR cap ทำให้ TSMC (ซึ่ง list ใน US เป็น ADR) สามารถมี weight สูงได้ตามมูลค่าตลาด นั่นคือเหตุผลที่ SMH มีหุ้นต่างชาติหนักกว่า SOXX (ADR รวมกันห้ามเกิน 10%)
⚠️ สำหรับกองไทยจะ feed ไปที่ SMH UCITS version ซึ่งจะมี weight cap ที่ 10%
📐 SOXX อิงกับดัชนี ICE Semiconductor Index
- ถือหุ้น 30 ตัว และใช้กฎ cap ที่เข้มกว่ามาก โดยมี 3 ชั้น: 1) ทุกหุ้นห้ามเกิน 8%, 2) หุ้นนอก Top 5 ห้ามเกิน 4%, 3) น้ำหนักรวมของ ADR ทั้งหมดห้ามเกิน 10%
- ชั้นที่ 3 นี่แหละที่ทำให้ TSMC ถูกกดน้ำหนักลงแม้จะมี market cap ที่ใหญ่ และทำให้บริษัทอเมริกันอย่าง Broadcom, AMD ได้น้ำหนักสูงกว่า
*บางช่วงหุ้นบางตัวอาจเกินกฎ cap เพราะยังไม่ถึงรอบ rebalance ครับ
💁🏻♂️ สรุปให้เห็นภาพ
SOXX: หุ้น 30 ตัว, Weight cap สูงสุด 8%, ADR cap รวมกันไม่เกิน 10%
SMH: หุ้น 25 ตัว, Weight cap สูงสุด 20%, ไม่มี ADR cap
พูดง่ายๆ คือ SMH คือการ bet กับ หุ้น mega-cap ส่วน SOXX กระจายการลงทุนกว้างกว่า
💡 จุดนึงที่หลายคนไม่รู้คือ SOXX ไม่ได้ track PHLX SOX Index แล้วนะครับ
- ตั้งแต่ปี 2021 iShares เปลี่ยน Underlying Index จาก PHLX Semiconductor Sector Index (หรือ SOX) เป็น ICE Semiconductor Index แล้ว แต่คนคุ้นเรียก iShares ETF นี้ว่า SOXX ไปแล้ว ก็เลยไม่ได้เปลี่ยน ticker / ชื่อเป็นอันใหม่
- ถ้าอยากได้ exposure ที่ track SOX Index เหมือนเดิมจริงๆ ต้องไปดูที่ Invesco PHLX Semiconductor ETF (SOXQ) แทน ตัวนี้ยังคง track PHLX SOX อยู่ครับ
- ความต่างหลักๆ ระหว่าง PHLX กับ ICE อยู่ที่ weight cap ครับ PHLX SOX ใช้ระบบ tiered cap อันดับ 1 ได้สูงสุด 12%, อันดับ 2 ได้ 10%, อันดับ 3 ได้ 8% และหุ้นอื่นๆ ไม่เกิน 4% ส่วน ICE ที่ SOXX ใช้อยู่ตอนนี้ flat cap ที่ 8% ทุกตัว ไม่มีข้อยกเว้น ทำให้ช่วงที่ NVDA วิ่งแรง SOXQ จะได้ประโยชน์มากกว่า SOXX นิดนึงครับ 💁🏻♂️
💬 ขอบคุณเพจ Unhedged ที่มาช่วยเสริมข้อมูลแน่นๆ เรื่องความแตกต่างของ 2 ETF นี้ค่ะ 🥳
แล้วทำไมปีนี้ SOXX ถึงแซง SMH ละ?
🔹 ช่วง 2023–2025 ตลาดให้รางวัล GPU king อย่าง NVDA เพราะเป็น bottleneck หลักของ AI infrastructure SMH ที่กระจุก NVDA ไว้เกือบ 20% เลยได้เปรียบชัดเจน
🔹 แต่ปี 2026 ตลาดเริ่มให้ความสำคัญกับบริษัทชิป Networking, Custom AI Chip อย่าง Broadcom, AMD มากขึ้น รวมถึง Intel ที่กลับมา rally แบบร้องขอชีวิต จาก CPU demand เพราะ agentic AI และหุ้นอย่าง Micron กลายเป็น bottleneck ใหม่ เพราะ HBM memory กลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับ AI workload
🔹 พูดง่ายๆ คือ demand AI กำลังกระจายตัวมากขึ้น จาก chip เดียว ไปทั้ง supply chain
🔹 พอ rotation มาหาหุ้นเหล่านี้ SOXX ที่ cap ทุกตัวไว้ที่ 8% ก็ได้รับประโยชน์เต็มๆ เพราะให้น้ำหนักของหุ้นตัวอื่นๆนอกจาก Nvidia มากกว่า SMH ที่น่าสนใจคือถ้าดู Top 5 holdings ของ SOXX ตอนนี้ Micron, AMD, Broadcom และ Intel มีน้ำหนักนำหน้า NVDA ไปแล้ว จากราคาพุ่งขึ้นมาในช่วงหลัง สะท้อนให้เห็นว่า index นี้ให้น้ำหนักกับ ecosystem มากกว่าการ bet กับหุ้นไม่กี่ตัว
💭 แล้วเราควรถือ SOXX หรือ SMH กันดีนะ?
🔹 ถ้าเชื่อว่า NVDA จะยังเป็น king ในกลุ่ม Semi ต่อไป >> SMH
🔹 ถ้าคิดว่า AI จะกระจายเป็นวงกว้างมากขึ้น และ winner จะมีหลายตัวใน supply chain >> SOXX
🇹🇭 กองทุนไทยที่ลงทุนใน SOXX / SMH (UCITS)
🔷 ฝั่ง SOXX
1️⃣ KKP SEMICON-H
🔹 ค่าธรรมเนียมการขาย: ยกเว้น (ปัจจุบัน)
🔹 รวมค่าใช้จ่าย FIF: 0.9550%/ปี
2️⃣ LHSEMICON-A
🔹 ค่าธรรมเนียมการขาย: 1.25%
🔹 รวมค่าใช้จ่าย FIF: 2.0583%/ปี
🔶 ฝั่ง SMH
⚠️ กองทุนไทยฝั่ง SMH ลงทุนผ่าน VanEck Semiconductor UCITS ETF (เวอร์ชันยุโรป)
ซึ่งมี cap ต่อหุ้นที่ 10% ต่างจาก US SMH ที่ 20%
1️⃣ DAOL-EVOSEMI
🔹 ค่าธรรมเนียมการขาย: 1.605%
🔹 รวมค่าใช้จ่าย FIF: 1.84%/ปี
2️⃣ TLSEMICON-H (ป้องกัน FX)
🔹 ค่าธรรมเนียมการขาย: 0.50%
🔹 รวมค่าใช้จ่าย FIF: 0.3157%/ปี
3️⃣ TLSEMICON-UH (ไม่ป้องกัน FX)
🔹 ค่าธรรมเนียมการขาย: 0.50%
🔹 รวมค่าใช้จ่าย FIF: 0.3157%/ปี
4️⃣ SCBSEMI(A)
🔹 ค่าธรรมเนียมการขาย: 1.07%
🔹 รวมค่าใช้จ่าย FIF: 1.17%/ปี
5️⃣ SCBSEMI(E) — ซื้อผ่านแอป SCBAM โดยตรง
🔹 ค่าธรรมเนียมการขาย: ยกเว้น
🔹 รวมค่าใช้จ่าย FIF: 0.10%/ปี 🏆
6️⃣ SCBUSDSEMI — ซื้อด้วย USD
🔹 ค่าธรรมเนียมการขาย: 1.07%
🔹 รวมค่าใช้จ่าย FIF: 1.33%/ปี
💬 แล้วเพื่อนๆ ถือตัวไหนอยู่ และจะเปลี่ยนเป็นอีกตัวไหม? 🧐
⚠️ บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ